ออสเตรเลียจ่อห้ามนักเรียนต่างชาติพาคู่ครอง-ลูกไปอยู่ด้วย เล็งคุมเข้มวีซ่า ลดผู้อพยพ

ออสเตรเลียคุมเข้มคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ ห้ามนักเรียนต่างชาติพาคู่ครองและบุตรติดตามไปเรียนด้วย พร้อมเพิ่มความเข้มงวดการเปลี่ยนประเภทวีซ่า หวังลดจำนวนผู้อพยพให้เหลือ 2.25 แสนคนภายในปี 2028

รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมออกมาตรการคุมเข้มระบบคนเข้าเมือง โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการ ห้ามนักเรียนต่างชาตินำสมาชิกครอบครัวติดตามไปออสเตรเลียระหว่างศึกษา ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อทั้งคู่ครองและบุตรที่อยู่ในความอุปการะของนักเรียนต่างชาติ

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูประบบวีซ่าชั่วคราวของรัฐบาล โดยโทนี เบิร์ก รัฐมนตรีกิจการภายในออสเตรเลีย เตรียมเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการในการแถลงที่เนชันแนล เพรส คลับ ในกรุงแคนเบอร์รา โดยรัฐบาลตั้งเป้าลดจำนวนผู้อพยพสุทธิจากปัจจุบันประมาณ 300,000 คนต่อปี เหลือ 225,000 คนภายในปี 2028

ปัจจุบันนักเรียนต่างชาติสามารถพาคู่สมรสหรือคู่ครอง รวมถึงบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางไปออสเตรเลียในฐานะสมาชิกครอบครัวติดตามได้ โดยคู่สมรสหรือคู่ครองยังสามารถทำงานในออสเตรเลียได้ ภายใต้ข้อจำกัดด้านจำนวนชั่วโมงทำงานที่แตกต่างกันตามหลักสูตรของนักเรียน

"ดีอี" ผนึก "ไปรษณีย์ไทย-สคส." เดินหน้า D/ID ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลผู้ใช้บริการ


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าพัฒนา Digital Post ID หรือ D/ID รหัสจัดส่งดิจิทัล เพื่อยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลในกระบวนการรับ-ส่งพัสดุ ลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น พร้อมเพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการระบุจุดจัดส่ง

ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งผลักดัน D/ID ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลดิจิทัลของประเทศ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของไปรษณีย์ไทยเพื่อขอรับ Certificate Trust Mark ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในการใช้บริการดิจิทัล

เชอรี่ กรุ๊ป โว แค่ 5 เดือน ผลิตรถอีวี ในประเทศไทยแล้ว 20,000 คัน - ข่าวสด

CHERY GROUP ฉลองการผลิตรถอีวี 20,000 คัน ในไทย สะท้อนศักยภาพการผลิต และความเชื่อมั่นของลูกค้าชาวไทย พร้อมตอกย้ำพันธสัญญาต่อประเทศไทยในระยะยาว

นายเซดริก ซุย ประธาน CHERY GROUP (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การประกอบรถยนต์ครบ 20,000 คัน ณ โรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ จ.ระยอง ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับ CHERY GROUP โดยหมุดหมายสำคัญในครั้งนี้ สะท้อนถึงรากฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การลงทุนในระยะยาวของเราในประเทศไทย และยังเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทย พันธมิตรทางธุรกิจ และภาครัฐมีต่อยานยนต์ภายใต้ CHERY GROUP มาโดยตลอด หมุดหมายนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนและผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว””

เจาะศักยภาพ “ถนนวิทยุ” ผ่าน “Green Mile” สะพานเขียวที่เชื่อมสองสวนใหญ่ของกรุงเทพฯ นิยามใหม่แห่งการใช้ชีวิตท่ามกลางแลนด์มาร์กสีเขียวระดับเอเชีย - Marketeer Online


Green Mile หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สะพานเขียว” คือทางเดินลอยฟ้าระยะทาง 1.6 กิโลเมตรใจกลางกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติเข้าด้วยกัน เส้นทางอันร่มรื่นแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองที่เข้ามาส่งเสริมการใช้ชีวิตแบบแอ็กทีฟ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการสร้างพื้นที่สำคัญอย่าง “สะพานเขียว” ที่เชื่อมเมืองกับสวนขนาดใหญ่ ยังเป็นอีกมิติที่สะท้อนทิศทางใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ โดยปัจจัยในการกำหนดมูลค่าระยะยาวเริ่มขยับจากทำเลศูนย์กลางธุรกิจ ไปสู่ย่านพื้นที่สีเขียวที่มอบสุขภาวะให้ผู้อยู่อาศัยได้จริง

โครงการปรับปรุงสะพานเขียว (Green Mile) เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเมืองระดับมหภาคของกรุงเทพฯ โดยสะพานแห่งนี้ได้รับการพลิกโฉมด้วยแนวคิด Universal Design อันประกอบด้วยการปรับปรุงทัศนียภาพ การเพิ่มพื้นที่สวนสำหรับสัตว์เลี้ยง การนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดิน และการปรับปรุงการเข้าถึงพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง

ตลท. จัด JUMP+ Investor Day 2026 เปิดเวที บจ. JUMP+ พบผู้ลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน JUMP+ Investor Day 2026 ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด Discover the Next Growth Story: คว้าโอกาสการลงทุน ค้นหาหุ้นเติบโตในกลุ่ม JUMP+ โดยเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้เข้าถึงข้อมูลบริษัท แผนและทิศทางการเติบโตตามเป้าหมายภายใต้โครงการ JUMP+ ตลอดระยะเวลา 3 ปี (25692571)

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ JUMP+ เป็นโครงการ Flagship สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งเสริมศักยภาพบริษัทจดทะเบียนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ชัดเจน การยกระดับการดำเนินธุรกิจ และการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับพันธมิตรสนับสนุนองค์ความรู้และเพิ่ม Corporate Visibility ผ่านช่องทางต่างๆ ให้กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงกิจกรรมพบผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ผู้บริหารกลุ่ม ปตท. ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านพลังงานบนเวที Gastech 2026 สะท้อนศักยภาพไทยบนเวทีโลก

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานโลก งาน Gastech Exhibition & Conference 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 กลายเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำและผู้บริหารจากอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ LNG พลังงาน และเทคโนโลยีจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางพลังงานในอนาคต

หนึ่งในภาพที่สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยบนเวทีดังกล่าว คือการที่กลุ่มผู้บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. ได้รับเชิญร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีระดับโลก ในประเด็นสำคัญทั้งก๊าซธรรมชาติและ LNG ความมั่นคงทางพลังงาน ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืน สะท้อนถึงองค์ความรู้และประสบการณ์ของผู้บริหาร ปตท. ที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมพลังงานระดับนานาชาติ

จับตา Dot Plot-ถ้อยแถลงของประธานเฟดคืนนี้ ชี้ชะตาราคาทองขึ้นหรือลง

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ชี้ประชุมเฟด 1516 ก.ย. เป็นจุดชี้ทิศทางทองคำรอบใหม่ จับตา Dot Plot และถ้อยแถลงประธานเฟดส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง แนะจับตาแนวรับสำคัญ $4,280 หากยืนและสร้างฐานได้ มีโอกาสฟื้นตัวทดสอบ $4,400 แต่หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อ รอสร้างฐานใหม่บริเวณ $4,225$4,200

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ยังมีแนวโน้มผันผวน โดยมีผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระหว่างวันที่ 1516 กันยายน เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางทองคำรอบใหม่ แม้ตลาดจะรับรู้โอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปมากแล้ว แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ Dot Plot และถ้อยแถลงของประธานเฟด ซึ่งจะสะท้อนว่าเฟดมีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินอย่างไรในระยะต่อไป

ตลาดหนังสือแปลญี่ปุ่น 6 พันล้าน อนิเมะฟีเวอร์หนุนเล่มพิมพ์ ไลท์โนเวล-มังงะไทย (กำลัง) ไปไกลกว่าที่คิด - Marketeer Online


ตลาดหนังสือแปลจากภาษาญี่ปุ่นโดยเฉพาะมังงะและไลท์โนเวล ก้าวข้ามพฤติกรรมการอ่านแบบเดิมสู่การเป็นสินค้าสะสม ผสานพลังของกระแสสื่อผสมอย่างแอนิเมชันและแฟนคลับนักอ่าน 

พร้อมพลิกโฉมกลยุทธ์สำนักพิมพ์สู่ยุคดิจิทัล การจัดอีเวนต์ และโมเดลธุรกิจลิขสิทธิ์ทางเลือกใหม่อย่างเต็มรูปแบบ

ก่อนอื่น ลองย้อนมาดูเส้นทางตลาดหนังสือในไทย จะพบว่าฟื้นตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่องจนมูลค่ารวมตลาดในปี 2025 ขยายตัวแตะ 6,000 ล้านบาท 

ตลาดหนังสือมีอีบุ๊กและออดิโอบุ๊กพอดแคสต์เป็นส่วนที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในเชิงตัวเลขรายได้ สอดคล้องกับกระแสสื่อผสมที่นำมังงะไปสร้างเป็นแอนิเมชันคุณภาพสูงซึ่งช่วยดันยอดขายหนังสือเล่มพุ่งตาม

แต่ส่วนหนึ่งในการเติบโตของยอดขายตลาดหนังสือแปล ยังมาจากราคาหนังสือมังงะเล่มพิมพ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ช่วง 99 ถึง 215 บาท หรือเฉลี่ยประมาณ 150 บาทต่อเล่ม 

เนื่องจากต้นทุนและพฤติกรรมนักอ่านที่สามารถอ่านเนื้อหาผ่านช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชันจากญี่ปุ่นในราคาที่ถูกกว่าได้ ทำให้การตัดสินใจซื้อหนังสือรูปเล่มจึงเป็นการซื้อเพื่อเก็บสะสมร่วมกับของแถมและของที่ระลึกมากกว่าการซื้อเพื่ออ่านเนื้อหาเพียงอย่างเดียว

เมื่อหนังสือรูปเล่มถูกยกระดับให้เป็นสินค้าสะสม ในขณะที่ร้านหนังสืออิสระทยอยลดจำนวนลง ทิศทางตลาดร้านหนังสือเชนสโตร์สไตล์ญี่ปุ่นในไทยกลับเข้ามาช่วยสร้างความคึกคักและกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ 

Shake Shack เปิดตัว Shake Shack x JamyJamess คอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษแห่งปี เสิร์ฟความอร่อยใหม่ที่มาพร้อมเมนูสไตล์ซีฟู้ดครั้งแรกในประเทศไทย

Shake Shack (เชค แช็ค) แบรนด์เบอร์เกอร์สัญชาติอเมริกันจากนิวยอร์ก เปิดตัวแคมเปญพิเศษประจำปี Shake Shack x JamyJamess ครั้งแรกในไทยกับการนำเสนอเมนูซีฟู้ดสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้สายอีทส์ได้ลิ้มรสความอร่อยใหม่ผ่านคอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษร่วมกับซีฟู้ดเลิฟเวอร์ตัวยงอย่าง เจมมี่เจมส์ (เจมส์ - ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) นักแสดงมากความสามารถและเชฟชื่อดัง เจ้าของร้านอาหาร "ทะเลใจ" ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Shake Shack ประเทศไทย ในการเปิดมุมมองและครีเอทรสชาติใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่มองหาประสบการณ์ด้านอาหารที่สนุก แตกต่าง และมีเรื่องราวน่าสนใจผ่านการร่วมมือกับหนุ่มเจมมี่เจมส์ในครั้งนี้ โดยเมนูใหม่พร้อมเสิร์ฟเฉพาะที่ Shake Shack ทั้ง 5 สาขาทั่วประเทศหรือสามารถสั่งเดลิเวอรี่แบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน Grab เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน - 19 พฤศจิกายน 2569

แคนนอน เปิดตัว EOS R8 Mark II กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม ดีไซน์สุดเท่พกพาง่าย พร้อมให้ทุกคนได้ออกไปค้นหามุมมองที่แปลกใหม่ แล้วแต่งเติมสีในสไตล์ที่เป็นคุณ [PR] - Brand Buffet

แชร์ :

แคนนอน (CANON) ประกาศเปิดตัว “EOS R8 Mark II กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซลรุ่นใหม่ในดีไซน์กะทัดรัดน้ำหนักเบา ต่อยอดจากรุ่น EOS R8 โดยติดตั้งระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Coordinated Control IS พร้อมฟังก์ชันเพื่อการสร้างสรรค์และอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและระบบควบคุมขั้นสูงจากกล้องรุ่นแอดวานซ์ในตระกูล EOS R มาไว้ในบอดี้แนวใหม่ รูปทรงทันสมัย สวยมีสไตล์ยิ่งกว่าเดิม

นางสาวเนตรนรินทร์ จันทร์จรัสสุข ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้งอินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์แนวใหม่และฟีเจอร์ที่ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไปจนถึงเทคโนโลยีการถ่ายภาพขั้นสูง ทุกองค์ประกอบของ EOS R8 Mark II ล้วนนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจช่างภาพทุกระดับให้ออกไปแสวงหาโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ และพัฒนาสไตล์การเล่าเรื่องด้วยภาพในแบบฉบับที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง”