"ดีอี" ผนึก "ไปรษณีย์ไทย-สคส." เดินหน้า D/ID ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลผู้ใช้บริการ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าพัฒนา Digital Post ID หรือ D/ID รหัสจัดส่งดิจิทัล เพื่อยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลในกระบวนการรับ-ส่งพัสดุ ลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น พร้อมเพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการระบุจุดจัดส่ง
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งผลักดัน D/ID ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลดิจิทัลของประเทศ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของไปรษณีย์ไทยเพื่อขอรับ Certificate Trust Mark ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในการใช้บริการดิจิทัล
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน Digital Transformation โดย D/ID ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยยกระดับการจัดการข้อมูลของประเทศให้มีความปลอดภัย เป็นระบบ และรองรับการใช้งานในอนาคต
ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังเร่งแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์และการนำข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ไปใช้อย่างไม่เหมาะสม การพัฒนา D/ID จึงนำหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาประยุกต์ใช้กับกระบวนการขนส่ง โดยเปลี่ยนจากการแสดงข้อมูลดังกล่าวบนจ่าหน้าซองหรือกล่องพัสดุ มาเป็น QR Code เพื่อช่วยลดการเปิดเผยข้อมูล พร้อมเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดส่ง
รัฐบาลต้องการผลักดันความร่วมมือดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวก และประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและนำไปใช้งานได้จริงในระยะยาว
ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ข้อมูลมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและการใช้บริการดิจิทัลมากขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงมุ่งพัฒนาบริการควบคู่กับการกำกับดูแลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นตลอดกระบวนการให้บริการ
D/ID จะเปลี่ยนการระบุชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อแบบเต็ม มาเป็นรหัสจัดส่งดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับจุดจัดส่ง ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการนำจ่าย ปัจจุบันประชาชนสามารถดาวน์โหลด D/ID และสร้างรหัสของตนเองเพื่อใช้งานได้แล้ว
ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยได้เริ่มทดลองใช้ D/ID กับบุคลากรกว่า 24,000 คน และเตรียมขยายการรับรู้และทดลองใช้งานไปยังประชาชน รวมถึงต่อยอดการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ให้บริการด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับข้อมูลที่อยู่ของประเทศให้มีมาตรฐานและเชื่อถือได้
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนา D/ID ให้สามารถเชื่อมโยงกับการระบุพิกัด เพื่อสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งและวางแผนช่วยเหลือได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
ในระยะต่อไป ไปรษณีย์ไทยมีแผนเปิดให้ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลในระบบรับ-ส่งสินค้าร่วมกัน ตลอดจนพัฒนา Address ID ให้เชื่อมโยงกับบริการอื่นนอกเหนือจากธุรกิจขนส่ง โดยจะให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัย การป้องกันข้อมูลรั่วไหล และการไม่สร้างภาระแก่ผู้ใช้บริการ
พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า สคส. จะสนับสนุนและให้คำแนะนำแก่ไปรษณีย์ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการนำหลัก Privacy by Design และการใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบระบบและบริการ
การเปลี่ยนจากการแสดงชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์แบบเต็ม มาเป็นรหัสจัดส่งดิจิทัล จะช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อมูลอาจถูกเข้าถึงหรือนำไปใช้โดยผู้ไม่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ระบบจำเป็นต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย กำหนดสิทธิการเข้าถึง และกำกับดูแลข้อมูลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีการขยายการใช้งานไปยังหน่วยงานและบริการอื่นในอนาคต
ความร่วมมือระหว่างดีอี ไปรษณีย์ไทย และ สคส. จึงถือเป็นอีกก้าวของการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อพัฒนาระบบจัดส่งที่ปลอดภัย สะดวก และเชื่อถือได้ พร้อมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสำหรับรองรับการพัฒนาบริการดิจิทัลของประเทศในระยะยาว