“ตลาดผันผวนแค่ไหน พอร์ตต้องไปต่อ” ถอดวิธีคิดนักลงทุนมืออาชีพโดย K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย และ J.P. Morgan Asset Management [ADVERTORIAL]

การลงทุนปี 2026 ยังผันผวนจากปัญหาระดับโลก ทั้งความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูง และความไม่แน่นอนของกระแส AI

  • ก่อนถามว่า “ลงทุนอะไรดี” ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า “ลงทุนไปทำไม”
  • เงินเฟ้อยังไม่จบ หุ้นยังมีแรงส่ง และ AI ยังไม่ใช่ Bubble
  • แยก Sentiment ออกจาก Fundamental ก่อนตัดสินใจ
  • ไม่ต้องถูกทุกครั้ง แต่ต้องไม่ผิดจนพอร์ตเสียหายหนัก
  • สร้าง Core ให้แข็งแรง ก่อนเพิ่ม Satellite ตามมุมมองของตัวเอง
  • จากการมองตลาด สู่การสร้างพอร์ตที่อยู่กับความผันผวนได้

ท่ามกลางข้อมูลและข่าวที่เปลี่ยนแทบทุกวัน ความท้าทายของการลงทุนอาจไม่ใช่การทายให้ถูกว่าตลาดจะขึ้นหรือลง แต่คือการแยกให้ออกว่าข่าวไหนมีผลต่อพอร์ตจริง เมื่อไรควรปรับ และเมื่อไรควรอยู่เฉย ๆ

“THE WEEKND” คิกออฟทัวร์แล้วที่โตเกียว! กับ  “AFTER HOURS TIL DAWN STADIUM TOUR” แฟนชาวไทยห้ามพลาด บัตรรอบสุดท้าย 13 ต.ค. ยังมี

  1. หน้าหลัก 
  2. บันเทิง 
  3. Recommended 

“THE WEEKND” คิกออฟทัวร์แล้วที่โตเกียว! กับ  “AFTER HOURS TIL DAWN STADIUM TOUR” แฟนชาวไทยห้ามพลาด บัตรรอบสุดท้าย 13 ต.ค. ยังมี

เผยแพร่: 9 ต.ค. 2569 16:45   ปรับปรุง: 9 ต.ค. 2569 16:45   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“The Weeknd” (เดอะ วีคเอนด์) ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเจ้าของผลงานระดับไดมอนด์ ได้เปิดฉากบทสุดท้ายของ After Hours Til Dawn Stadium Tour ซึ่งเป็นทัวร์ที่สร้างสถิติอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเดินทางมาสู่เอเชียเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ผ่านการแสดง 2 รอบติดต่อกัน ณ เบลลูน่า โดม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 และ 20 กันยายนที่ผ่านมา
 

การแสดงในเอเชียจำนวน 17 รอบครั้งนี้ถือเป็นช่วงสุดท้ายของ After Hours Til Dawn Stadium Tour และเป็นโอกาสสำคัญครั้งสุดท้ายที่แฟนเพลงทั่วภูมิภาคจะได้สัมผัสโปรดักชันอันเป็นเอกลักษณ์ของทัวร์ The Weeknd มีกำหนดการแสดงที่ประเทศไทยในวันที่ 11 – 13 ตุลาคมนี้ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ Creepy Nuts โดยบัตรสองรอบการแสดงแรกจำหน่ายหมดเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอบการแสดง 13 ตุลาคม จำนวนจำกัดเท่านั้น  
ในคืนเปิดทัวร์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา The Weekndได้เชิญ “Yoko Takahashi” (โยโกะ ทาคาฮาชิ)ขึ้นร่วมแสดงเพลงฮิตอมตะปี 1995 อย่าง “A Cruel Angel’s Thesis” เพลงเปิดของอนิเมะชื่อดัง Neon Genesis Evangelion นอกจากนี้ การแสดงที่โตเกียวยังเป็นการเปิดตัวเพลงใหม่ที่ร่วมงานกับทาคาฮาชิเป็นครั้งแรก พร้อมภาพวิชวลบนเวทีที่ออกแบบโดย “Yoko Taro” (โยโกะ ทาโร) ซึ่งผสานองค์ประกอบจาก NieR และ Neon Genesis Evangelion เข้าด้วยกันอย่างโดดเด่น 
เซ็ตการแสดงความยาวกว่า 2 ชั่วโมงเต็มไปด้วยเพลงฮิตจากผลงานของ The Weeknd อาทิ “Popular” “One of the Girls” “Less Than Zero” “Out of Time” ซึ่งร่วมแสดงกับ Tomoko Aran ต่อด้วย “Kiss Land” และ “Blinding Lights” รวมถึงเพลงฮิตอีกมากมาย พร้อมด้วยการแสดงจากศิลปินรับเชิญ Creepy Nuts และดีเจชาวญี่ปุ่น ¥ØU$UK€ ¥UK1MAT$U ซึ่งจะร่วมเป็นแขกรับเชิญพิเศษในรอบการแสดงตลอดทัวร์เอเชีย 
ทัวร์เอเชียครั้งนี้นำเสนอองค์ประกอบด้านโปรดักชันที่สร้างสรรค์ร่วมกับศิลปินและนักออกแบบชาวญี่ปุ่นชื่อดังหลายราย โดยจุดศูนย์กลางของเวทีคือประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยศิลปินชาวญี่ปุ่น Hajime Sorayama (ฮาจิเมะ โซรายามะ) ซึ่งมีความสูงประมาณ 12 เมตร หรือ 40ฟุต ใหญ่กว่ารูปปั้นที่เคยใช้ในช่วงก่อนหน้าของทัวร์ก่อนปี 2026 มากกว่าสองเท่า และถือเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะที่ได้รับการว่าจ้างซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยถูกนำมาใช้ในโปรดักชันการแสดงสด 
ประติมากรรมชิ้นนี้แกะสลักด้วยมือจากโฟมโพลีสไตรีน โดยช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นในจังหวัดโทยามะ ก่อนเก็บรายละเอียดด้วยการเคลือบอะลูมิเนียมสีทองสูงหลายชั้นพร้อมติดตั้งไฟเลเซอร์บริเวณดวงตา และเอฟเฟกต์ควันที่ฝ่ามือกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการแสดง 
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานของศิลปินร่วมสมัยชาวญี่ปุ่น Tetsuya Nakamura (เท็ตสึยะ นากามูระ) ผู้สร้างสรรค์หน้ากากที่ The Weeknd สวมใส่บนเวที ความร่วมมือนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2023เมื่อนากามูระออกแบบหน้ากาก ไมโครโฟน และขาตั้งไมโครโฟนสีโครมซิลเวอร์ ก่อนขยายไปสู่การออกแบบหน้ากากและชุดเกราะร่วมกับโซรายามะสำหรับทัวร์ปี 2026 
ขณะเดียวกัน Yohji Yamamoto POUR HOMME ได้รังสรรค์ชุดการแสดงพิเศษสำหรับThe Weekndโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการตอกย้ำแนวคิดที่นำศิลปะ แฟชั่น และงานออกแบบจากญี่ปุ่นมาผสานเข้ากับโปรดักชันของทัวร์ได้อย่างลงตัวในช่วงสุดท้ายของทัวร์นี้ 
การแสดงรอบเปิดทัวร์เกิดขึ้นหลังการเปิดตัวครั้งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกในรอบ 7 ปีของ The Weeknd ก่อนเริ่มการแสดง เขาปรากฏบนปกนิตยสาร GQ Asia ถึง 4ครั้ง พร้อมเปิดเผยว่ากำลังรีมาสเตอร์อัลบั้มเปิดตัวในปี 2013 อย่าง Kiss Land ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น และยืนยันว่าเขายังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานเพลงต่อไป พร้อมข้อความว่า “The Weeknd isn’t going anywhere.” 
นอกจากการเปิดทัวร์อย่างยิ่งใหญ่แล้ว The Weeknd ยังเข้ายึดพื้นที่ทั้ง 3 ชั้นของ Universal Music Store Harajuku สำหรับป๊อปอัปสโตร์After Hours Til Dawn เป็นครั้งแรก พร้อมนำเสนอสินค้าที่ระลึกสุดพิเศษ นิทรรศการเกี่ยวกับทัวร์ ผลงานเพลงพิเศษ และคอลเลกชัน After Hours Til Dawn ที่ออกแบบโดย โยชิทากะ Yoshitaka Amano (โยชิทากะ อามาโนะ) 
นอกจากนี้ ยังมีรถไฟขบวนพิเศษที่ตกแต่งด้วยภาพวิชวลของทัวร์และผลงานของอามาโนะวิ่งให้บริการทั่วกรุงโตเกียว และการแสดงไฟสีเขียวบนตึกโตเกียวทาวเวอร์ อันเป็นเอกลักษณ์ของอัลบั้ม Kiss Land เพื่อต้อนรับการกลับมาของ The Weeknd ก่อนการแสดง 2 รอบที่บัตรจำหน่ายหมดเกลี้ยง ณ เบลลูน่า โดม

ทัวร์เอเชียครั้งนี้ต่อเนื่องจากการแสดงในยุโรปและสหราชอาณาจักรปี 2026 ที่เพิ่งปิดฉากลง โดยทำรายได้มากกว่า 345 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้อนรับแฟนเพลงกว่า 2.3 ล้านคน จากการแสดง 42 รอบตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา 
ตลอดช่วงดังกล่าว ทัวร์ยังสามารถระดมเงินบริจาคเพื่อการกุศลได้มากกว่า 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) และ Global Citizen ขณะเดียวกัน After Hours Til Dawn Stadium Tour ยังครองอันดับหนึ่งบนชาร์ต Boxscore ประจำเดือนกรกฎาคมของ Billboard ด้วยรายได้กว่า 120ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยอดจำหน่ายบัตรเกือบ 900,000 ใบ เฉพาะในเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว

SCB FM คาดบาทสิ้นปีแกว่ง 33.25-33.85 บ. จับตาเลือกตั้งสหรัฐ-ดอกเบี้ยเฟด


นายแพททริก ปูเลีย Head of Financial Markets บริษัท ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยถึงทิศทางค่าเงินบาทว่า ในช่วงที่ผ่านมาความผันผวนเริ่มลดลงและเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศโดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลางและทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกยังคงเป็นแรงกดดันหลัก ทำให้เงินบาทแกว่งตัวตามราคาน้ำมันดิบและการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวต่อเนื่องเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

สำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้ ประเมินกรอบเงินบาทไว้ที่ 33.25-33.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แม้ระยะสั้นอาจมีทิศทางอ่อนค่าจากความกังวลเรื่องสงครามที่อาจปะทุเป็นช่วงๆ และการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน รวมถึงความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจเก็บภาษีนำเข้าจากไทยเพิ่มตามมาตรา 301 แต่การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันมีโอกาสน้อยลง ประกอบกับดุลการค้าไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี และยังมีแรงหนุนจากตัวเลขส่งออกเดือนสิงหาคมที่เติบโตสูงกว่าคาดการณ์เข้ามาช่วยพยุง

Gulf Labs จับมือ Injective รุก Onchain Finance ไทย เชื่อมตลาดสู่เอเชีย

Gulf Labs เดินหน้าขยายบทบาทในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Injective บล็อกเชนที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับบริการทางการเงินโดยเฉพาะ พร้อมเริ่มดำเนินงานในฐานะ Institutional Validator (ผู้ตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมระดับสถาบัน) บนเครือข่าย Injective อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการพัฒนาระบบการเงิน Onchain (ระบบการเงินที่ดำเนินธุรกรรมและบันทึกข้อมูลบนบล็อกเชน) สำหรับภาคสถาบันในประเทศไทย และต่อยอดโอกาสการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย

Gulf Labs และ Injective เตรียมร่วมกันศึกษาโอกาสการพัฒนาในหลายด้าน ทั้ง Tokenization, Stablecoin การขยายช่องทางเข้าถึงผู้ใช้งานในระดับประเทศ การให้ความรู้และจัดกิจกรรม รวมถึง Data Center และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI (ปัญญาประดิษฐ์) เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยี Blockchain เข้ากับภาคการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

สรรพากร โชว์ผลงานจัดเก็บรายได้ปีงบฯ'69 ทะลุ 2.5 ล้านล้าน สูงกว่าเป้า 7.5 หมื่นล้าน

สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์

สรรพากร โชว์ผลงานจัดเก็บรายได้ปีงบฯ’69 ทะลุ 2.5 ล้านล้าน สูงกว่าเป้า 7.5 หมื่นล้าน ชี้จัดเก็บ VAT ได้สูงกว่าปีก่อน จากธุรกิจค้าปลีก-ส่ง ไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน

นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกรรม ทางการเงินการธนาคาร) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2569 กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บรายได้จำนวน 2,522,112 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลการจัดเก็บที่สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณจำนวน 75,012 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.1% และจัดเก็บได้สูงกว่าปีงบประมาณก่อนหน้าจำนวน 186,628 ล้านบาท หรือ 8.0%

คดีประวัติศาสตร์! ชายมะกันโดนคุก 18 เดือน คดีแรกของโลก ใช้บอทหมื่นตัวปั่นเพลง AI กวาดเงินร้อยล้าน ยอดสตรีมแซง Taylor Swift

คดีฉ้อโกงค่าลิขสิทธิ์เพลงด้วย AI กลายเป็นบทเรียนสำคัญของอุตสาหกรรมเพลง เมื่อ Michael Smith ชายชาวรัฐนอร์ทแคโรไลนา วัย 54 ปี ถูกศาลสหรัฐฯ พิพากษาจำคุก 18 เดือน หลังใช้บอตหลายพันตัวเปิดฟังเพลงที่สร้างด้วย AI เพื่อปั่นยอดสตรีมและรับเงินค่าลิขสิทธิ์อย่างผิดกฎหมาย โดยคดีนี้นับเป็นหนึ่งในคดีอาญาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้ AI และระบบสตรีมมิงเพลงเพื่อฉ้อโกง

ใช้บอต 10,000 บัญชี ปั่นยอดสตรีมเพลง AI หลายพันล้านครั้ง

ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า Smith ดำเนินแผนฉ้อโกงตั้งแต่ปี 2017 ถึง 2024 โดยใช้วิธีการหลัก 3 ขั้นตอน ได้แก่ สร้างบัญชีปลอมบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง ใช้ซอฟต์แวร์สั่งให้บัญชีเหล่านั้นเปิดเพลงที่ตนเองเป็นเจ้าของซ้ำ ๆ และรับเงินค่าลิขสิทธิ์ตามจำนวนการสตรีมที่ระบบบันทึกไว้

นายกฯ พบเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย ย้ำศักยภาพเศรษฐกิจไทย - The Reporters

นายกฯ พบเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย ย้ำศักยภาพเศรษฐกิจไทย เดินหน้าปรับกฎระเบียบส่งเสริมการลงทุน ยกระดับความโปร่งใส–ธรรมาภิบาล ควบคู่ความร่วมมือด้านมนุษยธรรม

วันนี้ (9 ต.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอ็ดมันด์ โค (Edmund Koh) ประธานเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย (Philanthropy Asia Alliance: PAA) พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการลงทุน การพัฒนาสังคม และความร่วมมือด้านมนุษยธรรม โดยประธานเครือข่ายฯ ชื่นชมนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการยกระดับธรรมาภิบาลควบคู่กับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

กรมป่าไม้ ลุย พิทักษ์ป่าไชยปราการ รื้อถอนแปลงขิง 258 ไร่ เขตป่าสงวน เร่งคืนพื้นที่ฟื้นฟูป่า

กรมป่าไม้ เดินหน้า เปิดยุทธการ “พิทักษ์ป่าไชยปราการ” บูรณาการกำลัง รื้อถอนแปลงขิง 258 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 25 เร่งคืนพื้นที่สู่การฟื้นฟูป่าที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ แหล่งต้นน้ำ และการดำรงชีวิตของประชาชน พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอน และเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพที่เหมาะสมโดยเร็ว

ในการนี้ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบหมายให้นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายปราปต์ เหมะสุทธินันท์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า
และนางลักษวรรณ พวงไม้มิ่ง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ ร่วมเปิดยุทธการ “พิทักษ์ป่าไชยปราการ” ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการรื้อถอนทำลายพืชผลอาสิน (ขิง) ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

เยาวชนกว่า 570 คนจาก 10 สถาบันการศึกษา แท็กทีมหยุดกลลวงไซเบอร์ กิจกรรม ‘CYBER SAFE ON TOUR’ สร้างพื้นที่ปลอดภัยโลกออนไลน์

  1. หน้าหลัก 
  2. Online Section 
  3. ข่าวลีด+ข่าวย่อยประจำวัน 

เยาวชนกว่า 570 คนจาก 10 สถาบันการศึกษา แท็กทีมหยุดกลลวงไซเบอร์ กิจกรรม ‘CYBER SAFE ON TOUR’ สร้างพื้นที่ปลอดภัยโลกออนไลน์

เผยแพร่: 9 ต.ค. 2569 16:38   ปรับปรุง: 9 ต.ค. 2569 16:38   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ CHANGE2561 จับมือสร้างสรรค์สังคมออนไลน์ปลอดภัย หยุดกลลวงโลกไซเบอร์ ผ่านโครงการ “กดให้คิด คลิกให้ชัวร์” โดยลงพื้นที่จัดกิจกรรม “CYBER SAFE ON TOUR” ในสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา จำนวน 10 สถาบัน เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการใช้โซเชียลมีเดีย รู้เท่าทันสื่อ ตระหนักรู้ทุกกลโกงไซเบอร์ รู้เท่าทันเหลี่ยมมิจฉาชีพป้องกันภัยออนไลน์ไม่ให้ตัวเอง ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้แก่เยาวชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อการสร้างเกราะกันภัยออนไลน์ให้คนในสังคม เพื่อสามารถใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย เสริมทัพด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้แก่ ป้าตือ สมบัษร, เจแปน ภานุพรรณ , เขื่อน ภัทรดนัย ,ฟรัง นรีกุล, มุก วรนิษฐ์ , หยาดพิรุณ , สยาโม , พาเวล นเรศ , แคน อติรุจ และ ก๊อตจิ ทัชชกร โดยมี ไมเคิล เกียรติศักดิ์ วัฒนวิทย์สกุล เป็นพิธีกร

การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในรั้วสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่ช่วยกระตุ้นเตือนให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนถึงความเสี่ยงจากการใช้งานบนโลกไซเบอร์ ภัยคุกคามและอาชญากรรมไซเบอร์ต่างๆ โดบพัฒนาสื่อดิจิทัลที่สามารถสื่อสารกับประชาชนทั่วไป ให้เกิดความเข้าใจได้ง่าย ด้วยการครีเอทผลงานผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ไอเดียเจ๋งๆ จากเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ได้ลุกขึ้นมาแสดงพลัง เพื่อเป็นด่านหน้าสู้กับมิจฉาชีพ รวมยอดเข้าชมสื่อประชาสัมพันธ์จากโครงการทั้งหมดกว่า 3,300,000 วิว

มองมุมต่าง: อย่าให้ ‘พอร์ตโบรก’ บัง "ดีมานด์" ต่างชาติ! TRS ควรสะท้อนเป็น F Flag : อินโฟเควสท์

เวลาที่นักลงทุนดูยอดซื้อขายแยกตามประเภทผู้ลงทุน สิ่งที่ต้องการรู้คือ แรงซื้อแรงขายนั้นมาจากใคร ต่างชาติกำลังเพิ่มหรือลดการลงทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์กำลังใช้พอร์ตของตนเองเข้าซื้อหุ้น

ข้อมูลนี้จะมีประโยชน์มากขึ้น หากการจัดประเภทสะท้อนถึงต้นทางของความต้องการลงทุน เพราะชื่อบัญชีที่ซื้อหุ้นกับผู้ที่ตัดสินใจลงทุนอาจเป็นคนละฝ่ายกัน

กรณีธุรกรรม สัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนรวมของสินทรัพย์ (Total Return Swap: TRS) ที่นักลงทุนจะรับผลตอบแทนและความเสี่ยงหุ้นได้ โดยไม่ต้องถือหุ้นนั้นโดยตรงแบบ Back-to-Back กล่าวคือ ลูกค้าต่างชาติทำสัญญารับผลตอบแทนจากหุ้นไทย และบริษัทหลักทรัพย์ซื้อหุ้นเพื่อรองรับสัญญานั้น จึงกลายเป็นตัวอย่างที่สะท้อนความชัดเจนว่า เหตุใดการระบุเป็นผู้ลงทุนต่างประเทศ (F Flag) จึงช่วยให้นักลงทุนเข้าใจดีมานด์ได้ตรงกว่าการระบุเป็นบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ (P Flag)

ทั้งนี้ แม้ผู้ซื้อและถือหุ้นตามบัญชีจะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่อยู่ในประเทศไทย แต่จุดเริ่มต้นของรายการมาจากความต้องการลงทุนของลูกค้าต่างชาติ บริษัทหลักทรัพย์ซื้อหุ้นเพื่อรองรับภาระตามสัญญา ขณะที่ลูกค้าต่างชาติเป็นผู้รับผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น