มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 7… ฟองสบู่แตกและทศวรรษที่หายไป บททดสอบที่เจ็บปวดที่สุดของสายเลือด Yasuda

มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 7… ฟองสบู่แตกและทศวรรษที่หายไป บททดสอบที่เจ็บปวดที่สุดของสายเลือด Yasuda

บทความโดย : Morika www.marumura.com

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักจะมาพร้อมกับกับดักตาบอดที่คอยลวงตาเราเสมอ เมื่อคุณก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดจนมองลงมาเห็นทุกคนอยู่เบื้องล่าง สัญชาตญาณความระมัดระวังที่เคยสร้างคุณขึ้นมาก็มักจะถูกความทะเยอทะยานและความโลภกลืนกินไปจนหมดสิ้น

ในทศวรรษที่ 1980 ประเทศญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุดในประวัติศาสตร์ โลกทั้งใบพากันหวาดกลัวและยกย่องปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจของดินแดนอาทิตย์อุทัย แบรนด์สินค้าญี่ปุ่นยึดครองตลาดโลก และที่น่าทึ่งที่สุดคือ ธนาคารพาณิชย์ของญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาติดอันดับท็อป 10 ของโลกในแง่ของสินทรัพย์ไปเกือบทั้งหมด

และหนึ่งในเสาหลักที่ยืนอยู่ในจุดสูงสุดของความมั่งคั่งระดับโลกในตอนนั้น ก็คือ ธนาคารฟูจิ หรืออดีตธนาคารยาซุดะ แกนกลางทางการเงินของ Fuyo Group นั่นเอง

แต่เคยสงสัยไหมครับว่า อาณาจักรการเงินที่ ยาซุดะ เซนจิโร่ วางรากฐานไว้ด้วยความมัธยัสถ์แบบสุดโต่งและวินัยการควบคุมความเสี่ยงอันเข้มงวด ชนิดที่ว่าต้องมีเงินสดสำรองค้ำคลังไว้เสมอเพื่อรับมือกับวิกฤต ทำไมเมื่อเวลาผ่านไปร้อยปี ยักษ์ใหญ่ที่มีภูมิต้านทานสูงขนาดนี้ กลับเกือบจะต้องล้มละลายและปิดฉากชื่อตัวเองลงในช่วงทศวรรษที่หายไป

เรื่องราวในตอนนี้คือบทเรียนราคาแพงที่สุดของวงการธนาคารญี่ปุ่น เป็นช่วงเวลาที่ความโลภของเศรษฐกิจฟองสบู่ได้หลอมละลายสมองและความเยือกเย็นของนักการเงิน และเป็นบททดสอบที่เจ็บปวดที่สุดที่พิสูจน์ว่า ต่อให้คุณจะเป็นยักษ์ใหญ่ที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่ถ้าคุณลืมจิตวิญญาณดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คุณก็ต้องจ่ายราคาที่แพงลิบลิ่วเพื่อแลกกับความอยู่รอด

เพื่อจะเข้าใจภาพความพินาศครั้งนี้ เราต้องย้อนกลับไปดูบรรยากาศของญี่ปุ่นในช่วงปลายยุค 1980 กันก่อนครับ ในตอนนั้นหลังจากมีการลงนามในข้อตกลงพลาซ่า (Plaza Accord) ในปี 1985 ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด รัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัว จึงเลือกใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายขั้นสุดยอด ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจนต่ำเป็นประวัติการณ์ และอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราวกับเปิดก๊อกน้ำ

เมื่อเงินกู้มีราคาถูกแสนถูก และเงินสดล้นธนาคาร สิ่งที่ตามมาคือการเก็งกำไรครั้งประวัติศาสตร์ที่เรียกกันว่า เศรษฐกิจฟองสบู่ (Bubble Economy)

ราคาที่ดินในโตเกียวพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งจนถึงขนาดมีคำเปรียบเปรยว่า แค่ที่ดินผืนเล็กๆ บริเวณพระราชวังอิมพีเรียลในโตเกียว มีมูลค่ามากกว่าที่ดินทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียรวมกันเสียอีก ตลาดหุ้นนิคเคอิพุ่งทะยานเฉียด 40,000 จุด ทุกคนในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่บริษัทข้ามชาติไปจนถึงแม่บ้านพากันกู้เงินมาเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์และหุ้น เพราะมีความเชื่อร่วมกันว่า ราคาของสินทรัพย์เหล่านี้จะมีแต่พุ่งขึ้นอย่างไม่มีวันลดลง

ในฐานะพี่ใหญ่สายการเงิน ธนาคารฟูจิในยุคนั้นตกอยู่ใต้แรงกดดันมหาศาลจากการแข่งขันเพื่อแย่งชิงความเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดปล่อยกู้ โครงสร้างแบบ เคเระสึ ที่เคยช่วยกระจายความเสี่ยง กลับกลายเป็นเครื่องเร่งเร้าให้ธนาคารต้องทำยอดตัวเลขให้เติบโตในทุกไตรมาสเพื่อสนับสนุนบริษัทในเครือ

มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 7... ฟองสบู่แตกและทศวรรษที่หายไป บททดสอบที่เจ็บปวดที่สุดของสายเลือด Yasuda

Former Yasuda Bank (Yokohama Branch)

นักการเงินของธนาคารฟูจิเริ่มหลงลืมกฎเหล็กของ ยาซุดะ เซนจิโร่ ที่ว่าจงปล่อยกู้เฉพาะโครงการที่มีหลักประกันมั่นคงและมีความเสี่ยงต่ำ พวกเขาเริ่มผ่อนปรนมาตรการคัดกรอง ปล่อยกู้จำนวนมหาศาลนับแสนล้านเยนให้แก่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ บริษัทเก็งกำไรที่ดิน และบริษัททางการเงินรายย่อย โดยใช้ที่ดินที่ราคาพองโตกว่าความเป็นจริงหลายเท่ามาเป็นหลักค้ำประกัน โลกการเงินในตอนนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงเฉลิมฉลอง จนไม่มีใครเฉลียวใจเลยว่า งานเลี้ยงที่หรูหรานี้กำลังจะจบลงในไม่ช้า

ปี 1991 คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ยาวนานนับสิบปี เมื่อธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นตระหนักถึงความอันตรายของฟองสบู่ จึงตัดสินใจเหยียบเบรกครั้งใหญ่ด้วยการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและจำกัดการปล่อยกู้ในภาคอสังหาริมทรัพย์

ชั่วข้ามคืน กลไกการเก็งกำไรพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ราคาที่ดินและหุ้นดิ่งหัวลงเหวราวกับรถไฟเหาะที่สายพานขาด บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เคยร่ำรวยรวดเร็วพากันล้มละลายกลายเป็นบุคคลล้มละลายในพริบตา และลูกระเบิดลูกใหญ่ที่สุดก็ถูกโยนกลับมาที่ตักของธนาคารฟูจิ

สิ่งนั้นเรียกว่า หนี้เสีย หรือ NPLs (Non-Performing Loans)

ลองนึกภาพตามนะครับ เงินกู้หลักล้านล้านเยนที่ธนาคารฟูจิปล่อยออกไป ตอนนี้กลายเป็นหนี้ที่ไม่สามารถเรียกเก็บคืนได้เลยแม้แต่เยนเดียว ส่วนที่ดินที่ธนาคารยึดมาเป็นหลักค้ำประกัน ในวันก่อนเคยมีมูลค่าแสนล้าน แต่วันนี้เมื่อตลาดวาย กลับไม่มีใครยอมซื้อต่อแม้ในราคาเพียงหนึ่งในสิบ หนี้เสียก้อนมหึมานี้ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมของงบการเงินอยู่นานหลายปี เพราะผู้บริหารธนาคารในยุคนั้นยังคงหวังลึกๆ ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับคืนมาในเร็ววัน
แต่ความจริงอันโหดร้ายของโลกการเงินคือ บาดแผลที่ถูกซ่อนไว้โดยไม่ยอมรักษา มีแต่จะเน่าเฟะขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 1997 วิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นยุคหลังสงครามก็ระเบิดขึ้น ความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินพังทลายลงอย่างหมดรูป ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง ธนาคารฮอกไกโด ทาคุโชคุ (Hokkaido Takushoku Bank) และบริษัทหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง ยามาอิจิ (Yamaichi Securities) ประกาศล้มละลายลงอย่างกะทันหัน ส่งแรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวไปทั่วเกาะญี่ปุ่น ประชาชนพากันตื่นตระหนกและแห่เดินทางมาเข้าคิวหน้าธนาคารเพื่อถอนเงินสดออกไปเก็บไว้ที่บ้านเพราะกลัวธนาคารจะปิดตัว

ธนาคารฟูจิ หรืออดีตยาซุดะ ตกเป็นเป้าหมายหลักของความตื่นตระหนกครั้งนี้ หนี้เสียที่สะสมมาตั้งแต่ยุคฟองสบู่เริ่มปะทุออกมาจนงบการเงินกลายเป็นตัวเลขสีแดงฉาน ราคาหุ้นของธนาคารฟูจิดิ่งหัวลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สถาบันการเงินในต่างประเทศพากันปฏิเสธที่จะปล่อยกู้ระยะสั้นให้แก่ธนาคารญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันในตลาดโลกตอนนั้นว่า “Japan Premium”

เป็นครั้งแรกในรอบร้อยปีที่อาณาจักรการเงินของยาซุดะยืนอยู่บนเส้นแบ่งแห่งความเป็นตาย พวกเขาเผชิญหน้ากับภาวะขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนเกือบจะไม่สามารถเปิดประตูให้บริการลูกค้าได้ในวันถัดไป
สถานการณ์ที่เลวร้ายนี้บีบคั้นให้ผู้บริหารธนาคารฟูจิต้องยอมกลืนศักดิ์ศรีดั้งเดิมทิ้งไปหมดสิ้น ในปี 1998 ธนาคารฟูจิจำเป็นต้องยื่นเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อขอรับเงินอุดหนุนและเพิ่มทุนจากกองทุนสาธารณะ (Public Funds Injection) เป็นการเอาเงินภาษีของประชาชนเข้ามาอุ้มเพื่อไม่ให้ระบบธนาคารล้มครืน

มันคือความอัปยศครั้งใหญ่ที่สุดของสายเลือดและมรดกของ ยาซุดะ เซนจิโร่ ชายผู้ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นคนควักเงินตัวเองออกไปอุ้มรัฐบาลที่ถังแตก แต่มาในวันนี้ ทายาททางธุรกิจของเขากลับต้องมานั่งคุกเข่าขอเงินจากรัฐบาลเพื่อต่อลมหายใจ

วิกฤตการณ์ในช่วง “ทศวรรษที่หายไป” (Lost Decade) นี้ ได้ทำลายความเชื่อมั่นดั้งเดิมของระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นไปจนหมดสิ้น ผู้บริหารธนาคารฟูจิตระหนักดีว่า ยุคสมัยของการยืนหยัดเป็นยักษ์ใหญ่อย่างโดดเดี่ยวภายใต้ระบบเคเระสึแบบเดิมมันจบลงแล้ว โลกการเงินยุคใหม่หลังวิกฤตคือโลกที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ไร้พรมแดน และต้องการควบรวมขนาดสินทรัพย์ที่ใหญ่ขึ้นในระดับทวีคูณเพื่อความอยู่รอด
การจะประคองให้อาณาจักรของยาซุดะมีชีวิตรอดต่อไปได้ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเตรียมทำการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งในศตวรรษใหม่ นั่นคือการยอมสลายตัวตนและนามสกุลดั้งเดิมของตัวเอง เพื่อจับมือควบรวมกิจการกับอดีตคู่แข่งทางการค้า กลายร่างเป็นสิ่งใหม่ที่โลกจับตามอง ซึ่งเราจะมาคุยกันในบทสรุปตอนสุดท้ายใน EP. 8 ครับ


เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน

ในช่วงพีคสุดของเศรษฐกิจฟองสบู่ปลายทศวรรษ 1980 ความบ้าคลั่งของวงการธนาคารญี่ปุ่น รวมถึงธนาคารฟูจิ สะท้อนผ่านคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกที่เรียกว่า คดีนุย โอโนอุเอะ (Nui Onoue) หรือที่สื่อตั้งฉายาว่า “แม่หมอแห่งฟองสบู่”

นุย โอโนอุเอะ เป็นเพียงเจ้าของร้านอาหารธรรมดาๆ ในโอซาก้า แต่เธออ้างว่ามีสัมผัสพิเศษและทำพิธีทรงเจ้าเพื่อพยากรณ์ราคาหุ้นได้อย่างแม่นยำ น่าเหลือเชื่อที่ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารยักษ์ใหญ่หลายแห่ง รวมถึงธนาคารฟูจิ หลงเชื่อในพิธีกรรมของเธออย่างหัวปักหัวปำ ถึงขนาดพากันอนุมัติปล่อยกู้เงินสดจำนวนรวมกันสูงถึงหลายแสนล้านเยนให้แก่เธอโดยไม่มีหลักค้ำประกันที่เหมาะสม เพื่อให้นุยนำเงินเหล่านั้นไปเก็งกำไรในตลาดหุ้นตามคำบัญชาของเทพเจ้า คดีนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความไร้สติและความหลงระเริงของโลกการเงินญี่ปุ่นในยุคฟองสบู่ได้อย่างชัดเจนที่สุด

บทความโดย : Morika www.marumura.com

เรื่องแนะนำ :
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 6… นกฟีนิกซ์คืนชีพ: การก่อร่างสร้างตัวใหม่ในนาม Fuyo Group
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 5… สงครามโลกและการล่มสลาย เมื่อ “ไซบัตสึ” ถูกพิพากษาจากผู้ชนะสงคราม
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 4… วันที่ฟ้าผ่ากลางใจเมือง โศกนาฏกรรมการลอบสังหาร และการผลัดแผ่นดิน
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 3… ตอน สยายปีกอาณาจักร Yasuda กลยุทธ์ที่ทำให้แตกต่างจากไซบัตสึรายอื่น
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 2… ตอน เดิมพันเปลี่ยนโลก เมื่อวิกฤตของรัฐบาลเมจิ คือบันไดสู่มหาอำนาจทางการเงิน
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 1 จากเศษเหรียญในตลาดมืด สู่รากฐานของความตระหนี่

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
https://note.com/long_egret9073/n/n883b87126c6a?hl=en
– Financial Services Agency of Japan (FSA): “The Banking Crisis of the Late 1990s and Public Funds Injection Records” (fsa.go.jp)
– Bank of Japan Monetary Studies: “The Asset Price Bubble Burst and Non-Performing Loans of Major Commercial Banks” (boj.or.jp)
– Mizuho Financial Group Historical Archives: “Fuji Bank during the Lost Decade and the Preparation for Reorganization” (mizuho-fg.co.jp)

มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 7… ฟองสบู่แตกและทศวรรษที่หายไป บททดสอบที่เจ็บปวดที่สุดของสายเลือด Yasuda

Tags :