ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 1.89 ดอลลาร์ ผวาตึงเครียดตอ.กลาง,

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (12 ต.ค.) โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง อันเป็นผลจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครน

  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2.06% ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.93 ดอลลาร์ หรือ 1.84% ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงโดรนและขีปนาวุธโจมตีสนามบินหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และได้รับบาดเจ็บประมาณ 300 ราย ซึ่งรวมถึงพลเมืองชาวอเมริกัน 1 ราย ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับซาอุดีอาระเบียเพื่อต่อสู้กับกลุ่มฮูตี

ความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อเช่นกัน โดยเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เรือขนส่งบางลำต้องเปลี่ยนเส้นทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบหลักของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งท่าเรือแห่งนี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการฟื้นฟูการส่งออกน้ำมันดิบในอ่าวเปอร์เซียให้กลับมาใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดสงคราม

นอกจากนี้ ประเด็นที่ว่ารัสเซียและยูเครนจะยุติการโจมตีโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของกันและกันหรือไม่ ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ โดยทรัมป์กล่าวว่า รัสเซียและยูเครนได้บรรลุข้อตกลงระงับการโจมตีแหล่งพลังงานของอีกฝ่ายแล้ว แต่ในเวลาต่อมากลับระบุว่ามีการละเมิดข้อตกลงเกิดขึ้น

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ยืนยันว่า ยูเครนจะเดินหน้าตอบโต้ต่อไป หากรัสเซียยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน

ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียกำลังเร่งขยายขีดความสามารถในการขนส่งน้ำมันดิบ เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียสามารถเพิ่มกำลังการขนส่งได้อีก 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในช่วง 7 ถึง 8 สัปดาห์ข้างหน้า ด้วยการปรับเปลี่ยนท่อส่งก๊าซที่มีอยู่เดิม และมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการขนส่งของระบบท่อส่งน้ำมันที่เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซขึ้นอีก 40% เป็น 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 ปีข้างหน้า

โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์