World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้ : อินโฟเควสท์

  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเช้านี้ (4 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดที่ผ่อนคลายลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ฉุดราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลง

    ทั้งนี้ ดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดบวก 1.5% สู่ระดับ 6,351.38 จุด และดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดบวก 0.4% สู่ระดับ 63,995.28 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

  • รัฐ 25 แห่งของสหรัฐฯ ร่วมกันยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันจันทร์ (3 ส.ค.) โดยระบุว่า ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตทางกฎหมาย จากการประกาศเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่ในวงกว้างกับสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้า 60 แห่ง

    คำฟ้องที่ยื่นต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ คัดค้านมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรอัตรา 10% หรือ 12.5% สำหรับสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากประเทศและเขตเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยรัฐผู้ยื่นฟ้องระบุว่า ประเทศและเขตเศรษฐกิจดังกล่าวมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็น 99.4% ของการนำเข้าสินค้าทั้งหมดของสหรัฐฯ

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ยืนยันว่า สหรัฐกำลังเจรจากับอิหร่าน แม้อิหร่านออกมาปฏิเสธในเรื่องนี้

    นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐเป็นฝ่ายควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างสิ้นเชิง และอิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

  • เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) ว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานได้มุ่งเน้นไปที่การบรรลุข้อตกลงในการกำหนดเส้นทางเดินเรือชั่วคราว เพื่อรับประกันความปลอดภัยของการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

    “การเจรจาได้มุ่งเน้นไปที่แนวคิดที่จะเปลี่ยนเส้นทางด้านใต้ ซึ่งผ่านน่านน้ำของโอมาน และเส้นทางด้านเหนือ ซึ่งผ่านน่านน้ำของอิหร่าน ให้กลายเป็นเส้นทางกลาง” บาเกอีกล่าว และเสริมว่า การเจรจาได้มุ่งเน้นไปที่การจัดทำช่องทางเดินเรือไป-กลับเพียงช่องทางเดียว ไม่ใช่การกำหนดเส้นทางแยกกันสองหรือสามเส้นทาง และเส้นทางกลางดังกล่าวจะถูกใช้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการกำหนดเส้นทางถาวรแล้วเสร็จ

  • สกุลเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรและดอลลาร์เป็นวันที่สามติดต่อกันเมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) ส่งผลให้นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐฯ อาจจะต้องเข้าทำการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเพื่อสกัดการแข็งค่าของเยน หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เพิ่งเข้าแทรกแซงตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อพยุงค่าเงินเยน หลังจากทรุดตัวลงต่ำสุดในรอบ 40 ปีก่อนหน้านี้เมื่อเทียบกับดอลลาร์

    ณ เวลา 22.01 น.ตามเวลาไทย เยนแข็งค่า 0.63% สู่ระดับ 156.57 เยน/ดอลลาร์ และดีดตัว 0.68% สู่ระดับ 180.39 เยน/ยูโร

  • เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 53.9 ในเดือนก.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนมิ.ย.

    ดัชนี PMI ยังคงปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12

  • สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.6 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2565 จากระดับ 53.3 ในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.0

    ดัชนีปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการขยายตัวเดือนที่ 6 ติดต่อกัน

  • ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (4 ส.ค.)

    เกาหลีใต้เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.

    ออสเตรเลียเปิดเผยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมิ.ย.

    สหรัฐฯ เปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนมิ.ย., ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนมิ.ย. และ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมิ.ย.