Webull พาหุ้นไทยบุกตลาดโลก เปิดทางต่างชาติเทรดผ่านแอปฯ นำร่อง "ฮ่องกง"

นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าผลักดัน “หุ้นไทยสู่ตลาดโลก” โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยต่างประเทศสามารถซื้อขายหุ้นไทยผ่านแพลตฟอร์ม Webull ได้โดยตรงในลักษณะเดียวกับที่นักลงทุนไทยสามารถซื้อหุ้นสหรัฐผ่านแอปพลิเคชันในปัจจุบัน คาดว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้าชัดเจนในช่วงต้นปี 2570 โดยใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางแห่งแรก เนื่องจากนักลงทุนในฮ่องกงมีความคุ้นเคยกับการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ก่อนขยายไปยังตลาดอื่นผ่านเครือข่ายของ Webull ที่มีผู้ใช้งานในหลายประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้ หุ้นไทยที่จะผลักดันสู่ตลาดต่างประเทศจะเป็นการคัดเลือกเฉพาะบริษัทที่มีศักยภาพและมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารที่มีอัตราเงินปันผลสูงระดับ 5-7% กลุ่มโทรคมนาคม และหุ้นกลุ่มพลังงานบางบริษัทที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งบริษัทเตรียมประสานความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อจัดโรดโชว์ในฮ่องกงและตลาดสำคัญอื่น ๆ หวังดึงดูดนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทย พร้อมสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่เชื่อมโยงตลาดทุนไทยกับตลาดโลกผ่านเทคโนโลยีระดับสากล ค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่แข่งขันได้ และบริการการลงทุนที่ครบวงจร
นายชลเดช กล่าวอีกว่า การเข้าซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi ถือเป็นก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจ Webull ในประเทศไทย โดยดีลดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,200 ล้านบาท ผ่านการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดโดย Webull Corporation ซึ่งดำเนินการผ่านบริษัทในประเทศสิงคโปร์ รูปแบบการชำระเงินเป็นทั้งเงินสดและการแลกหุ้น (Share Swap) ของบริษัทแม่ โดยสัดส่วนการชำระด้วยหุ้นจะมากกว่าเงินสด ทั้งนี้ บริษัทยังคงยืนยันว่าจะสามารถปิดธุรกรรมได้ภายในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2569 หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้
หลังการปิดดีล ทั้ง Webull Thailand และ บล.พาย จะยังคงดำเนินธุรกิจแยกกันในช่วง 1-2 ปีแรก เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น ลูกค้าของ บล.พาย ยังคงใช้ระบบซื้อขายเดิม เช่น Streaming และบริการต่าง ๆ ได้ตามปกติ ก่อนจะทยอยรวมการดำเนินงานเป็นธุรกิจเดียวกันภายในระยะเวลาประมาณ 2 ปี โดยระหว่างนี้ Webull จะเข้าไปสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของทั้งสององค์กร
นายชลเดช กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่ Webull ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ ไม่ได้มองเพียงการเพิ่มฐานลูกค้า แต่ยังต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน โดยเฉพาะทีม Investment Consultant (IC) และ Relationship Manager (RM) ซึ่งหากใช้วิธีทยอยสรรหาจะต้องใช้เวลาหลายปี ขณะที่ บล.พาย มีบุคลากรและโครงสร้างธุรกิจที่พร้อมรองรับการเติบโตทันที นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) จากปัจจุบันที่ Webull Thailand มีประมาณ 20,000 ล้านบาท เป็นการต่อยอดจาก AUM ของ บล.พาย ที่มีอยู่ราว 100,000 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่ม AUM ของ Webull Thailand เป็น 40,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้
ในด้านเทคโนโลยี Webull เตรียมนำจุดแข็งของแพลตฟอร์มระดับโลกเข้ามาต่อยอดธุรกิจของ บล.พาย ทั้งการใช้ระบบ AI ช่วยนักวิเคราะห์สรุปข้อมูลและวิเคราะห์หลักทรัพย์ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เดิมของพาย เช่น DR03 รวมถึงการพัฒนาระบบซื้อขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ในประเทศจีน ซึ่งมีทีมวิศวกรและนักพัฒนาหลายร้อยคน และระบบซื้อขายหุ้นไทยทั้งหมดของ Webull ก็พัฒนาขึ้นเองภายในองค์กร ไม่ได้ใช้ผู้ให้บริการภายนอก ทำให้สามารถพัฒนาฟีเจอร์ใหม่และตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้อย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การสร้างพันธมิตรกับธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการทางการเงิน (Non-bank) เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงนักลงทุน โดยอยู่ระหว่างเตรียมลงนามความร่วมมือกับธนาคารขนาดใหญ่ 1 แห่ง และ Non-bank อีก 1 แห่ง ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า เพื่อให้ลูกค้าของพันธมิตรสามารถซื้อขายหุ้นผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารหรือสถาบันการเงินได้โดยตรง ภายใต้ใบอนุญาตของ Webull นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการเชื่อมต่อผ่าน API สำหรับพันธมิตรรายอื่น และการให้บริการแบบ White Label ซึ่ง Webull จะทำหน้าที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีให้โบรกเกอร์หรือสถาบันการเงินนำไปใช้ภายใต้แบรนด์ของตนเอง
พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในปีนี้ ได้แก่ กองทุนรวม (Mutual Fund) เพื่อรองรับการออมและการลงทุนระยะยาว รวมถึงกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น ThaiESG และ ThaiSIA ขณะที่แพลตฟอร์มการลงทุนจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่หลายด้าน ทั้งระบบซื้อขายหุ้นสหรัฐแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ AI Re ที่ช่วยสรุปข่าวและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนแบบอัตโนมัติ การเปิด API สำหรับนักลงทุนสาย Quantitative เพื่อพัฒนาโปรแกรมหรือ Robot Trading รวมถึงบริการซื้อขาย Option ที่รองรับกลยุทธ์ Short Option ซึ่งปัจจุบันถือเป็นจุดเด่นของ Webull ในตลาดไทย
Back to top button