'อนุทิน' สั่งผู้ว่าฯ ตั้ง War Room 24 ชม. รับมือฝนหนัก-น้ำท่วม

นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศตั้ง War Room เฝ้าสถานการณ์น้ำ 24 ชั่วโมง ประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า ไม่รอเหตุรุนแรงค่อยช่วย พร้อมแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ล่าสุดน้ำท่วมยัง 21 จังหวัด กระทบกว่า 2.7 หมื่นครัวเรือน จับตาสุพรรณบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระแก้ว น้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มบางพื้นที่

26 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 32/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย การแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือประชาชนในภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในทุกภูมิภาค

นายนิรัตน์ เปิดเผยว่า จากการติดตามแนวโน้มสภาพอากาศช่วงวันที่ 26-27 กันยายน พบว่าหลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและร่องมรสุม จึงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบข้อเน้นย้ำผ่านตนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่ และบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง โดยต้องติดตามข้อมูลลงไปถึงระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า และดำเนินมาตรการป้องกันและช่วยเหลือโดยไม่รอให้สถานการณ์รุนแรง

นายนิรัตน์ ระบุว่า นายกรัฐมนตรียังให้ระดมกำลังจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง อาสารักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) องค์กรสาธารณกุศล ทหาร ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำหรือเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสื่อสารกับประชาชนถึงการเตรียมพร้อมและการปฏิบัติงานของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

นายนิรัตน์ กล่าวว่า ทุกจังหวัดต้องจัด War Room ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงข้อมูลปริมาณฝน ระดับน้ำ ต้นน้ำ และสถานการณ์ของจังหวัดข้างเคียง เพื่อประเมินแนวโน้มล่วงหน้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงผ่านผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว สื่อสังคมออนไลน์ และระบบ Cell Broadcast

นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบความพร้อมของศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ จุดจอดรถ พื้นที่ปลอดภัย และแผนดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยประจำพื้นที่เสี่ยงไว้ล่วงหน้า

“ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรู้ทั้งจุดเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ หากจุดเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือลดลงต้องปรับแผนรับมือให้ทัน รู้ระดับความรุนแรงในแต่ละพื้นที่ และจัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือ โดยเน้นการช่วยชีวิตเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ให้ประสานหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงก่อนเกิดน้ำท่วม และสามารถแจ้งเตือนประชาชนให้ทัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง” นายนิรัตน์ กล่าว

ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำชับศูนย์ ปภ.เขต สำนักงาน ปภ.จังหวัด และหน่วยงานในสังกัด สนับสนุนจังหวัดทั้งการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง การแจ้งเตือน และการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย โดยให้วางทรัพยากรในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า

นายธีรพัฒน์ ระบุว่า หากพื้นที่ใดมีสถานการณ์รุนแรง เข้าถึงยาก หรือมีศักยภาพไม่เพียงพอ ให้เร่งประสานกำลังสนับสนุนจากพื้นที่ใกล้เคียงและส่วนกลาง รวมถึงอากาศยานปีกหมุน KA-32 ตามความจำเป็น โดยย้ำว่า “ปภ. ต้องพร้อมสนับสนุนพื้นที่ทันที ทั้งคน เครื่องมือ และเครื่องจักร เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนได้เร็วที่สุด”

สำหรับสถานการณ์อุทกภัย ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 26 กันยายน ยังคงมีสถานการณ์ใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน รวม 84,605 คน

พื้นที่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ซึ่งบางพื้นที่ระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่กรุงเทพมหานครยังมีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจรบางจุด

กระทรวงมหาดไทยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลและประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และจุดน้ำท่วมซ้ำซาก หากได้รับแจ้งให้อพยพ ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็ว