PDP2026 พลิกโฉมพลังงานไทย? - Thai Value Investor การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุน VI หุ้นวีไอ Webboard

PDP2026 พลิกโฉมพลังงานไทย?

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

กรุณารอสักครู่...

A445838

โพสต์

ศุกร์ ก.ย. 11, 2026 2:59 pm

สรุปสาระสำคัญร่างแผน PDP 2026 และปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องสำหรับการลงทุน
1. สภาพแวดล้อมนโยบายและแผนกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่

  • กำลังการผลิตใหม่: ร่างแผน PDP 2026 กำหนดกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่รวมประมาณ 59,900 เมกะวัตต์ โดยในช่วง 12 ปีแรกมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตประมาณ 50,000 เมกะวัตต์
  • โครงสร้างพลังงาน (Energy Mix): ปรับเปลี่ยนเน้นพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดเป็นหลัก ได้แก่:
    • พลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 24,000 เมกะวัตต์
    • ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Solar + BESS) ประมาณ 14,000 เมกะวัตต์
    • พลังงานก๊าซธรรมชาติประมาณ 9,000 เมกะวัตต์
    • พลังงานลมประมาณ 3,000 เมกะวัตต์
    • โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ประมาณ 300 เมกะวัตต์

2. ปัจจัยขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างและรูปแบบธุรกิจใหม่

  • ความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center และ AI: การขยายการลงทุน Data Center และระบบ AI ในประเทศไทย เพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
  • กลไก Direct PPA: การอนุญาตให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดกับผู้ผลิตโดยตรง ช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนการรอรอบประมูลจากภาครัฐ ทำให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าสามารถขยายกำลังการผลิตตามความต้องการของลูกค้าได้ต่อเนื่อง
  • ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System): การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสร้างความจำเป็นในการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อบริหารจัดการการจ่ายไฟฟ้าในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงแดดหรือลม ทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจแบตเตอรี่ฟาร์มในการกักเก็บและจ่ายไฟฟ้าตามช่วงเวลา
  • การปรับปรุงระบบโครงข่ายสายส่ง (Grid Modernization): ประเมินมูลค่าการลงทุนอัปเกรดระบบสายส่งและโครงข่ายไฟฟ้าประมาณ 300,000 ถึง 700,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสถียรและปริมาณการส่งไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

3. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)

  • คุณสมบัติ: กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ บรรจุในแผนเพื่อเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่จ่ายไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมอ รองรับความต้องการของ Data Center
  • ความปลอดภัย: มีระยะรัศมีปลอดภัยกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินประมาณ 1 กิโลเมตร
  • ขั้นตอนการพัฒนา: ภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุนและกำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลในโครงการแรก เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและความเชื่อมั่น ก่อนเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในระยะถัดไป

4. การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานรายบริษัท

  • GUNKUL: ได้รับประโยชน์จากการลงทุนอัปเกรดระบบสายส่งผ่านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระบบไฟฟ้า (EPC) และงานสถานีไฟฟ้า พร้อมมีโอกาสขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากพอร์ตเดิมที่มีอยู่ประมาณ 1,500 เมกะวัตต์
  • GPSC: มูลค่าหุ้นปัจจุบันสะท้อนประมาณการที่ระมัดระวัง และมีปัจจัยบวกจากโอกาสการต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของโรงไฟฟ้า Glow IPP ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการทำกำไรเนื่องจากสินทรัพย์ตัดค่าเสื่อมราคาครบแล้ว
  • SSP (เสริมสร้าง พาวเวอร์): กำลังการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 300 เมกะวัตต์ การได้รับสิทธิพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มเติมจะส่งผลให้สัดส่วนการเติบโตของพอร์ตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • GULF: มีความได้เปรียบด้านต้นทุนทางการเงินและความเชี่ยวชาญในการประมูล อย่างไรก็ตามเนื่องจากฐานพอร์ตเดิมมีขนาดใหญ่ใกล้ 10,000 เมกะวัตต์ อัตราการเติบโตเชิงเปอร์เซ็นต์จึงอาจชะลอลง บริษัทจึงกระจายการลงทุนสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล Data Center และโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ
  • BANPU: อยู่ระหว่างการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเหมืองถ่านหินไปสู่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา โดยในระยะสั้นยังมีข้อจำกัดด้านนโยบายการลงทุนตามเกณฑ์ ESG