หุ้นกลุ่มก่อสร้างเเละซ่อมบำรุง Data Center เบื้องหลังความสำเร็จของ AI - Thai Value Investor การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุน VI หุ้นวีไอ Webboard

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

กรุณารอสักครู่...

A445838

โพสต์

อังคาร ก.ค. 21, 2026 4:59 pm

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบระบายความร้อนในศูนย์ข้อมูล

การเปลี่ยนผ่านจากระบบระบายความร้อนด้วยอากาศแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความต้องการในกลุ่มธุรกิจก่อสร้างและซ่อมบำรุงศูนย์ข้อมูล เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ AI รุ่นใหม่ เช่น Nvidia GB300 มีความต้องการพลังงานสูงถึง 140 กิโลวัตต์ต่อตู้ ซึ่งสูงกว่าตู้เก็บเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมที่ใช้เพียง 10-30 กิโลวัตต์ ทำให้ศูนย์ข้อมูลรุ่นเก่าไม่สามารถรองรับระบบใหม่ได้ และเกิดความจำเป็นในการจ้างผู้รับเหมาเพื่อรื้อถอนและติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมด

โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและการแบ่งส่วนงาน

การก่อสร้างศูนย์ข้อมูลแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักที่มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์มูลค่า:

  • งานรากฐานและโครงสร้าง: การเตรียมพื้นที่และวางรากฐานคอนกรีตหนาพิเศษเพื่อรองรับน้ำหนักมหาศาล
  • โครงข่ายพลังงานแรงสูง: การเชื่อมต่อสายส่งและสถานีย่อยเข้าสู่อาคาร
  • ระบบเครื่องกลและท่อลม: การวางระบบปรับอากาศขั้นสูง
  • อุปกรณ์จัดการพลังงานและระบบหล่อเย็น: การติดตั้งระบบสำรองไฟและระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว

วิเคราะห์บริษัทสำคัญในอุตสาหกรรม

  • Sterling Infrastructure (STRL)
    • เปลี่ยนผ่านจากธุรกิจสร้างทางหลวงมาสู่โครงสร้างพื้นฐานอิเล็กทรอนิกส์
    • รายได้เติบโต 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และกำไรต่อหุ้นในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 78% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของบริษัท
    • อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานอยู่ที่ 17.4%
    • ความได้เปรียบทางการแข่งขัน: เป็นผู้เตรียมพื้นที่รายใหญ่ให้กับผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ เช่น Google, Meta, Amazon และ Microsoft ซึ่งต้องการความรวดเร็วและงานขนาดใหญ่ ทำให้อำนาจการต่อรองราคาสูง
  • Quanta Services (PWR)
    • ผู้นำในการวางระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและสถานีย่อย
    • มีมูลค่างานในมือ (Backlog) สูงถึง 48,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการล็อครายได้ต่อเนื่องในระยะยาว
    • คาดการณ์กำไรต่อหุ้นเติบโตปีละ 15-20% ไปจนถึงปี 2030
    • ความได้เปรียบทางการแข่งขัน: มีโรงเรียนฝึกอบรมวิศวกรและช่างไฟฟ้าของตนเองเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือ ทำให้ควบคุมกำลังคนและมีอำนาจต่อรองราคาสูง
  • Comfort System USA (FIX)
    • เชี่ยวชาญด้านระบบทำความเย็น โดยมีรายได้รอบ 12 เดือนเติบโต 38%
    • อัตรากำไรการดำเนินงาน 15.7% และกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นเกือบ 94%
    • ความได้เปรียบทางการแข่งขัน: ความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างแบบแยกชิ้นส่วนสำเร็จรูปจากโรงงานแล้วนำมาประกอบหน้างาน ช่วยลดระยะเวลาการทำงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • EMCOR Group (EME)
    • เป็นธุรกิจบริการครบวงจรที่มีการกระจายความเสี่ยงได้ดี
    • มีกระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่ง 1,190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
    • มียอดคำสั่งซื้อล่วงหน้าในกลุ่มธุรกิจเครือข่ายและการสื่อสารสูงถึง 112% เน้นความมั่นคงและความเสี่ยงต่ำ
  • Vertiv (VRT)
    • ผู้เชี่ยวชาญระบบสำรองไฟฟ้าและระบบหล่อเย็น โดยมีรายได้จากศูนย์ข้อมูลสูงกว่า 80%
    • อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 20.4% และยอดคำสั่งซื้อเติบโต 252%
    • ความได้เปรียบทางการแข่งขัน: สร้างพันธมิตรกับผู้ผลิตชิปเพื่อกำหนดมาตรฐานสถาปัตยกรรมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว ทำให้ผลิตภัณฑ์กลายเป็นมาตรฐานหลักที่ศูนย์ข้อมูลจำเป็นต้องใช้ และมีรายได้ต่อเนื่องจากการดูแลซ่อมบำรุงระยะยาว
  • Eaton (ETN)
    • เน้นระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะและตู้ควบคุมไฟฟ้าแรงดันสูง
    • มีงานในมือเฉพาะภาคไฟฟ้าสูงถึง 15,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เน้นความมั่นคงและอัตรากำไรที่สม่ำเสมอ
  • Modine (MOD)
    • บริษัทที่กำลังปรับทิศทางเข้าสู่ตลาดศูนย์ข้อมูลอย่างเต็มตัว
    • คาดการณ์รายได้ในปีงบประมาณ 2026 จะเติบโต 23% โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว

ปัจจัยสนับสนุนความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน

  • ความชัดเจนของรายได้: บริษัทส่วนใหญ่มีงานในมือที่เซ็นสัญญาล่วงหน้า 2-3 ปี ทำให้การรับรู้รายได้มีความแน่นอนสูง
  • อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดด้านแรงงาน: การขาดแคลนวิศวกรและช่างเทคนิคเฉพาะทางเป็นกำแพงป้องกันคู่แข่งรายใหม่ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการฝึกฝนทักษะเฉพาะด้าน
  • วงจรการปรับปรุงระบบต่อเนื่อง: ศูนย์ข้อมูลเก่าจำเป็นต้องได้รับการรื้อถอนและติดตั้งระบบระบายความร้อนใหม่เพื่อรองรับเทคโนโลยี AI ส่งผลให้เกิดรายได้จากการซ่อมบำรุงและปรับปรุงระบบอย่างสม่ำเสมอในอนาคต