“ศุภจี” เผยทีมไทยแลนด์ถก USTR คืนนี้ ปูทาง “อนุทิน” คุย “ทรัมป์” 17–18 ก.ย.


ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คืนวันนี้ (15 ก.ย.69) “ทีมไทยแลนด์” จะหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เพื่อสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้ายของการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ก่อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะหารือกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 17 หรือ 18 กันยายนนี้

“ขณะนี้ได้นัดหมายให้นายกรัฐมนตรีหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว โดยฝ่ายสหรัฐฯ อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเลือกวันที่ 17 หรือ 18 กันยายนนี้ เพื่อหารือและตกลงกรอบเนื้อหาต่าง ๆ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปสหรัฐฯ และมีกำหนดพบปะกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวทียูเอ็น (UN) ต่อไป” นางศุภจี กล่าว

นางศุภจีกล่าวว่า สำหรับตัวเลขและอัตราภาษี ขณะนี้ยังต้องรอลุ้นว่าจะมีข่าวดีหรือไม่ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เจรจาข้อเสนอพิเศษกับประธานาธิบดีทรัมป์ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เจรจาในส่วนของเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์

ทั้งนี้ การผลักดันประเด็นการค้าขึ้นสู่การหารือระดับผู้นำของทั้งสองประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักที่มีมูลค่าสูง

สำหรับหลักการสำคัญในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ไทยต้องการรักษาเงื่อนไขและผลักดันให้อัตราภาษีอยู่ในระดับเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค โดยเชื่อว่าสหรัฐฯ จะมีมุมมองต่อประเทศไทยในเชิงบวกมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการส่งผ่านสินค้า (Transshipment)

ไทยได้เสนอข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานอย่างชัดเจนว่า ไม่มีการกระทำผิดในอุตสาหกรรมทั้ง 3 กลุ่มที่ถูกไต่สวน โดยภาคการผลิตของไทยในทั้ง 3 กลุ่มมีกำลังการผลิตจริงอยู่ในระดับ 75–100% ไม่ใช่ต่ำกว่า 60% ตามที่เข้าใจ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ประสานความร่วมมือเพื่อปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เนื่องจากดัชนีเดิมยังมีข้อมูลของอุตสาหกรรมที่ยุติการผลิตไปแล้วค้างอยู่ ขณะเดียวกันยังไม่ได้บรรจุข้อมูลของอุตสาหกรรมใหม่ ส่งผลให้ตัวเลขไม่สะท้อนความเป็นจริง โดยขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างศึกษาและปรับปรุงตัวเลขให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบัน

“นโยบายการค้าต่างประเทศของรัฐบาลกำหนดให้เน้นการสร้างสมดุล โดยประเทศที่ไทยได้ดุลการค้า จะเจรจาด้วยความจริงใจเพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน ส่วนประเทศที่ไทยขาดดุลการค้าสูง เช่น จีน รัฐบาลได้กำหนดมาตรการไว้ 3–4 ด้าน เพื่อทยอยลดการขาดดุลการค้า ซึ่งการสร้างสมดุลดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนที่ได้รับความไว้วางใจในห่วงโซ่อุปทานโลกต่อไป” นางศุภจี กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป ว่า รัฐบาลตั้งใจสรุปผลการเจรจาในการประชุมรอบที่ 10 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมนี้ ที่จังหวัดภูเก็ต โดยเป็นการเจรจาต่อเนื่องจากรอบที่ 9 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

นางศุภจี กล่าวว่า การเจรจารอบนี้เชื่อว่าจะสามารถสรุปข้อตกลงเชิงหลักการทั้งหมด ก่อนหาข้อสรุปและประกาศผลภายในปี 2569

อย่างไรก็ตาม เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนการเจรจา FTA ไทย-อียู วันที่ 18 กันยายนนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อพิจารณารายละเอียดที่ยังติดขัดและมอบกรอบนโยบายการเจรจาที่ชัดเจน พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ผ่านการเร่งรัดขับเคลื่อนกองทุน FTA ก่อนเปิดการเจรจารอบที่ 10

“การเจรจาบรรลุข้อตกลงเชิงหลักการภายในปีนี้ จะสามารถประกาศผลการเจรจาได้ จากนั้นจะดำเนินกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลคาดว่าจะปิดดีลได้ตามแผนภายในปีนี้” นางศุภจี กล่าว