สมัชชาคนจนรวมตัวภูเก็ต จี้รัฐบาลถอนอนุสัญญา UPOV 1991 ออกจากเจรจา FTA หวั่นผูกขาดเมล็ดพันธุ์
สมัชชาคนจนบุกภูเก็ต ค้านรวม UPOV 1991 ใน FTA ไทย-EU หวั่นกระทบสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์–ทำต้นทุนเกษตรกรพุ่ง
29 กันยายน 2569 - เวลาประมาณ 11.00 น. กลุ่มสมัชชาคนจน รวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ถอนประเด็นอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV 1991) ออกจากการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป
โดยเรียกร้องให้มีการถอนออกจากการเจรจาโดยทันทีและถาวร การเคลื่อนไหวครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางการประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป(EU) รอบที่ 10 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 6 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต
การรวมตัวกันของกลุ่มสมัชชาคนจนครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง พร้อมด้วยฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมดูแลความสงบเรียบร้อยและสังเกตการณ์สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และเคลื่อนขบวนต่อไปยังบริเวณหาดเลพัง–หาดลายัน อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
ตัวแทนสมัชชาคนจน เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย–EU ซึ่งปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปแล้วถึง 15 บท จากทั้งหมด 24 บท และตั้งเป้าจะปิดการเจรจาให้ได้ภายในปี 2569
ประเด็นอนุสัญญา UPOV 1991 ที่สหภาพยุโรปพยายามผลักดันให้ไทยเข้าร่วมนั้น ยังคงเป็นข้อตกลงที่หาข้อยกเว้นไม่ได้และน่าห่วงกังวลอย่างยิ่งกลุ่มสมัชชาคนจนได้แสดงความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรรายย่อยและระบบเกษตรกรรมของไทยในหลายมิติ ได้แก่
กระทบสิทธิการเก็บและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ กฎหมายเดิม (พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542) อนุญาตให้เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้ แต่กรอบ UPOV 1991 จะเพิ่มขอบเขตสิทธิของบริษัทผู้ปรับปรุงพันธุ์ ส่งผลให้การเก็บ นำไปใช้ หรือแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์พืชบางประเภท โดยเฉพาะพืชเชิงพาณิชย์ ทำได้ยากขึ้นหรือมีเงื่อนไขผูกมัด ซึ่งขัดต่อหลักการปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของเกษตรกร (UNDROP)
ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและการผูกขาดตลาด การขยายสิทธิครองครองสิทธิบัตรพันธุ์พืชอาจส่งผลให้เกษตรกรต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ทุกฤดูกาล ส่งผลให้ต้นทุนปัจจัยการผลิตเพิ่มสูงขึ้น และเปิดโอกาสให้บริษัทขนาดใหญ่หรือทุนข้ามชาติเข้ามากุมอำนาจผูกขาดตลาดเมล็ดพันธุ์
ความเสี่ยงทางกฎหมายและคดีความ กรอบ UPOV 1991 ครอบคลุมไปถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากผลผลิต ทำให้เกษตรกรที่นำพันธุ์พืชไปปลูกหรือใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และอาจถูกจำกัดช่องทางการจำหน่ายผลผลิต
ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ การจำกัดสิทธิเกษตรกรในการเก็บและพัฒนาพันธุ์พืชพื้นบ้าน อาจส่งผลให้สายพันธุ์พืชท้องถิ่นสูญหาย นำไปสู่การทำลายฐานทรัพยากรชีวภาพและความมั่นคงทางอาหารของชุมชนในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ สมัชชาคนจนจึงขอคัดค้านการเข้าเป็นภาคี UPOV 1991 และคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ในลักษณะขยายสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาเหนือทรัพยากรชีวภาพ
พร้อมย้ำเรียกร้องให้คณะผู้เจรจาและรัฐบาลไทยตัดประเด็นดังกล่าวออกจากโต๊ะเจรจา FTA ไทย–EU ในรอบการประชุมที่ภูเก็ตนี้ทันที และต้องไม่มีการนำกลับมาพิจารณาอีกในอนาคต