สัมภาษณ์พิเศษเอกอัครราชทูตอังกฤษ "บทใหม่" ความสัมพันธ์ไทย-UK ก้าวสู่ปีที่ 171

สัมภาษณ์พิเศษเอกอัครราชทูตอังกฤษ

บทใหม่” ความสัมพันธ์ไทย-UK ก้าวสู่ปีที่ 171

หมายเหตุ: นางนิโคลา พอลลิตต์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ซึ่งเข้ารับตำแหน่งไปเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับมติชนถึงมุมมองและทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยในระยะต่อไป หลังการครบรอบ 170 ปีของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ

ก่อนอื่น อยากให้ท่านเอกอัครราชทูตแนะนำตัวเองให้ชาวไทยรู้จักสักเล็กน้อย

ดิฉันชื่อนิโคลา พอลลิตต์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยคนใหม่ ดิฉันเพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสให้เข้ามารับตำแหน่งนี้

ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ดิฉันเคยเดินทางมาเยือนบ่อยนัก ดังนั้น จึงตั้งตารอที่จะได้ออกไปสำรวจ ทำความรู้จักและทำความเข้าใจประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น ดิฉันได้เดินทางมาพร้อมกับสามีและลูก 2 คน ในช่วงที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เรากำลังปรับตัวให้ลูกๆ เข้าที่เข้าทางกับโรงเรียนใหม่ และมีโอกาสเดินสำรวจเมือง ลิ้มลองอาหารไทยและสัมผัสวัฒนธรรมไทย รวมถึงใช้เวลาในการทำความรู้จักกับคณะทำงานที่สถานเอกอัครราชทูตด้วย

โดยรวมแล้ว ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่ปรับตัวและใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นมาก และทุกคนก็มอบการต้อนรับที่อบอุ่นให้กับครอบครัวของเราเป็นอย่างดี

ในโอกาสของการเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย มองว่าช่วงเวลานี้ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยอย่างไรบ้าง

สหราชอาณาจักรและไทยได้เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไปเมื่อปีที่แล้ว ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามารับตำแหน่งในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นไปในทิศทางที่ดีและมีความเข้มแข็งอย่างมาก และมีความประสงค์ที่จะต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและไทยในอนาคต

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรและไทยได้ยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ในปัจจุบัน ความเป็นหุ้นส่วนนี้ได้ครอบคลุมประเด็นความร่วมมือที่หลากหลายมากขึ้น ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าบทต่อไปของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ จะมีความเป็นยุทธศาสตร์มากขึ้น มีความทันสมัยมากขึ้นและมุ่งไปข้างหน้ามากขึ้น

ขอยกตัวอย่างความร่วมมือที่สะท้อนถึงความเป็นหุ้นส่วนในรูปแบบใหม่นี้ สหราชอาณาจักรทำงานร่วมกับไทยในด้านจีโนมิกส์ โดยบริษัทของสหราชอาณาจักรและมหาวิทยาลัยของไทยกำลังร่วมมือกันพัฒนางานวิจัยด้านจีโนม ซึ่งจะช่วยให้สามารถวินิจฉัยโรคได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่โรคมะเร็งไปจนถึงโรคติดเชื้ออื่นๆ

เรายังมีความร่วมมือกันในด้านชีววิทยาวิศวกรรม โดยได้นำนักวิทยาศาสตร์ ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิจัยมาทำงานร่วมกันเพื่อบุกเบิกและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปด้วยกัน

นอกจากนี้ เรายังเห็นโอกาสในด้านอื่นๆ เช่น เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก ซึ่งรับทราบมาว่าไทยได้พิจารณาให้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานแหล่งพลังงานของประเทศ ขณะที่สหราชอาณาจักรก็มีความเชี่ยวชาญระดับโลกในด้านนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือในสาขาเหล่านี้ ซึ่งเป็นพื้นที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถเปิดโอกาสและยกระดับความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนระหว่างสหราชอาณาจักรและไทยให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บทต่อไปของความสัมพันธ์ยังคงต้องต่อยอดจากความสัมพันธ์ในภาคประชาชน ตลอดจนความเชื่อมโยงด้านวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตลอดระยะเวลา 170 ปีที่ผ่านมา

และขอย้ำว่า สหราชอาณาจักรและไทยยังคงทำงานร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน หรืออาชญากรรมข้ามชาติ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประเด็นสำคัญของความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยในช่วงเวลาต่อไป

ปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ มองว่าไทยควรดำเนินการอย่างไรเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน และอุตสาหกรรมใดในประเทศไทยที่มีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนจากสหราชอาณาจักร

ไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ และมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมและการผลิตที่โดดเด่น ดิฉันคิดว่า นักลงทุนกำลังมองหาประเทศที่เปิดโอกาสให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าถึงห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และมีบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถเพียงพอสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ

ดิฉันเห็นว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากร การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหราชอาณาจักรก็เพิ่งเผยแพร่ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ภาคส่วนที่สหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง อาทิ พลังงานสะอาด วิทยาศาสตร์ชีวภาพ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความความสอดคล้องกันอย่างมากกับสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพและต้องการพัฒนา และนับเป็นโอกาสที่สหราชอาณาจักรและไทยสามารถสร้างการเติบโตและขยายความร่วมมือในภาคส่วนดังกล่าวต่อไปได้

สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในจุดปลายหมายทางยอดนิยมในการศึกษาต่อสำหรับนักเรียนไทย มองเห็นโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสหราชอาณาจักรและไทยในด้านนี้อย่างไรบ้าง

ดิฉันคิดว่าประเด็นนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะอนาคตของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยที่เราพูดถึงกันไปนั้น จะไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยนักการทูตหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น แต่จะถูกกำหนดโดยนักเรียนและนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ด้วยเหตุนี้ การศึกษาจึงถือเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นหุ้นส่วนสมัยใหม่ระหว่างสองประเทศ

ปัจจุบัน มีนักเรียนและนักศึกษาไทยเกือบ 10,000 คนกำลังศึกษาอยู่ในสหราชอาณาจักร ขณะที่ในประเทศไทยมีโรงเรียนนานาชาติของอังกฤษประมาณ 50 แห่ง นอกจากนี้ เรายังมีโครงการทุนการศึกษาต่างๆ รวมถึงทุน Chevening สำหรับระดับปริญญาโท ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างสองประเทศ

ระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยมีมหาวิทยาลัยถึง 4 แห่งติดอันดับ 10 อันดับแรกของโลก นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเรียนและนักศึกษาไทยจำนวนมากเลือกไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรและไทยสามารถต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษาจากเรื่องนี้ได้ โดยส่งเสริมให้นักเรียนและนักศึกษาจากทั้งสองประเทศเดินทางไปศึกษาในอีกประเทศหนึ่งเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาข้ามชาติ (Transnational Education) ซึ่งเป็นการเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาของสหราชอาณาจักรในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยไทย อีกทั้ง ไทยยังเป็นที่ตั้งของสำนักงาน British Council ที่มีมายาวนานซึ่งดำเนินงานด้านการพัฒนาทักษะและการฝึกอบรม ซึ่งสามารถส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรในประเทศไทยได้ด้วย

ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่และความท้าทายที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาชญากรรมข้ามชาติ และประเด็นอื่นๆ มองว่าความท้าทายเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยหรือไม่

ดิฉันไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ตรงกันข้าม ดิฉันมองว่าประเด็นเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เราสามารถทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดได้ โดยในปัจจุบัน สหราชอาณาจักรมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาศูนย์หลอกลวงออนไลน์และความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากปัญหาดังกล่าว

ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นความท้าทายที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ และจะสามารถรับมือได้ดีที่สุดหากแต่ละประเทศร่วมมือกัน โดยสหราชอาณาจักรมีประสบการณ์บางด้านที่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนกับไทยได้ ขณะเดียวกัน ไทยเองก็มีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์กับสหราชอาณาจักรเช่นกัน โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นความท้าทายเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามพรมแดน

ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า เราสามารถนำความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายมาแบ่งปันและทำงานร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของความมั่นคงของโลกได้

สำหรับชาวต่างชาติ ไทยอาจเป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว การเดินทางมาพักผ่อนและอาหารไทยที่มีชื่อเสียง อยากให้ชาวสหราชอาณาจักร รู้จักประเทศไทยในแง่มุมใดเพิ่มเติม นอกเหนือจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว

ดิฉันคิดว่าวัฒนธรรมมีความสำคัญอย่างยิ่ง และวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาในประเทศไทยเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับชาวสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ ความหลากหลายของประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจเช่นกัน ชาวสหราชอาณาจักรจำนวนมากเมื่อนึกถึงประเทศไทย ก็จะนึกถึงชายหาดและหมู่เกาะ ดิฉันคิดว่าไทยมีความหลากหลายทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความหลากหลายทางชีวภาพในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ ส่วนตัว ดิฉันตั้งตารอที่จะได้เดินทางไปสำรวจสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง และฉันก็อยากให้ชาวสหราชอาณาจักรนึกถึงมิติต่าง ๆ ทั้งหมดที่กล่าวมาเมื่อพวกเขานึกถึงประเทศไทย

อีกสิ่งหนึ่งที่ชาวสหราชอาณาจักรมักนึกถึงเมื่อพูดถึงประเทศไทย คือความเป็นมิตรและความอบอุ่นของคนไทย ซึ่งดิฉันมองว่านี่เป็นจุดแข็งที่สำคัญของประเทศ โดยไทยเป็นประเทศที่น่าเดินทางมาเยือน ไม่ว่าจะเพื่อทำงานหรือท่องเที่ยว เพราะผู้มาเยือนจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรของผู้คน ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง

ไทยกำลังส่งเสริมประเทศให้เป็น Wellness Destination มองว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักรให้เดินทางมายังประเทศไทยด้วยเหตุผลที่หลากหลายมากขึ้นหรือไม่ นอกเหนือจากการท่องเที่ยวตามชายหาดและหมู่เกาะต่างๆ

ดิฉันเพิ่งเข้าพบกับผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และท่านได้พูดคุยกับดิฉันเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยกล่าวถึงการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและเวลเนส

อย่างที่ทราบกันว่า วัฒนธรรมพุทธเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และหลายประเทศที่มีวัฒนธรรมพุทธก็มีชื่อเสียงในด้านโยคะด้วย ซึ่งดิฉันคิดว่าในมุมมองของชาวสหราชอาณาจักร สิ่งเหล่านี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการมีสุขภาวะที่ดี อีกทั้ง เวลเนสยังเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศด้วย เราต้องการแสงแดดและความอบอุ่น เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลาย

ดิฉันคิดว่าประเทศไทยมีองค์ประกอบด้านเวลเนสที่หลากหลายและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนได้ ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนไทย สภาพอากาศที่อบอุ่น สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสปา ตลอดจนธรรมชาติและชายหาด

เวลเนสเป็นแนวคิดที่มีความหลากหลายและมีความหมายแตกต่างกันสำหรับแต่ละบุคคล และดิฉันคิดว่าจุดแข็งของประเทศไทยคือความสามารถในการนำเสนอองค์ประกอบเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่แตกต่างกัน ดังนั้น ดิฉันจึงมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพอย่างมากในด้านนี้