TTB แกร่งเกินจะสะท้าน


ข่าวลือเป็นจริง! เมื่อวันอังคารที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดข่าวลือว่าธนาคาร ING ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ในธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ TTB จะเทขายหุ้น TTB แบบ PP ให้แก่นักลงทุนบนกระดานรายใหญ่ (Big Lot) มูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร หรือราว 1.8 หมื่นล้านบาท

วันนั้นหุ้น TTB ก็เริ่มย่อตัวลงบ้างแล้วมาปิดที่ 2.90 บาท

นั่นจึงเป็นที่มาของการพาดหัวข่าว “บิ๊กล็อต TTB 1.6หมื่นล้าน! ไอเอ็นจีตัดขายเพิ่ม 6.3%” ในวันรุ่งขึ้น (19 ส.ค.) เพื่อเป็นการส่งสัญญาณล่วงหน้า ไม่ให้นักลงทุนตื่นตระหนกหรือแพนิกเกินไปกับ “ข่าวจริง” ที่จะเกิดขึ้นตามมา จนอาจจะเกิดการ “ขายหมู” ในข่าวที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้

และแล้ว ข่าวลือที่ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ดั้นด้นไปเสาะแสวงตามวงการวาณิชธนกิจและที่ปรึกษาการเงิน ก็เป็นจริงขึ้นมาตามนั้น ในวันพุธที่ 19 ส.ค.นั้นเอง ING ก็เปิดปฏิบัติการจริง นำหุ้นออกมาขายสถาบันแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ในกระดานบิ๊กล็อต  ที่ราคาเฉลี่ย 2.64 บาท ต่ำกว่าราคาในกระดาน จำนวนมูลค่า 18,470 ล้านบาท

ตามพาดหัวข่าว “ไอเอ็นจีถอนลงทุนหุ้น TTB ปิติลั่น!เดินหน้าซื้อหุ้นคืน” ฉบับพฤหัสบดีที่ 20 ส.ค. 69 ของข่าวหุ้นธุรกิจ ราคาปิดของหุ้น TTB วันที่ 19 นั้น อ่อนตัวลงมาแค่ 10 ส.ต.ลงมาปิดที่ 2.80 บาท นักลงทุนมิได้ตกใจสักเท่าไรนัก!

เดิมก่อนธนาคาร ING จะเข้ามา ธนาคารทหารไทยมีการควบรวมเอาสถาบันการเงินอีก 2 แห่ง

เข้ามาคือธนาคารไทยทนุและบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมฯ หรือ IFCT เข้ามา ซึ่งอาการก็หนักไม่แพ้กัน จนเกิดการเปรียบเปรยเป็น “ธนาคารคนป่วย++คนป่วย”

ธนาคาร ING เปรียบเหมือนพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่เข้ามาช่วยกอบกู้ฐานะธนาคาร TMB ในปี 2550 พร้อมด้วยเงินทุนของทั้งกลุ่มประมาณ 20,980 ล้านบาท โดยการการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในราคา 1.60 บาท ในจำนวนประมาณ 13,113 ล้านหุ้น

ตอนนั้น (กลุ่มการเงินธนชาตยังไม่เข้ามา) เลือด TMB ก็ยังไหลไม่หยุด! กลุ่ม ING ต้องเข้าเพิ่มทุนรอบ 2 ในปี 2562 โดยใช้ต้นทุน 1.35 บาท/หุ้น จำนวนเพิ่มทุน 9,414 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 12,709 ล้านบาทโดยประมาณ

รวมมูลค่าเพิ่มทุน 2 รายการ ที่ ING ทุ่มเงินมาร่วมกันพัฒนา TTB ในวันนี้ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 33,689 ล้านบาทโดยประมาณ

ผลตอบแทนที่คืนกลับไปยัง ING ในรอบนี้ (ขายบิ๊กล็อตสถาบัน) 18,470 ล้านบาท เมื่อรวมกับการขายในรอบซื้อหุ้นคืนของ TTB ประมาณ 9,000 ล้านบาท รวมเป็นยอดประมาณ 27,470 ล้านบาท โดย ING ยังคงเหลือสัดส่วนหุ้นใน TTB อีก 11.6% หรือประมาณ 1.1 หมื่นล้านหุ้น

อีกทั้งยังมีเงินปันผลที่ได้รับจากการลงทุนตลอดช่วง 19 ปี ซึ่งตัวเลขไม่เป็นทางการ อาจจะอยู่ในราว 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับการขายหุ้น ผลตอบแทนก็อาจจะอยู่ในระดับประมาณ 4.1-4.2 หมื่นล้านบาท

อาจจะเรียกเป็นการ “ถอนทุนคืน” ของ ING ก็ได้ กับเงินที่ ING นำมาลงทุนประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท เมื่อ 19 ปีที่แล้ว คุ้มหรือไม่คุ้มเป็นเรื่องของนักการเงินจะไปคิดคำนวณกันเอง แต่เมื่อคิดถึงสภาพของธนาคารทหารไทย หรือ TMB ที่ต้องใช้การเพิ่มทุนกันถึง 2-3 รอบ ก่อนจะห้ามเลือดหยุดไหล…

ก็อาจจะจัดฐานะธนาคาร ING เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่น่าไว้วางใจยิ่ง หากไม่มีเขาในวันนั้นก็คงไม่มี TTB ในวันนี้

โดยเฉพาะการเลือกขายหุ้น TTB แบบเฉพาะเจาะจงในกระดานบิ๊กล็อต ช่วยลดความผันผวนราคาหุ้นจากนักลงทุนที่อาจจะแพนิกตื่นตกใจเป็นอันมาก ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยกระจายหุ้นไปยังกลุ่มนักลงทุนหลากหลายกลุ่มยิ่งขึ้น เป็นผลดีต่อสภาพคล่องของหุ้นในระยะยาว

ในประการสำคัญที่สุดก็คือ ไม่เป็นการไปรบกวนการซื้อหุ้นคืนของธนาคารอีก 1.4 หมื่นล้านให้ครบวงเงินเต็ม 3.5 หมื่นล้านบาทแน่นอน

ราคาหุ้น TTB กลับมาแล้ว ฐานะธนาคารภายใต้การนำของฐากร ปิยะพันธ์ก็ยิ่งแข็งแกร่ง