Toyota Grand Highlander 2027 เพิ่มรุ่น Woodland Edition ยาง All-Terrain ยกสูงขึ้น 0.5 นิ้ว - HeadLight Magazine

4 ตุลาคม 2026 เวลา 23:55 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 31 ครั้ง

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม Toyota ได้ขยายไลน์อัพของรถ SUV เบาะนั่ง 3 แถว Grand Highlander รุ่นปี 2027 ในตลาดสหรัฐอเมริกา ด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่เอาใจสายลุย Hybrid Woodland Edition โดยติดตั้งยาง All-Terrain เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้มีความสูงเพิ่มอีก 0.5 นิ้ว พร้อมกล่องเก็บความเย็นแบบถอดได้สำหรับเบาะนั่งแถว 2 พรม All-Weather และถาดเก็บสัมภาระท้ายพร้อมตัวแบ่งแบบ Pop-up ขณะที่รุ่นย่อยอื่นๆ ยังมีทางเลือกเครื่องยนต์เบนซินล้วน Hybrid และ Hybrid MAX รวมถึงระบบขับเคลื่อน FWD/AWD ตามรุ่นย่อย

อุปกรณ์เฉพาะรุ่นของ Woodland Edition ประกอบด้วยกล่องเก็บความเย็นแบบถอดได้บริเวณคอนโซลแถว 2 รองรับกระป๋องขนาด 12 ออนซ์ได้สูงสุด 6 กระป๋อง พวงมาลัยอุ่น ช่องจ่ายไฟ AC ให้กำลังไฟสูงสุด 1,500W ไฟตัดหมอก LED ชุดขอลากแบบพับเก็บได้ ปิดท้ายด้วยบังโคลน

ภายในมาพร้อมพรมแบบผ้ายางเกรดเปื้อนและล้างออกได้ง่าย พร้อมโลโก้ Woodland และถาดเก็บสัมภาระท้ายพร้อมตัวแบ่งแบบ Pop-up นอกจากนี้ยังตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์สีดำ ราวหลังคา ฝาครอบกระจกมองข้าง เสาอากาศ Shark Fin และชิ้นส่วนตกแต่งรอบไฟหน้าและขอบกระจกสีดำ

ส่วนการปรับโฉมรุ่นปี 2027 รุ่น Hybrid MAX Platinum เปลี่ยนรายละเอียดภายนอกหลายจุดเป็นสีดำ ทั้งกระจังหน้า ชิ้นส่วนฝากระโปรง ราวหลังคา ขอบกระจก ฝาครอบกระจกมองข้าง และเสาอากาศ Shark Fin ขณะที่รุ่น Platinum เครื่องยนต์เบนซินได้ล้อแบบใหม่ และ XLE ทั้งเบนซินและ Hybrid เพิ่มพวงมาลัยอุ่นกับล้ออัลลอยสีเทาเข้ม 18 นิ้ว โดยมีการยกเลิกรุ่นย่อย Hybrid Nightshade Edition และ Hybrid MAX Limited

รุ่นย่อยของ Grand Highlander 2027 มีทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่ LE XLE Woodland Edition Limited และ Platinum โดยรุ่นย่อย LE และ XLE เลือกได้ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ หรือขุมพลัง Hybrid เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ พร้อมระบบขับเคลื่อนให้เลือกทั้งแบบ 2 ล้อหน้าและ 4 ล้อ AWD ขณะที่รุ่น Woodland Edition จะใช้ขุมพลัง Hybrid AWD เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่น Limited ที่มีให้เลือกทั้งขุมพลังเบนซินและ Hybrid เช่นเดียวกับรุ่นท๊อป Platinum 

โดยรุ่น LE ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม Toyota Audio Multimedia รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย มาตรวัดแสดงผลการขับขี่พร้อมจอขนาด 7 นิ้ว ช่องชาร์จ USB-C 7 ตำแหน่ง ประตูท้ายไฟฟ้า และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 ส่วนรุ่น XLE เพิ่มเบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุ SofTex เบาะคู่หน้าพร้อมระบบอุ่น พวงมาลัยอุ่น แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Qi Wireless Charger และกุญแจแบบ Digital Key

รุ่น Limited เพิ่มล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว เบาะหนัง เบาะคู่หน้าระบายอากาศ เบาะแถว 2 พร้อมระบบอุ่น ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Lighting ระบบเครื่องเสียง JBL Premium Audio 11 ลำโพง มาตรวัแสดงผลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว และระบบช่วยจอดพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ ขณะที่รุ่น Platinum เพิ่มล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สีพิเศษ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังหรือหนังผสม Ultrasuede หลังคากระจก Panoramic Moonroof โหมดการขับขี่, Multi-Terrain Select หน้าจอ Head-Up Display ขนาด 10 นิ้ว กล้องมองรอบคัน Panoramic View Monitor และกระจกมองหลังแบบดิจิตอล

ตัวถัง Grand Highlander ยังคงเน้นความเป็น SUV สำหรับครอบครัว ด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่ กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู หลังคาทรงแบน และด้านท้ายที่เน้นความกว้าง พร้อมประตูหลังที่เปิดได้กว้างเพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลง และกระจกด้านข้างขนาดใหญ่เพื่อทัศนวิสัยที่ดี โดยรุ่น Hybrid MAX มาพร้อมปลายท่อไอเสียคู่แบบเปิดให้เห็นจากภายนอก และชิ้นส่วนตกแต่งกันชนสีเงินเฉพาะรุ่น ส่วนภายในรองรับผู้โดยสารสูงสุด 8 คน 

ขุมพลังที่มีให้เลือกมากถึง 3 แบบ ได้แก่

  • รุ่นเครื่องยนต์เบนซินปกติ

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.4 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 275 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD

  • รุ่นเครื่องยนต์ Hybrid

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.5 ลิตร Hybrid กำลังสูงสุด 246 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 316 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD

  • รุ่น Hybrid Max

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.4 ลิตร Hybrid พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Direct4 AWD ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 6.3 วินาที พร้อมความสามารถในการลากจูงสูงสุดมากถึง 2.3 ตัน

Grand Highlander ผลิตที่โรงงาน Toyota ในเมือง Princeton รัฐ Indiana สหรัฐอเมริกา โดยรุ่นปี 2027 เตรียมเริ่มส่งมอบในช่วงปลายปีนี้ ราคาเริ่มต้นรุ่นเครื่องยนต์เบนซินอยู่ที่ 42,560 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.37 ล้านบาท สำหรับ LE FWD ส่วนรุ่น Hybrid เริ่มต้นที่ 45,910 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.48 ล้านบาท

ที่มา: Toyota