Toyota ส่งออกรถฝีมือคนไทย 208,500 คัน Hilux–Yaris ATIV สองรุ่นหลักทำเงินเข้าประเทศ

โตโยต้าเผยยอดส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 รวม 208,500 คัน นำโดย Toyota Hilux จำนวน 137,400 คัน ตามด้วย Toyota Yaris ATIV อีก 40,500 คัน สะท้อนศักยภาพฐานการผลิตไทยที่ยังได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดโลก พร้อมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การจ้างงาน และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ระหว่างเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 สามารถส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยไปยังตลาดต่างประเทศได้รวม 208,500 คัน

โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ตลาดรถยนต์โลกจะอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี แต่รถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยยังคงได้รับความไว้วางใจ ทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย

Toyota  Hilux ครองแชมป์ส่งออกกว่า 1.37 แสนคัน

เมื่อพิจารณาตามรุ่นรถ พบว่า Toyota Hilux เป็นรถยนต์ที่มียอดส่งออกสูงที่สุด จำนวน 137,400 คัน คิดเป็นประมาณ 66% ของยอดส่งออกรวม สะท้อนความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตรถกระบะสำคัญของโตโยต้า

รองลงมาคือ Toyota Yaris ATIV มียอดส่งออก 40,500 คัน หรือประมาณ 19% ของยอดส่งออกรวม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของฐานการผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็กของไทย ซึ่งสามารถผลิตรถยนต์ให้ผ่านมาตรฐานและข้อกำหนดของตลาดส่งออกในหลายประเทศ

หากรวมยอดส่งออกของ Toyota Hilux และ Toyota Yaris ATIV จะอยู่ที่ 177,900 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 85% ของยอดส่งออกรถยนต์ทั้งหมดของโตโยต้าในช่วง 7 เดือนแรกของปี ส่วนที่เหลืออีก 2,000 คันนั้นเป็นรถรุ่นอื่นๆ 

รถสันดาปยังเป็นกำลังหลัก ไฮบริดมีบทบาทเพิ่มขึ้น

สำหรับยอดส่งออกเมื่อแบ่งตามระบบขับเคลื่อน โตโยต้าระบุว่าเป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE จำนวน 163,700 คัน และรถยนต์ไฮบริดจำนวน 42,800 คัน

โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปยังคงเป็นกำลังหลักของการส่งออก ขณะที่รถยนต์ไฮบริดเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นตามทิศทางความต้องการของตลาดโลก และแนวทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำลง

"รถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ หรือ Local Content เฉลี่ยประมาณ 70% จึงไม่ได้สร้างมูลค่าเฉพาะในขั้นตอนการประกอบรถยนต์เท่านั้น แต่ยังส่งต่อประโยชน์ไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน ซัพพลายเออร์ และแรงงานในห่วงโซ่อุปทานของไทยด้วย"

หนุนเศรษฐกิจและรักษาการจ้างงานในประเทศ

ความสำเร็จด้านการส่งออกครั้งนี้ นอกจากจะตอกย้ำคุณภาพของรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยแล้ว ยังสะท้อนบทบาทของโตโยต้าในการสร้างรายได้จากการส่งออก สนับสนุนการจ้างงาน และรักษาความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนภายในประเทศ

โดยเฉพาะ Toyota Hilux และ Toyota Yaris ATIV ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 85% ของยอดส่งออกทั้งหมด ถือเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีความสามารถในการผลิตรถยนต์เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลก

ยอดขายโตโยต้าในไทยแตะ 135,199 คัน

ด้านผลการดำเนินงานในประเทศ โตโยต้ามียอดขายสะสมช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 135,199 คัน เพิ่มขึ้น 2.39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ครองส่วนแบ่งตลาด 33.29%

กลุ่มรถกระบะ Pure Pick Up ซึ่งประกอบด้วย Hilux Travo, Revo และ Champ มียอดขายสะสม 43,082 คัน เพิ่มขึ้น 5.59% ขณะที่กลุ่ม Eco Segment ได้แก่ Yaris และ Yaris ATIV มียอดขาย 40,904 คัน เพิ่มขึ้น 20.35%

นายศุภกร กล่าวอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โตโยต้ายังคงรักษาความแข็งแกร่งได้ มาจากความเชื่อมั่นของลูกค้า ตลอดจนความพร้อมของระบบนิเวศทางธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ รวมถึงการบริหารคลังและสต็อกอะไหล่ที่ครอบคลุม

"โตโยต้ายืนยันว่าจะเดินหน้าเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมรักษาคุณภาพการผลิตและมาตรฐานการบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศต่อไป"