TKงวดนี้โตทั้งรายได้-กำไร ชูพอร์ตคุณภาพ กำสภาพคล่องกว่า 3พันล.
<ol>
TKงวดนี้โตทั้งรายได้-กำไร ชูพอร์ตคุณภาพ กำสภาพคล่องกว่า 3พันล.
เผยแพร่: 13 ส.ค. 2569 12:43 ปรับปรุง: 13 ส.ค. 2569 12:43 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
" ฐิติกร" ไตรมาส 2 รายได้รวม 231.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% กำไรสุทธิ 39.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลับมาเติบโตทั้งรายได้และกำไร หลัง TK เพิ่มการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศตั้งแต่ไตรมาส 2 ส่งผลยอดปล่อยสินเชื่อขยายตัวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ดันพอร์ตลูกหนี้เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 2,138.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.6% จากสิ้นปี 2568 เดินหน้าตามเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมปี 2569 โต 50%
นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)หรือ TK กล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติงบการเงินสำหรับรอบบัญชีสิ้นสุดไตรมาส 2 บริษัทฯ มีรายได้รวม 231.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จาก 221.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 39.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จาก 38.5 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 454.0 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 63.0 ล้านบาท ทั้งนี้ การกลับมาเติบโตทั้งรายได้และกำไรในไตรมาสนี้ สะท้อนทิศทางการเดินหน้าธุรกิจของบริษัทฯ ที่ชัดเจนต่อเนื่อง หลังจากที่ TK ได้กลับมาเพิ่มการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2568 ภายหลังภาครัฐมีความชัดเจนในแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่ง โดยสินเชื่อเช่าซื้อขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
“สำหรับครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามเป้าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 50% จากปี 2568 ภายใต้กลยุทธ์ "เติบโตอย่างมีคุณภาพ" ด้วยการเน้นขยายพอร์ตในกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกัน ครอบคลุม 4 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร และสินเชื่อโซลาร์เซลล์ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินและควบคุมคุณภาพลูกหนี้ให้พอร์ตเติบโตอย่างแข็งแรง” นางสาวปฐมา กล่าว
ทั้งนี้ ณ ไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีสภาพคล่องซึ่งเป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงเงินฝากประจำกับธนาคารและเงินลงทุนรวม 3,086.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นสภาพคล่องส่วนเกินที่บริษัทฯ พร้อมนำมาใช้ปล่อยสินเชื่อ เพื่อสนับสนุนการขยายพอร์ตให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2569
ด้าน นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK กล่าวว่า ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้จากสินเชื่อเช่าซื้อ 128.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จาก 111.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้ออย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้อื่น ๆ อยู่ที่ 103.2 ล้านบาท ลดลง 5.9% จาก 109.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้รถเช่าและหนี้สูญรับคืนที่ลดลง ในด้านการบริหารต้นทุน บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม 181.3 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 149.4 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงิน 3.2 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินในต่างประเทศเพื่อรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.07 เท่า
ณ ไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 2,138.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.6% จาก 1,624.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 โดยยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อขยายตัวทั้ง 3 ตลาด คือ ประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าลูกหนี้อย่างเพียงพอ โดย ณ ไตรมาส 2/2569 มีสำรองจำนวน 131.8 ล้านบาท มีลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน 5.0% และมี Coverage Ratio ที่ 116.0% เทียบกับ ณ สิ้นปี 2568 ที่มีสำรองจำนวน 114.6 ล้านบาท ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน 6.6% และ Coverage Ratio ที่ 99.1%
สำหรับภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ไตรมาส 2/2569 มียอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ 484,721 คัน เพิ่มขึ้น 6.3% จาก 456,053 คัน ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ครึ่งปีแรก 2569 อยู่ที่ 953,330 คัน เพิ่มขึ้น 3.9% จาก 917,685 คัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
นายประพล กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยจะมีแนวโน้มลดลง โดยไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 85.9% ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี การลดลงของหนี้ครัวเรือนอาจจะไม่สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง แต่บ่งบอกถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบของประชาชนบางกลุ่ม รวมถึงมีการพึ่งพาแหล่งเงินทุนนอกระบบมากขึ้น สะท้อนว่าครัวเรือนบางส่วนหันไปใช้แหล่งเงินกู้ที่มีเงื่อนไขยืดหยุ่น และเข้าถึงง่ายกว่า แม้จะมีต้นทุนทางการเงินที่สูงกว่าก็ตาม เห็นได้จากโรงรับจำนำ และสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ขยายฐานสูงขึ้นต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพลูกหนี้การเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามทวงถามหนี้ และการให้ความช่วยเหลือลูกค้าตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้พอร์ตเติบโตอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าและช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าใช้งานเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการตอบรับเชิงบวกของลูกค้าต่อระบบดิจิทัลของบริษัทฯ
"TK ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยจุดแข็งด้านสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ความเชี่ยวชาญในธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่สั่งสมมายาวนาน และเครือข่ายสาขาในตลาดเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า โดยมีการสร้างคุณค่าให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเป็นจุดหมายปลายทาง" นายประพล กล่าว