TIPAK เคาะราคาขาย IPO หุ้นละ 1.85 บาท เปิดจอง 25-29 ก.ย. : อินโฟเควสท์
บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ [TIPAK] เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 143,683,270 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.85 บาท ระยะเวลาจองซื้อ วันที่ 25 ก.ย. และ วันที่ 28-29 ก.ย. 69 โดยบล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย ที่ร่วมกับ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และจะเจ้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET กลุ่มอุตสาหกรรม หมวดบรรจุภัณฑ์
การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ เสนอขายหุ้นละ 1.85 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings: P/E Ratio) เท่ากับ 6.38 เท่า (ก่อนการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้) และ 8.63 เท่า (หลังการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้) โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งเท่ากับ 118.36 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท หลังจากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (Fully Diluted) ซึ่งเท่ากับ 552.00 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น เท่ากับ 0.20 บาท
และเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หมวดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (PKG) และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ที่ประกอบธุรกิจกระดาษและวัสดุการพิมพ์ และ/หรือ บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีลักษณะการประกอบธุรกิจคล้ายคลึงหรือเทียบเคียงได้กับลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทจำนวน 5 บริษัท พบว่า มีอัตราส่วน P/E Ratio ในช่วงระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 16 กันยายน 2569 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 12.35 เท่า (ที่มา:SETSMART)
สัดส่วนหุ้นของ”ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร”ที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 105,056,760 หุ้น คิดเป็น 19.03% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้
บริษัทจะนำเงินจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ จำนวน 250.17 ล้านบาท ได้แก่
1)ใช้ลงทุนปรับปรุงและพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต จำนวน 20.17 ล้านบาท
2)เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ 60 ล้านบาท
3)ชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน 170 ล้านบาท
บริษัทฯมีนโยบายในการจ่ายาเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี
TIPAK ประกอบธุรกิจเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษคราฟท์ ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (Made to order) โดยสินค้าหลักแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แผ่นกระดาษลูกฟูก และ กล่องกระดาษลูกฟูก โดยบริษัทฯมีการผลิตและจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม ผลไม้กล่องขนส่งไปรษณีย์ E-commerce เป็นต้น ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในประเทศที่ต้องการนำไปบรรจุภัณฑ์ของลูกค้าในการจัดส่งสินค้า
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน