TikTok ยอมความรัฐแอละแบมา จ่ายอย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์
รัฐแอละแบมาของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (25 ก.ย.) ว่า บรรลุข้อตกลงยุติคดีกับติ๊กต๊อก (TikTok) และไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่จากจีน เพียงไม่กี่วันก่อนที่คดีจะเข้าสู่การพิจารณา โดยรัฐกล่าวหาว่าทั้งสองบริษัททำให้แพลตฟอร์มมีลักษณะเสพติด และให้ข้อมูลที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม
ภายใต้ข้อตกลง แอละแบมาจะได้รับเงินอย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์ โดยต้องชำระให้รัฐภายใน 45 วัน และอาจได้รับเงินสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์ หากเป็นไปตามเงื่อนไขบางประการ ตามข้อมูลจากสำนักงานอัยการสูงสุดรัฐแอละแบมา
นอกจากนี้ ติ๊กต๊อกยังตกลงปรับเปลี่ยนการทำงานของแพลตฟอร์มหลายประการ โดยกำหนดเวลาการใช้งานสูงสุดวันละ 2 ชั่วโมง เพิ่มการหยุดพักหลังใช้งาน 15 นาที และปรับปรุงระบบตรวจสอบอายุของผู้ใช้งาน
ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ติ๊กต๊อกยอมยุติคดีกับรัฐแห่งหนึ่ง ขณะที่บริษัทกำลังเผชิญข้อกล่าวหาลักษณะเดียวกันจากหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ
เดิมคดีนี้มีกำหนดเริ่มพิจารณาในวันจันทร์ (28 ก.ย.) ที่ศาลรัฐในเมืองมอนต์โกเมอรี และคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ โดยอาจเป็นโอกาสให้สาธารณชนได้เห็นข้อมูลภายในของติ๊กต๊อกในระดับที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทมักเลือกยอมความในคดีที่ถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาคดี
คดีของแอละแบมาถูกยื่นฟ้องเมื่อปีที่แล้วโดยสตีฟ มาร์แชล อัยการสูงสุดของรัฐจากพรรครีพับลิกัน โดยปัจจุบันมีอย่างน้อย 27 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ยื่นฟ้องติ๊กต๊อกเช่นกัน
แอละแบมากล่าวหาว่า การนำเสนอวิดีโออย่างต่อเนื่องไม่รู้จบของติ๊กต๊อกทำให้แพลตฟอร์มกลายเป็นโซเชียลมีเดียที่เสพติดมากที่สุด และอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มผลักดันให้ผู้ใช้งานอายุน้อยเข้าถึงเนื้อหาที่มีความรุนแรงและเกี่ยวข้องกับการทำร้ายตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยรัฐระบุว่าสิ่งนี้มีส่วนทำให้เกิดวิกฤตสุขภาพจิตในกลุ่มวัยรุ่น และทำให้จำนวนผู้เข้าห้องฉุกเฉินจากการทำร้ายตัวเองในรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมาก
คำฟ้องยังกล่าวหาว่า ติ๊กต๊อกให้ข้อมูลที่ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่า บริษัทมีมาตรการจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาทางเพศและเนื้อหารุนแรงของผู้ใช้งานอายุน้อย เพื่อให้แอปได้รับการจัดอันดับว่าเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับวัยรุ่นบนแอปสโตร์ของกูเกิล (Google), แอปเปิ้ล (Apple) และไมโครซอฟท์ (Microsoft) ขณะเดียวกัน ติ๊กต๊อกยังถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลที่ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่า รัฐบาลจีนจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ได้
ด้านติ๊กต๊อกระบุว่า บริษัทออกแบบแพลตฟอร์มโดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของวัยรุ่นเป็นหลัก และโต้แย้งว่า มาตรา 230 ของกฎหมาย Communications Decency Act ของรัฐบาลกลาง ช่วยคุ้มครองแพลตฟอร์มออนไลน์จากความรับผิดในเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้น
รัฐแอละแบมาเรียกร้องให้ศาลลงโทษติ๊กต๊อก รวมถึงให้มีมาตรการเยียวยาอื่น ๆ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช