TIDLOR วิ่ง 2% ลุ้นกำไร Q2 โตแตะ 1.5 พันล้าน หลังตั้งสำรองต่ำ-สินเชื่อฟื้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ก.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ณ เวลา 11:57 น. อยู่ที่ระดับ 19.50 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 1.56% สูงสุดที่ระดับ 19.60 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 19.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 197.98 ล้านบาท

ด้าน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ไตรมาส 2/2569 จะมีกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่ขยายตัวและการตั้งสำรองที่ลดลง แม้จะลดลง 8% จากไตรมาสก่อนเพราะการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก

โดยคาดว่าสินเชื่อรวมจะอยู่ที่ 111,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากปีก่อน และ 1.5% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ NIM จะอยู่ที่ 16.16% เพิ่มขึ้น 52 จุดเบสจากปีก่อน จากผลตอบแทนสินเชื่อที่สูงขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่วนคุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาส 2/2569 คาดว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จะขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.50% ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อ NPL จะอยู่ที่ 333.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 340.5% และคาดว่าอัตราการตั้งสำรองจะอยู่ที่ 2.40% ลดลงจาก 2.63% ในช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังดำเนินนโยบายปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวังตั้งแต่ปี 2567 ส่งผลให้อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเหลือ 1.47% ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อ NPL เพิ่มขึ้นเป็น 340.5% จาก 230.6% สะท้อนฐานะการตั้งสำรองที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อรวมของ TIDLOR อยู่ที่ 5.0% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2569 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนที่ฝ่ายวิจัยครอบคลุมซึ่งอยู่ที่ 3.6% อย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าบริษัทจะรักษาระดับดังกล่าวได้จนถึงสิ้นปี 2569 ทำให้ไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่มเติม ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน และอาจทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 มีอัพไซด์ราว 3%

ขณะเดียวกัน แรงกดดันจากธุรกิจเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเริ่มคลี่คลาย โดยพอร์ตสินเชื่อดังกล่าวซึ่งคิดเป็น 7% ของสินเชื่อรวม มีมูลค่า 8.1 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสก่อน นับเป็นการกลับมาเติบโตครั้งแรกในรอบ 2 ปี ขณะที่ NPL ของพอร์ตดังกล่าวลดลงจาก 3.07% ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2568 เหลือ 2.13% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2569 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ทยอยฟื้นตัว

Back to top button