THG เกาะเทรนด์รพ.สีเขียว

หลังจากบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ก้าวผ่านพ้นมรสุมชีวิตลูกใหญ่มาได้อย่างทุลักทุเล…จากกรณี “นพ.บุญ วนาสิน” หรือ “หมอบุญ” ซึ่งเป็นทั้งอดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ได้สร้างมหากาพย์การโกงครั้งมโหฬาร และกลายเป็นตราบาปในตลาดหุ้นไทย แต่คงไม่ต้องย้อนวีรกรรมฉาวหรอกนะ…น่าจะยังจำกันได้ขึ้นใจ
มาวันนี้ชีวิตใหม่ของ THG ภายใต้ร่มเงาของบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM (ถือหุ้นใหญ่ 49.99%) เริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น สะท้อนได้จากพัฒนาการของผลการดำเนินงานในช่วงปี 2568 ที่พลิกมามีกำไรสุทธิ 96.22 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุนบักโกรก 1,764.51 ล้านบาท ขณะที่ประเดิมไตรมาสแรกปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 26.86 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13.05 ล้านบาท
ส่วนอีกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เห็นจะเป็นการจัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท ทีเอชจี เอ็นเนอร์จี จำกัด โดย THG ถือหุ้น 100% เพื่อผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่โรงพยาบาลและบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม THG โดยคาดว่าการจัดตั้งจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. 2569 นี้
ที่บอกว่าน่าสนใจ เนื่องจาก 1) เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแอสเซท โดยการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารและตึกต่าง ๆ ของโรงพยาบาล…
ซึ่งตามข้อมูลที่ปรากฏ THG มีโรงพยาบาลในเครือข่ายและรับจ้างบริหารรวมทั้งหมด 11 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศ 10 แห่งและต่างประเทศ 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา, โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง, โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา (ปทุมธานี), โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี, โรงพยาบาลสิริเวช จันทบุรี, โรงพยาบาลธนบุรี ราษฎร์ยินดี (สงขลา), โรงพยาบาลธนบุรีทุ่งสง (นครศรีธรรมราช), โรงพยาบาลธนบุรีตรัง, และโรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี (ปทุมธานี) และ Ar Yu International Hospital เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา
โอเค…แม้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้สัดส่วนอาจไม่มากนัก แต่ก็ช่วยประหยัดค่าไฟ ลดต้นทุนให้กับโรงพยาบาลได้ไม่มากก็น้อย
และ 2) ด้วยกระแสลดโลกร้อน นำมาสู่เมกะเทรนด์สีเขียว ทำให้ใคร ๆ ก็มุ่งหน้าไปสู่ถนนสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสีเขียว (Green Energy) สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) ตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) นวัตกรรมสีเขียว (Green innovation) สำนักงานสีเขียว (Green Office) เป็นต้น ในส่วนของ THG ก็กำลังไปสู่โรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital) ละมั้ง..??
แล้วไม่แน่ในอนาคต THG อาจจะสร้างรายได้จากเมกะเทรนด์สีเขียว ด้วยการขายคาร์บอนเครดิตให้กับบริษัทอื่น ๆ เป็นรายได้เพิ่มเติมเข้ามาอีกขาก็ได้…ใครจะไปรู้
ส่วนอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ว่าด้วยการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ อย่างเครื่องเอกซเรย์ตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือดชนิดระนาบเดี่ยว (Single Plane Cath Lab) หรือเครื่อง Cath Lab จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 22 ล้านบาท จากบริษัท เอ็ม.ไอ.แคลิเบรชั่น ซิสเต็ม จำกัด (M.I.CAL) ซึ่งเป็นพี่น้องนอกไส้กับ THG โดยมีบริษัทแม่หรือผู้ถือหุ้นใหญ่คนเดียวกันคือ RAM นั้น
ถ้ามองในมุมธุรกิจ เป็นการขยายศักยภาพการให้บริการด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์ รองรับผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และยกระดับคุณภาพการให้บริการด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
อันนี้เข้าใจได้…แต่ถ้ามองอีกมุมก็ไม่ต่างจากอัฐยายซื้อของตา…ว่าป๊ะล่ะ
เอาเถอะ…THG จะซื้อเครื่องมือแพทย์จากใคร…อาจไม่ใช่สาระสำคัญ
สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า หลังจากผ่านเรื่องร้าย ๆ ที่เซาะกร่อนบริษัทมาแล้ว…ฟ้าหลังฝนของ THG จะสดใสซาบซ่าแค่ไหน..??
แล้วจะกอบกู้วิกฤตศรัทธาของนักลงทุนกลับคืนมาได้หรือไม่..??
ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์อ๊ะนะ..!!
…อิ อิ อิ…