นายกฯ พอใจผลเยือนออสซี่ ชู Thailand Fast Pass ดึงลงทุน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม ว่า ภาพรวมการเยือนครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้เชิญชวนผู้ประกอบการออสเตรเลียหลายสาขา ให้เข้ามาขยายการลงทุนในประเทศไทย พร้อมนำเสนอนโยบาย Thailand Fast Pass ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งเป็นกลไก One Stop Service ช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และขจัดอุปสรรคให้กับนักลงทุนต่างชาติในจุดเดียว
โดยสิ่งที่เห็นชัดจากการเยือนครั้งนี้ คือ การจับคู่ธุรกิจระหว่างเอกชนไทย-ออสเตรเลีย หรือ Business Matching ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจได้หารือ แลกเปลี่ยน และต่อยอดสู่การร่วมลงทุนในอนาคต โดยหลายบริษัทแสดงความสนใจขยายกิจการในไทย และมองไทยเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่
การเยือนครั้งนี้ ทำให้พอใจ 2 เด้ง ไม่ใช่แค่เราดึงนักลงทุนออสเตรเลียเข้าไทย แต่ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยไปเติบโตในออสเตรเลีย เป็นความร่วมมือแบบวิน-วิน ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มทุนไทยรายใหญ่เข้าไปลงทุนในออสเตรเลียแล้วหลายด้าน ทั้งพลังงาน เคมีภัณฑ์ โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น หรือ TCC Group ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย รวมมูลค่าสูงถึง 230,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่า ไทยไม่ได้ถูกมองเพียงประเทศเกษตรกรรม แต่เป็นประเทศที่มีทุนระดับชาติ สามารถลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในต่างประเทศได้
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ภาคเอกชนยังสะท้อนข้อกังวลเรื่องระยะเวลาวีซ่าทำงานของแรงงานไทยในออสเตรเลีย ซึ่งอาจสั้นเกินไป โดยได้หารือกับนายแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแล้ว และได้รับทราบปัญหา พร้อมมอบหมายให้ รมว.แรงงานของทั้ง 2 ประเทศ ไปหารือเพื่อหาแนวทางร่วมกัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แรงงานไทยในวันนี้ ไม่ใช่แรงงานราคาถูก แต่เป็นแรงงานที่มีทักษะ ความรู้ ความถนัด และเทคโนโลยี ตัวอย่างคนรุ่นใหม่ไทยที่ทำงานในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Canva สะท้อนว่าคนไทยสามารถใช้ศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ขับเคลื่อนองค์กรชั้นนำได้
นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึง กรณีคนไทยถูกจับกุมในคดีลักลอบขนยาเสพติดเข้าออสเตรเลียว่า พฤติการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และรัฐบาลนี้ได้ประกาศเป็นศัตรูกับกระบวนการค้ายาเสพติดทุกรูปแบบ หากมีการกระทำผิด รัฐบาลไทยไม่สามารถให้ความช่วยเหลือในทางที่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้หยิบยกประเด็นนี้ หารือกับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียโดยตรง และแจ้งชัดเจนว่าขอให้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายออสเตรเลียอย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยจะไม่ก้าวก่าย หรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความผิดเฉพาะบุคคล ไม่ได้นำมาเป็นประเด็นกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศไทย ขณะเดียวกัน ออสเตรเลียยังเห็นไทยเป็นพันธมิตรสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งที่ผ่านมา ฝ่ายไทยมีผลงานกวาดล้างและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายเหล่านี้แล้วกว่า 50,000-60,000 ล้านบาท
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์