THAI สะดุดจากน้ำมัน แต่มูลค่ายังถูก มองข้ามไปครึ่งปีหลัง /Aekinvestment by เอกพิทยา

  1. หน้าหลัก 
  2. หุ้น 
  3. สัปดาห์ละตัว Aekinvestment 

THAI สะดุดจากน้ำมัน แต่มูลค่ายังถูก มองข้ามไปครึ่งปีหลัง /Aekinvestment by เอกพิทยา

เผยแพร่: 14 ส.ค. 2569 22:02   ปรับปรุง: 14 ส.ค. 2569 22:02   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บทวิเคราะห์หุ้น สัปดาห์ละตัว จาก Aekinvestment โดย เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก

สัปดาห์นี้ การบินไทย (SET : THAI)
กลุ่มอุตสาหกรรม: ขนส่ง/สายการบิน


THAI – การบินไทย
2Q69 สะดุดจากน้ำมัน แต่มูลค่ายังถูก มองข้ามไปครึ่งปีหลัง


2Q69 กำไรวูบจากต้นทุนน้ำมัน แต่รายได้ยังโต
การบินไทยรายงานกำไรสุทธิ2Q69 ที่1,528 ล้านบาท ลดลง87.4% YoY จากฐานสูงปีก่อนที่ 12,124 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนน้ำมันอากาศยานที่พุ่งขึ้นกว่า 104.6% YoY กดEBITDA เหลือเพียง 8,182 ล้านบาท จาก 17,548 ล้านบาทในไตรมาสก่อน จุดที่เราเห็นว่ายังเป็นบวกคือรายได้รวมยังโต 8.5% YoY เป็น 48,621 ล้านบาท และรายได้ผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้นถึง 20.3% YoY สะท้อนว่าบริษัทส่งผ่านต้นทุนน้ำมันไปยังค่าโดยสารได้บางส่วนผ่านการปรับค่าธรรมเนียมชดเชยน้ำมัน ปัญหาหลักคือราคาน้ำมันที่เป็นปัจจัยภายนอกและมีลักษณะชั่วคราว ไม่ใช่การอ่อนแอของ อุปสงค์การเดินทางสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็

คือ แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นใหญ่ ในการขายออกมาน่าจะเริ่มหมดไปในระยะเดือนหลังจากนี้ ซึ่งก็หมายถึง ภาพครึ่งปีหลัง น่าจะฟื้นตัวและดีขึ้น

ครึ่งปีแรกกำไร 11,621 ล้านบาท ฐานทุนแข็งแรงต่อเนื่อง
รวมครึ่งปีแรก 2569 การบินไทยมีกำไรสุทธิ 11,621 ล้านบาท ลดลง 47.1% YoY จาก 21,956 ล้านบาท คิดเป็น EPS 0.41 บาท โดย 1Q69 ยังแข็งแรงที่ 10,093 ล้านบาท (EPS 0.36) ก่อนที่ 2Q69 จะสะดุดจากน้ำมัน แม้กำไรลดลง แต่ฐานะการเงินยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ณ สิ้น 1Q69 ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 88,622 ล้านบาท และบริษัทถือเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนกว่า 1.3 แสนล้านบาท ให้ความยืดหยุ่นสูงในการรับมือความผันผวนและลงทุนขยายฝูงบิน โดยครึ่งปีแรกรับมอบเครื่องบินใหม่แล้ว 9 ลำ

ครึ่งปีหลังมีลุ้นฟื้น: ไฮซีซั่น + น้ำมันเริ่มคลี่คลาย
เรามองว่ากำไรได้ผ่านจุดอ่อนที่สุดของปีไปแล้วใน 2Q69 ครึ่งปีหลังมีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ไฮซีซั่นการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ที่ Cabin Factor และค่าโดยสารมักปรับขึ้นตามฤดูกาล ประกอบกับการทยอยรับมอบเครื่องบินใหม่ที่เพิ่มปริมาณการผลิต หากราคาน้ำมันทรงตัวหรือย่อลงจากระดับสูงใน 2Q69 EBITDA มีโอกาสฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 4 นอกจากนี้บริษัทได้วางมาตรการบริหารเชิงรุก 6 ด้านรวมถึงการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Fuel Hedging) เพื่อลดความผันผวนของต้นทุนในระยะถัดไป

Valuation: อิง EV/EBITDA เป้า 8.00 บาท
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท อิงวิธี EV/EBITDA ที่ 6.9 เท่าบน EBITDA ปี 2569 ที่ประมาณ 46,000 ล้านบาท ที่ราคา 6.00 บาท หุ้นเทรด EV/EBITDA เพียงราว 5.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสายการบินเต็มรูปแบบในภูมิภาคที่ 6–8 เท่า เราเลือกใช้ EV/EBITDA แทน PER เพราะกำไรสุทธิของสายการบินผันผวนสูงจากราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน และรายการที่ไม่ใช่เงินสด ทำให้ EBITDA สะท้อนความสามารถในการทำกำไรได้ดีกว่า การที่ตลาดกังวลกับกำไร 2Q69 ที่อ่อนแอจนกดราคาลงมา คือโอกาสสะสมสำหรับผู้ที่มองข้ามไปยังการฟื้นตัวครึ่งปีหลังและปี 2570 Upside 33.3%

ปัจจัยเสี่ยง: ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ยังทรงตัวสูงและเป็นต้นทุนหลัก, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน, แรงขายจากการหมดล็อกอัพ, การแข่งขันด้านราคา และการชะลอตัวของภาคท่องเที่ยวหากเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ


THAI – การบินไทย | รายละเอียดประมาณการและสมมติฐาน


สมมติฐานหลักที่ใช้ในประมาณการ
รายได้รวมปี 2569 ที่ 204,000 ล้านบาท (+2.0%) เราอิงจากผลจริงครึ่งปีแรกที่ทำได้ 99,650 ล้านบาท และให้ครึ่งปีหลังฟื้นตามฤดูกาลไฮซีซั่นในไตรมาส 4 โดยจำนวนผู้โดยสารทั้งปีคาดที่ 16.8 ล้านคน ใกล้เคียงปีก่อนเนื่องจากปริมาณการผลิต 1H69 หดตัวเล็กน้อย ก่อนที่การรับมอบเครื่องบินใหม่จะเริ่มเพิ่มปริมาณในครึ่งปีหลัง เราตั้งสมมติฐานแบบระมัดระวังเพราะ 2Q69 สะท้อนว่าอุปสงค์ยังไม่แข็งแรงพอจะดันวอลุ่มโตเร็ว ปี 2570 เราให้รายได้โต 4.9% ตามฝูงบินที่ขยายเป็น 95 ลำและการฟื้นตัวเต็มปีของเส้นทางระยะไกล

จุดที่ต้องเน้นย้ำคือกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 15,500 ล้านบาทจะ ต่ำกว่า ปี 2568 ที่ 30,910 ล้านบาทอย่างมาก แต่การเปรียบเทียบตรงๆ ทำให้เข้าใจผิด เพราะกำไรปี 2568 รวมรายการพิเศษจาก FX และการปรับโครงสร้างหนี้กว่า 15,000 ล้านบาทที่ไม่เกิดซ้ำ ส่วนปี 2569 กำไรถูกกดเพิ่มจากต้นทุนน้ำมันที่พุ่งใน 2Q69 ซึ่งเราถือเป็นปัจจัยวัฏจักร เมื่อพิจารณา EPS จากการดำเนินงานที่ตัดรายการพิเศษออก ภาพจะสมจริงกว่า โดยปี 2570 คาดฟื้นเป็น 0.62 บาทเมื่อต้นทุนน้ำมันคลี่คลาย นี่คือเหตุผลที่เราเลือกประเมินด้วย EV/EBITDA ไม่ใช่ PER

EBITDA ปี 2569 ที่ 46,000 ล้านบาท เราสร้างจากผลจริง 1H69 ที่ 25,730 ล้านบาท (1Q69 17,548 + 2Q69 8,182) บวกครึ่งปีหลังที่คาดราว 20,000–21,000 ล้านบาท โดยให้ไตรมาส 3 ยังอ่อนตามโลว์ซีซั่นและต้นทุนน้ำมันที่ยังสูง ก่อนฟื้นในไตรมาส 4 ตามไฮซีซั่น สมมติฐานสำคัญคือราคาน้ำมันอากาศยานทรงตัวถึงย่อลงเล็กน้อยจากระดับสูงใน 2Q69 หากน้ำมันยังสูงต่อเนื่อง EBITDA และกำไรมี downside ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเราให้ทยอยลดลงตามการชำระหนี้ และไม่ได้ใส่สมมติฐานกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้ตัวเลขสะท้อนการดำเนินงานล้วนๆ

ที่มาของราคาเป้าหมาย 8.00 บาท
เราประเมินราคาเป้าหมาย 8.00 บาทด้วยวิธี EV/EBITDA ที่ 6.9 เท่าบน EBITDA ปี 2569 ที่ 46,000 ล้านบาท หลังหักหนี้สินสุทธิที่มีภาระดอกเบี้ย ระดับ 6.9 เท่าอยู่ในกรอบกลางของสายการบินเต็มรูปแบบในภูมิภาคที่ 6–8 เท่า และเหมาะสมสำหรับการบินไทยที่งบดุลแข็งแรงขึ้นมากหลังฟื้นฟู หากประเมินด้วย PER จากการดำเนินงาน ราคาเป้าหมาย 8.00 บาทคิดเป็น PER ราว 13 เท่าของกำไรปี 2570 ที่คาดฟื้นตัว ซึ่งยังสมเหตุสมผลสำหรับหุ้นที่ผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรน้ำมันและมีโอกาสกลับมาจ่ายปันผล

เราย้ำว่าตัวแปรสำคัญที่สุดต่อราคาเป้าหมายคือทิศทางราคาน้ำมัน ผู้ลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ จังหวะในการเข้าซื้อ ในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้ว จังหวะในการเข้าซื้อคือ 5.5-6 บาท หรือ 4.8 บาท ทั้งสองบริเวณคือแนวรับสำคัญ

ปัจจัยเสี่ยง
หนึ่ง ราคาน้ำมันเครื่องบินที่เป็นต้นทุนหลักและผันผวนสูง ซึ่ง 2Q69 พิสูจน์แล้วว่ากระทบกำไรรุนแรง หากยังทรงตัวสูงจะกดดัน EBITDA ต่อเนื่อง สอง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบทั้งต้นทุนและกำไรสุทธิจากหนี้สกุลต่างประเทศ สาม แรงขายจากการทยอยหมดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up) ของผู้ถือหุ้นเดิมและเจ้าหนี้แปลงหนี้ สี่ การแข่งขันด้านราคาในอุตสาหกรรมการบินที่รุนแรง และห้า การชะลอตัวของภาคท่องเที่ยวและความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบทั้งเส้นทางบินและราคาน้ำมัน ผู้ลงทุนควรติดตามราคาน้ำมันและตัวเลขผู้โดยสารรายเดือนเป็นตัวชี้นำหลัก

จัดทำโดยฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. Aekinvestment เพื่อเผยแพร่ต่อลูกค้าเท่านั้น ข้อมูลมาจากแหล่งที่เชื่อว่าน่าเชื่อถือแต่มิได้รับรองความถูกต้องครบถ้วน ประมาณการอาจเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า มิใช่การเสนอขายหลักทรัพย์ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจ