ฝ่ายค้านจับตา TH-AI Passport เปิดลงทะเบียนวันแรก จี้รัฐเปิดสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง 1.5 พันล้านบาทให้ตรวจสอบ
โครงการ TH-AI Passport หรือ AI Pass ภายใต้การดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เผชิญการตรวจสอบจากพรรคร่วมฝ่ายค้านหลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าวันนี้ (19 สิงหาคม) เป็นวันแรก
- • แนะรัฐจดทะเบียนโดเมนเป็น go.th แทน .net ป้องกันการสวมรอย
- • เตือนภัยข้อมูลคนไทยติดเงื่อนไขต้องส่งไปต่างประเทศ ละเมิด TOR ชัดเจน
โดยมีข้อสังเกตสำคัญทั้งในประเด็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกส่งไปยังต่างประเทศซึ่งอาจขัดต่อขอบเขตของงาน (TOR) รวมถึงความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่า 1,500 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องให้ชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณและเปิดเผยเอกสารสัญญาเพื่อการตรวจสอบ
-
• แนะรัฐจดทะเบียนโดเมนเป็น go.th แทน .net ป้องกันการสวมรอย
ที่อาคารรัฐสภา นิธิกร บุญยกุลเจริญ รองประธานอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล จากพรรคประชาชน ให้ความเห็นถึงการเปิดระบบลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์ม AI Pass โดยระบุว่า แม้ภาครัฐจะตั้งเป้าหมายผู้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ไว้ที่ 5,000,000 คน แต่ปัจจุบันมียอดผู้ลงทะเบียนประมาณ 500,000 คน
นิธิกรชี้แจงว่าช่วงนี้เป็นการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนจะเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยแนะนำให้ประชาชนยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ซึ่งมีความรวดเร็วกว่าระบบ ThaiD ที่ยังรองรับผู้ใช้งานได้ไม่มากพอ
นิธิกรตั้งข้อสังเกตถึงโดเมนเนมของเว็บไซต์ที่ใช้ในการลงทะเบียน โดยในช่วงแรกระบบใช้ชื่อ aipass.net ซึ่งสร้างความกังวลเนื่องจากเป็นโดเมนที่บุคคลทั่วไปสามารถจดทะเบียนได้ ขณะที่การขอข้อมูลส่วนบุคคลควรใช้โดเมน .go.th อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้มีการจดทะเบียน aipass.go.th ซึ่งจะเชื่อมโยงกลับไปยัง aipass.net แล้ว
นิธิกรเตือนถึงความเสี่ยงจากกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจสวมรอยจดโดเมนเนมที่มีชื่อใกล้เคียงกัน เช่น aipass.co.th เพื่อหลอกลวงประชาชน จึงเสนอให้ภาครัฐจดทะเบียนโดเมนที่เกี่ยวข้องและป้องกันเว็บไซต์ปลอมในอนาคต พร้อมเตือนให้ประชาชนระมัดระวังหากระบบมีการเรียกขอข้อมูลส่วนบุคคลเกินกว่าปกติ เช่น ข้อมูลเงินเดือน แม้ว่าระบบจะมีการยืนยันตัวตนสองชั้นก็ตาม
ในประเด็นการตรวจสอบโครงการ นิธิกรระบุว่า พรรคประชาชนไม่ได้ต่อต้านการยกระดับทักษะ (Upskill / Reskill) ของประชาชน เนื่องจากโครงการนี้ไม่ได้มีเพียงการให้ใช้ AI ฟรี แต่ยังมีหลักสูตรการเรียนออนไลน์ที่ใช้งบประมาณของประเทศ หากมีการต่อต้านโครงการ ประชาชนก็จะเสียโอกาสในการเข้าถึงหลักสูตรเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญคือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ โดย รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้ขอเอกสารการประมูลจากผู้เสนอราคาทั้ง 3 ราย เพื่อตรวจสอบความโปร่งใส
นิธิกรระบุว่า โครงการนี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ่ายเงินจากเดิมที่เป็นแบบเหมาจ่าย 1,500 ล้านบาท มาเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay per use) ซึ่งทางกรรมาธิการต้องการทราบรายละเอียดว่ารัฐจะต้องจ่ายเงินให้เอกชนเท่าใดเมื่อมีประชาชนลงทะเบียนใช้งานจริง ทั้งนี้ หากหน่วยงานไม่จัดส่งข้อมูลตามที่ร้องขอ ทางกรรมาธิการก็เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามกำหนดการเดิม
-
• เตือนภัยข้อมูลคนไทยติดเงื่อนไขต้องส่งไปต่างประเทศ ละเมิด TOR ชัดเจน
ในวันเดียวกัน การดี เลียวไพโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เปิดเผยข้อสังเกตหลังจากเข้าไปตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งาน (Terms of Service) รวมถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์ม AI PASS
การดีระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวมีข้อความระบุชัดเจนว่าจะไม่สามารถประมวลผลหรือสร้างคำตอบได้ หากไม่ส่งต่อข้อมูลไปยังโมเดล AI ในต่างประเทศ และหากผู้ใช้ไม่ยินยอมก็จะไม่สามารถใช้งานระบบได้ การดีชี้ว่า ข้อกำหนดนี้แสดงให้เห็นว่ากระทรวงดีอีรับรู้แต่ต้นว่าการส่งข้อมูลคนไทยไปประมวลผลในต่างประเทศเป็นเงื่อนไขบังคับ ซึ่งขัดต่อขอบเขตของงาน (TOR) ข้อ 2.2 ของโครงการอย่างชัดเจน และถือเป็นความไม่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น
การดีเสนอข้อเรียกร้อง 3 ประการต่อรัฐบาล ได้แก่
- ขอให้ชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณในงวดต่างๆ ไว้ก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจน และเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารสัญญาการเบิกจ่ายฉบับใหม่ เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนร่วมตรวจสอบ
- จี้ให้มีการชี้แจงการตรวจรับงานงวดที่ 1 ซึ่งล่วงเลยมาหลายเดือนแต่ยังมีความคลุมเครือ โดยการดีได้เตือนคณะกรรมการตรวจรับงานทุกคนให้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และยกบทเรียนในอดีตที่ข้าราชการมักต้องรับโทษแทนฝ่ายการเมือง
- เตือนรัฐบาลอย่าใช้ตัวเลขยอดผู้ลงทะเบียนมาอ้างความชอบธรรมเพื่อผลักดันโครงการต่อไปและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ เนื่องจากประชาชนมีช่องทางอื่นในการเข้าถึงโมเดล AI โดยไม่ต้องสูญเสียงบประมาณของประเทศ
ภาพ: 2 ภาพประกบกัน