สิริพงศ์ จ่อชงบอร์ดอีวีปรับเกณฑ์ หลัง Tesla สนร่วมมาตรการ EV 3.5
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ Ms. Hadri Haris ในฐานะ Lead Public Affairs (SEA Region) บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด และคณะ ว่า จากที่รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม มีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังผลักดันให้ระบบขนส่งสาธารณะปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ รถมินิบัส รถแท็กซี่ รถบรรทุก และระบบราง ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบ การพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 (พ.ศ. 2567 2570) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและสร้างความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความเห็น ร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปี สำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. . และรถไฮบริด (HEV) ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราภาษีประจำปีลง 80% ของอัตราที่กำหนด ให้ขยายออกไปอีกเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
ด้าน Tesla แสดงความสนใจมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ของรัฐบาล ซึ่งมีส่วนลดให้ประชาชน ซึ่งรถของ Tesla ไม่เข้าเกณฑ์ร่วมโครงการ EV 3.5 เพราะติดเงื่อนไขที่ Tesla ไม่มีโรงงานผลิตในประเทศไทย
โดยปัจจุบัน Tesla มีโรงงานที่ประเทศอเมริกา จีน และเยอรมัน มีกำลังการผลิตเพียงพอสำหรับจำหน่ายทั่วโลก และไม่มีแผนเปิดโรงงานที่ไทย แต่โรงงานที่จีน มีการนำเข้าชิ้นส่วน และ Spare Part จากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก มูลค่าปีละหลายพันล้านบาท คาดเติบโตเป็นหมื่นล้านบาทต่อปีเร็ว ๆ นี้
ดังนั้น จึงให้ Tesla จัดทำรายละเอียด ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ชิ้นส่วนและอะไหล่รถ 1 คัน ว่ามีการนำเข้าจากประเทศไทยเท่าไร มูลค่าเท่าไร หากมีมูลค่าสูงอย่างมีนัยสำคัญ จะรวบรวมเพื่อนำเสนอคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) พิจารณาเพิ่มเงื่อนไขในส่วนของการใช้ชิ้นส่วนจากประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมโครงการ EV 3.5
หากรถ EV ที่ไม่มีโรงงานผลิตในประเทศไทย แต่ใช้ชิ้นส่วนจากประเทศไทยจำนวนมากในระดับที่มีนัยสำคัญ ควรรับพิจารณาร่วมโครงการ เพราะจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย ดีกว่าการตั้งโรงงานประกอบเท่านั้น และจะทำให้โรงงานผลิตในต่างประเทศ หันมาสนใจซื้อชิ้นส่วนไทยเพิ่มเติม โดยอาจจะกำหนดมูลค่าการใช้ชิ้นส่วนจากไทยเป็นขั้นบันไดกับอัตราส่วนลด รมช.คมนาคม กล่าว
พร้อมระบุว่า ทาง Tesla ได้แนะนำชุดผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีครบวงจร อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (Model 3 / Model Y / Cybertruck / Semi / Robotaxi / Optimus) ระบบช่วยขับขั้นสูง โดยใช้แนวคิด End-to-End สำหรับการขับรถ รวมถึงระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Full Self-Driving: FSD) สถานีชาร์จความเร็วสูง (Supercharger) รวมถึงแนวคิด The Tesla Ecosystem ซึ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยในอนาคต
Tesla ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้รถ Tesla รวมประมาณ 10 ล้านคัน หลายประเทศสามารถใช้ระบบ AI ขับขี่อัตโนมัติในระดับ 2 คือขับเอง แต่ต้องมีคนนั่งควบคุมไปด้วย แต่ของไทยอาจจะยังไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากยังต้องใช้เวลาเรียนรู้ในพฤติกรรมการขับรถของคนไทย เนื่องจากมีรถจักรยานยนต์บนถนนจำนวนมาก รวมถึงเป็นรถพวงมาลัยขวา ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ใช้รถ Tesla ประมาณ 20,000 กว่าคัน
การหารือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบคมนาคมของประเทศไทยให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม นายสิริพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ยังได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือกับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ Tesla เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจสภาพยานยนต์ไฟฟ้า และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบสภาพยานยนต์ไฟฟ้า ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งพร้อมประสานความร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบให้ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์