TCCA เร่งคลอดมาตรฐานกลาง 'ครีเอเตอร์' ตั้งเป้า 4 กลุ่มเสี่ยง หวังยกระดับอาชีพ-สร้างเกณฑ์จ้างงาน
TCCA เร่งคลอดมาตรฐานกลาง ‘ครีเอเตอร์’ ตั้งเป้า 4 กลุ่มเสี่ยง หวังยกระดับอาชีพ-สร้างเกณฑ์จ้างงาน
สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) เร่งจัดทำมาตรฐานกลางครีเอเตอร์ 4 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ การเงินและการลงทุน อาหารและยา สื่อมวลชน และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน หวังสร้างแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้ครีเอเตอร์ ผู้ว่าจ้าง เอเจนซี่ และหน่วยงานกำกับดูแลใช้ร่วมกัน ตั้งเป้าเผยแพร่มาตรฐานภายในสิ้นปีนี้ ก่อนผลักดันความร่วมมืออย่างจริงจังในปีหน้า พร้อมเดินหน้าสร้างการยอมรับครีเอเตอร์ในฐานะอาชีพ และวางกรอบกำกับดูแลทั้งด้านกฎหมายและจริยธรรม โดยไม่เหมารวมผู้กระทำผิดเพียงบางรายเป็นภาพแทนของคนทั้งวงการ
นายขจร เจียรนัยพานิชย์ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย เปิดเผยว่า การจัดตั้งสมาคมมีเป้าหมายเพื่อเป็นตัวแทนคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงจัดทำมาตรฐานกลางสำหรับการผลิตเนื้อหา เนื่องจากปัจจุบันหลายหน่วยงานให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลครีเอเตอร์ แต่ยังมีแนวทางและข้อกำหนดแตกต่างกัน สมาคมจึงต้องการสร้างมาตรฐานที่ทุกฝ่ายสามารถใช้ร่วมกัน เพื่อให้ครีเอเตอร์ ผู้ว่าจ้าง เอเจนซี่ และหน่วยงานกำกับดูแลมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน
นายขจร กล่าวว่า ประเด็นที่สมาคมให้ความสำคัญในระยะแรกมี 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ การเงินและการลงทุน อาหารและยา สื่อมวลชน และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน เนื่องจากเป็นเรื่องที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยในอนาคตอาจขยายไปยังประเด็นอื่นตามความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและวิชาชีพ
“ปัจจุบันคนไทยรับชมข่าวสารและตัดสินใจซื้อสินค้าตามคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในระดับสูง แต่เรายังไม่มีแนวทางกลางให้ทุกคนยึดถือ ต่างคนต่างทำ ไม่รู้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ แม้แต่เอเจนซี่ก็ยังไม่มีเกณฑ์ชัดเจนว่าจะมอบงานให้ครีเอเตอร์คนใด สมาคมจึงต้องการสร้างมาตรฐานกลางที่ทุกฝ่ายใช้ร่วมกัน รวมถึงภาคโฆษณาด้วย” นายขจร กล่าว
นายขจร กล่าวว่า การจัดทำมาตรฐานไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดสิทธิหรือปิดกั้นครีเอเตอร์รายเล็ก แต่ต้องการสร้างระบบที่ช่วยให้ผู้ผลิตเนื้อหาซึ่งทำงานอย่างถูกต้องได้รับการยอมรับ และมีโอกาสเข้าถึงงานมากขึ้น โดยผู้ว่าจ้างสามารถตรวจสอบได้ว่าครีเอเตอร์ผ่านมาตรฐานของสมาคมหรือไม่ แทนการพิจารณาจากจำนวนผู้ติดตามหรือความนิยมเพียงอย่างเดียว
สำหรับแผนดำเนินงานระยะแรก สมาคมตั้งเป้าเผยแพร่เอกสารมาตรฐานภายในสิ้นปีนี้ ก่อนผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาตรฐานไปใช้ร่วมกันอย่างจริงจังในปีหน้า ส่วนระยะต่อไปจะส่งเสริมให้ครีเอเตอร์ได้รับการยอมรับในฐานะอาชีพ สามารถระบุอาชีพในเอกสารราชการ มีหลักฐานแสดงรายได้อย่างชัดเจน และเข้าถึงบริการทางการเงิน เช่น การขอสินเชื่อบ้านหรือรถยนต์
นายขจร กล่าวว่า ครีเอเตอร์มีลักษณะการทำงานกึ่งอิสระ มีรายได้จากหลายช่องทางและอาจไม่เท่ากันในแต่ละเดือน จึงจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดการยอมรับในระบบการทำงานและสิทธิที่เกี่ยวข้อง โดยสมาคมได้หารือกับกระทรวงแรงงานเกี่ยวกับแนวทางรองรับอาชีพกึ่งอิสระ หรือ Gig Worker ซึ่งครีเอเตอร์อาจเป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่มีลักษณะการทำงานใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ สมาคมยังมีแนวคิดพัฒนาระบบรับรองครีเอเตอร์เฉพาะทางร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล เช่น ผู้ผลิตเนื้อหาด้านการเงินและการลงทุน หรือด้านสุขภาพ โดยอาจกำหนดคุณสมบัติหรือหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับครีเอเตอร์แต่ละสาขา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกจะให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานพื้นฐานของสมาคมก่อน
ด้านจริยธรรมและการกำกับดูแลครีเอเตอร์
น.ส.สุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ กล่าวว่า การกำกับดูแลครีเอเตอร์ต้องพิจารณาทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายและความรับผิดชอบทางจริยธรรม โดยเฉพาะเนื้อหาด้านอาหารและยา การลงทุน และการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค หากครีเอเตอร์นำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือโฆษณาสินค้าที่มีปัญหา
น.ส.สุวิตา กล่าวว่า ปัญหาที่พบไม่ได้มีเพียงครีเอเตอร์ที่กระทำผิดกฎหมาย แต่ยังมีครีเอเตอร์ที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการหลอกลวงทางไซเบอร์ การนำผลงานไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และการได้รับผลกระทบจากแบรนด์ที่ไม่รับผิดชอบต่อสินค้า ขณะที่ครีเอเตอร์บางรายอาจไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะตรวจสอบส่วนประกอบหรือคุณภาพของสินค้าทุกประเภทก่อนนำมารีวิว จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานกำกับดูแลและภาคธุรกิจ
“เราไม่ควรเหมารวมว่าผู้ที่กระทำผิดบนโซเชียลมีเดียเป็นครีเอเตอร์ทั้งหมด เพราะผู้กระทำผิดก็คือผู้กระทำผิด ไม่ควรนำพฤติกรรมของคนบางคนไปตัดสินคนทั้งอาชีพ ขณะเดียวกันครีเอเตอร์เองก็อาจตกเป็นผู้เสียหายได้ จึงต้องมองให้ครอบคลุมทั้งสองด้าน” น.ส.สุวิตา กล่าว
น.ส.สุวิตา กล่าวว่า สมาคมวางแนวทางกำกับดูแลไว้ 2 ระดับ โดยระดับแรกคือการทำให้ครีเอเตอร์เข้าใจกฎหมายและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากปัจจุบันยังมีผู้ผลิตเนื้อหาบางส่วนที่อาจไม่ทราบว่าการกระทำของตนเข้าข่ายผิดกฎหมาย ส่วนระดับที่สองคือการส่งเสริมความรับผิดชอบและจริยธรรมในการทำงาน ซึ่งต้องพัฒนารายละเอียดให้เหมาะสมกับลักษณะของคอนเทนต์แต่ละประเภท
สำหรับการบังคับใช้มาตรฐาน น.ส.สุวิตา กล่าวว่า สมาคมไม่มีอำนาจลงโทษตามกฎหมายโดยตรง จึงต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล หากพบการกระทำที่อาจผิดกฎหมายจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนประเด็นจริยธรรมจะใช้แนวปฏิบัติเป็นกรอบส่งเสริมให้ครีเอเตอร์มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและสังคมมากขึ้น
น.ส.สุวิตา กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมยังต้องหารือกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน เนื่องจากครีเอเตอร์มีความหลากหลายและผลิตเนื้อหาหลายรูปแบบ การกำหนดมาตรฐานจึงต้องคำนึงถึงบริบทของแต่ละสาขา โดยไม่มุ่งจำกัดการทำงาน แต่ต้องทำให้การผลิตเนื้อหามีความรับผิดชอบและช่วยลดความเสี่ยงต่อสังคม
