“ไทย–ออสเตรเลีย” ผนึกเศรษฐกิจ ใช้ TAFTA ดันการค้า–ลงทุน ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ส.ค.69) ณ อาคารรัฐสภาออสเตรเลีย กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายแอนโทนี แอลบาเนซี (The Honourable Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย หารือเต็มคณะระหว่างสองประเทศ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีไทยย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลียให้ใกล้ชิดและเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อรับมือความท้าทายร่วมกันและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
นายอนุทิน กล่าวว่า การเยือนออสเตรเลียครั้งนี้เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี และเกิดขึ้นในช่วงสำคัญก่อนที่ไทยและออสเตรเลียจะร่วมฉลองครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า
ทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) เมื่อปี 2563 โดยการหารือครั้งนี้ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและประชาชน รวมถึงความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี
ด้านการเมืองและความมั่นคง ไทยและออสเตรเลียเห็นพ้องเพิ่มความร่วมมือเพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมออนไลน์ การหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และการฟอกเงิน
ด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญของการเพิ่มความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ พร้อมเดินหน้าขยายการค้าและการลงทุนสองทาง รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมที่มีศักยภาพ
สำหรับความร่วมมือด้านประชาชน ทั้งสองประเทศจะส่งเสริมการศึกษา นวัตกรรม และการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมบทบาทของชุมชนไทยในออสเตรเลีย ขณะที่ไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย สะท้อนความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่แน่นแฟ้น
นอกจากนี้ ไทยและออสเตรเลียจะร่วมมือผ่านกรอบอาเซียน ACMECS หุ้นส่วนแม่โขง–ออสเตรเลีย และกรอบความร่วมมืออื่น ๆ พร้อมขอบคุณออสเตรเลียที่สนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การหารือครั้งนี้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ (Joint Statement on Transnational Crime) เพื่อยกระดับความร่วมมือป้องกันและปราบปรามภัยข้ามพรมแดน และ แถลงการณ์ผู้นำว่าด้วยการยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ (Leaders’ Statement on Deepening Economic Engagement) เพื่อใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) อย่างเต็มศักยภาพ
พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (CSIRO) เพื่อขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม
ด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีไทยยินดีต่อข้อเสนอของออสเตรเลียในการจัดประชุมรัฐมนตรีกลาโหมไทย–ออสเตรเลียทุก 2 ปี (Biennial Defence Ministers’ Meeting) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านกลาโหมและสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก
ขณะเดียวกัน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สื่อออสเตรเลียนำเสนอข่าวการเยือนครั้งนี้ โดย The Canberra Times ซึ่งเผยแพร่รายงานของ Australian Associated Press (AAP) ระบุว่า ผู้นำไทยและออสเตรเลียให้ความสำคัญกับการเพิ่มความร่วมมือด้านการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้า
รายงานของ AAP ระบุว่า ทั้งสองประเทศจะเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อรับมือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังอ้างความเห็นของ Associate Professor Greg Raymond จาก Australian National University ที่มองว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนที่น่าสนใจสำหรับออสเตรเลีย ในฐานะทางเลือกในการกระจายความสัมพันธ์และโอกาสทางการค้า นอกเหนือจากการพึ่งพาตลาดขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ประเทศ
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแสดงความพร้อมร่วมมือกับไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ พร้อมแสดงความยินดีที่นายกรัฐมนตรีไทยนำคณะภาคเอกชนไทยร่วมเดินทางเยือนออสเตรเลียครั้งนี้ และตอบรับคำเชิญเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีหน้า