Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ

Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ

บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com

ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ผมได้พาทุกท่านเดินทางผ่านกาลเวลาไปดูจุดตัดครั้งสำคัญในตอนที่แล้ว ยุคที่สายเลือดทาจิบานะแปรสภาพตนเองจากเหล่านักปราชญ์ผู้นุ่มนวลในวังหลวงเกียวโต สู่การเป็นเจ้าป้อมปราการหินผู้กุมชัยภูมิเหนืออ่าวฮากาตะบนเกาะคิวชูอันห่างไกล พร้อมทั้งทำการรีแบรนดิ้งชื่อตระกูลใหม่มาเป็นตัวคันจิ “立花” ที่สื่อถึงดอกไม้ที่พร้อมจะหยัดยืนอย่างทรนงท่ามกลางกระแสลมอันปั่นป่วน
เมื่อประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเคลื่อนตัวเข้าสู่ยุคเซนโกคุ (Sengoku Jidai) หรือยุคสงครามกลางเมืองที่แผ่นดินลุกเป็นไฟ ดุลอำนาจทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่นถูกท้าทายด้วยคติระบบศักดินาแบบ “เกโคคุโจ” (Gekokujō) หรือการที่ผู้น้อยล้มล้างผู้เป็นใหญ่ ในสมรภูมิรบที่ไร้ความปรานีเช่นนี้ หากตระกูลใดไม่มีผู้นำกองทัพที่แข็งแกร่งและเด็ดขาดพอ ก็เปรียบเสมือนบริษัทที่ไม่มีแผนกบริหารความเสี่ยงและปล่อยให้คู่แข่งทางธุรกิจกลืนกินกิจการจนต้องปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับตระกูลทาจิบานะสายนักรบแห่งคิวชู พวกเขากลับรอดพ้นและสร้างชื่อจนเป็นที่ครั่นคร้ามไปทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่นได้ด้วยปาฏิหาริย์และจิตวิญญาณอันกล้าแกร่งของชายคนหนึ่ง บุรุษผู้พลิกความพิการทางร่างกายให้กลายเป็นอาวุธสงครามที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในยุคสมัย แท้จริงแล้ว ซากาโมโต เรียวมะ หรือยอดนักรบคนไหนๆ ก็คงต้องหลบทางให้แก่เรื่องราวอันโลดโผนของบุรุษผู้นี้ ขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิดครับ ผมจะเล่าให้ฟัง…

จุดเริ่มต้นของตำนานชีวิตอันน่าทึ่งนี้ไม่ได้เริ่มจากชื่อทาจิบานะมาแต่กำเนิด ชายผู้นี้มีนามดั้งเดิมว่า เบ็คกิ อากิตสึระ (Bekki Akitsura) หรือต่อมาคือ ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ (Tachibana Dōsetsu) เขาถือกำเนิดในตระกูลเบ็คกิซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักข้ารับใช้เก่าแก่ของตระกูลโอโตโมะ มหาอำนาจผู้ผูกขาดสัมปทานดินแดนภาคเหนือของเกาะคิวชู โดเซ็ตสึฉายแววความเป็นอัจฉริยะทางการทหารมาตั้งแต่ยังเยาว์ เขามีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวและมีความสามารถในการวางกลยุทธ์จนได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายให้คุมกำลังทหารออกศึกตั้งแต่อายุยังน้อย

ทว่า ในปี ค.ศ. 1547 ขณะที่โดเซ็ตสึอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์อายุราว 34 ปี ได้เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของเขาไปตลอดกาล ในวันหนึ่งท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงที่พัดกระหน่ำลงมาบริเวณป่าใกล้ภูเขาทาจิบานะ โดเซ็ตสึได้เข้าไปหลบฝนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ทันใดนั้นเอง แผ่นดินพลันสะเทือนเลื่อนลั่นด้วยสายฟ้าฟาดหรืออัสนีบาตขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงลงมายังจุดที่เขายืนอยู่ แทนที่จะตื่นตระหนกวิ่งหนีหลบภัยเหมือนมนุษย์ปุถุชนทั่วไป สัญชาตญาณนักรบของโดเซ็ตสึกลับสั่งให้เขาชักดาบประจำกายที่มีชื่ออันไพเราะว่า “ชิโดริ” (Chidori – นกนับพันตัว) ฟันสวนกลับขึ้นไปที่สายฟ้าอันเกรี้ยวกราดนั้นอย่างสุดกำลัง เล่ากันว่าคมดาบของเขาได้ตัดร่างของเทพอสูรแห่งสายฟ้า (Raijin) ที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มเมฆฝนจนขาดกระจัดกระจาย

อย่าปล่อยให้ความสงสัยมากัดกินความสว่างรู้เลยครับ หากเรามองบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ โดเซ็ตสึน่าจะถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงจากฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง ปาฏิหาริย์ประการเดียวคือเขาสามารถรอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้นมาได้ ทว่าความรุนแรงของกระแสไฟได้ทำลายระบบประสาทส่งผลให้ร่างกายซีกหนึ่งของเขาต้องเป็นอัมพาตอย่างถาวร ขาทั้งสองข้างไร้ซึ่งความรู้สึกและไม่สามารถลุกขึ้นมายืนหยัดหรือก้าวเดินได้อีกต่อไป

หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับขุนพลซามุไรคนอื่นในยุคเซนโกคุ การสูญเสียความสามารถในการเดินย่อมหมายถึงจุดสิ้นสุดของอาชีพนักรบ และต้องถูกบีบให้เกษียณอายุตนเองไปบวชเป็นพระภิกษุอยู่อย่างเงียบๆ ในอารามห่างไกล แต่สำหรับโดเซ็ตสึ ชายผู้รักษาเกเกียรติยศและศักดิศรีของวิถีนักรบ เขากลับมองวิกฤตครั้งนี้เป็นเพียงแค่ “ความท้าทายในการบริหารจัดการ” เขาปฏิเสธที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตา และได้ทำการเปลี่ยนชื่อดาบเล่มนั้นใหม่เพื่อเป็นการประกาศกร้าวและรีแบรนดิ้งตนเองในนาม “ไรคิริ” (Raikiri – ผู้ฟันสายฟ้า)

เมื่อไม่สามารถเดินได้ โดเซ็ตสึจึงสั่งให้ช่างไม้ในปราสาทสร้าง “เสลี่ยงหรือแคร่หามพิเศษ” (Norimono) ขึ้นมาแทนขาทั้งสองข้าง ในยามที่กองทัพของตระกูลทาจิบานะต้องออกศึกสงคราม โดเซ็ตสึจะนั่งอย่างทรนงอยู่บนเสลี่ยงนั้น มือหนึ่งถือดาบไรคิริ อีกมือหนึ่งถือพัดศึกคอยโบกสะบัดสั่งการ ทหารข้ารับใช้สี่คนจะทำหน้าที่หามเสลี่ยงของนายเหนือหัววิ่งฝ่ามรสุมลูกปืนและคมหอกเข้าสู่ใจกลางสมรภูมิรบโดยตรง

ภาพของขุนพลผู้นั่งบนเสลี่ยงสั่งการรบด้วยน้ำเสียงอันดังกึกก้องและแววตาที่ดุดันราวกับเทพอสูร ได้กลายเป็นภาพจำที่สร้างความฮึกเหิมให้แก่กองทัพทาจิบานะอย่างมหาศาล โดเซ็ตสึมักจะตะโกนบอกแก่เหล่านักรบหนุ่มของเขาอยู่เสมอว่า “หากพวกเจ้ากลัวกระสุนของศัตรู จงขยับเข้ามาหลบอยู่เบื้องหลังเสลี่ยงของข้า เพราะตัวข้าผู้นี้จะไม่มีวันสั่งทหารหามถอยหลังกลับเด็ดขาด” ด้วยสไตล์การบริหารงานแบบนำหน้าและร่วมรับความเสี่ยงร่วมกับลูกน้อง (Lead by Example) ทำให้กองทัพของทาจิบานะกลายเป็นหน่วยรบที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุด โดเซ็ตสึนำทัพเข้าสู้รบกับมหาอำนาจโดยรอบเกาะคิวชู ทั้งตระกูลชิมะซุและตระกูลริวโซจิกว่า 37 ครั้งตลอดชีวิตของเขา และประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้ว่าเขาไม่เคยปราชัยให้แก่ผู้ใดเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนศัตรูทั่วทั้งแผ่นดินต่างพากันขนานนามเขาด้วยความหวาดกลัวว่า “เทพอสูรแห่งตระกูลโอโตโมะ”

ในแง่ของการบริหารจัดการองค์กร สิ่งที่ทำให้โดเซ็ตสึน่ายกย่องยิ่งกว่าฝีมือการรบ คือความกตัญญูและความจงรักภักดีที่ไม่เคยสั่นคลอน ในช่วงปลายชีวิตของเขา ตระกูลโอโตโมะผู้เป็นตระกูลแม่เริ่มก้าวเข้าสู่ภาวะเสื่อมถอยเนื่องจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของผู้นำอย่าง โอโตโมะ โซริน ที่เริ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปกับความหรูหราและการหันไปนับถือศาสนาคริสต์จนละเลยงานราชการแผ่นดิน ไดเมียวข้ารับใช้หลายคนเริ่มพากันเอาใจออกห่างและแอบแปรพักตร์ไปเข้ากับตระกูลชิมะซุ มีผู้มาโน้มน้าวให้โดเซ็ตสึประกาศตนเป็นอิสระและแยกบริษัทออกมาตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่หลายครั้ง แต่โดเซ็ตสึกลับปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง เขายังคงทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์และประคับประคองตระกูลโอโตโมะอย่างสุดความสามารถจนกระทั่งสิ้นลมหายใจในสนามรบในปี ค.ศ. 1585

เรื่องราวของทาจิบานะ โดเซ็ตสึ จึงเป็นบทเรียนทางธุรกิจและชีวิตที่ลึกซึ้งว่า ข้อจำกัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่ความพิการทางร่างกาย แต่อยู่ที่ทัศนียภาพและความคิดภายในจิตใจ หากเรามีความมุ่งมั่นและสัจจะวาจาที่ซื่อตรง เกียรติยศชื่อเสียงของเราก็ย่อมจะเปล่งประกายสีทองผ่องใสและหยัดยืนข้ามผ่านกาลเวลามาได้อย่างงดงาม เช่นเดียวกับนามสกุลทาจิบานะที่เขาได้ฝากมรดกอันเกรียงไกรนี้ไว้ให้แก่คนรุ่นหลังสืบไปครับ
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน

ดาบ “ไรคิริ” (Raikiri) หรือผู้ฟันสายฟ้าเล่มจริงในประวัติศาสตร์นั้น ปัจจุบันไม่ได้สูญหายไปตามกาลเวลา ทว่าได้รับการเก็บรักษาและดูแลเป็นทรัพย์สินมรดกตกทอดชิ้นสำคัญของตระกูล โดยจัดแสดงไว้อย่างสง่างามภายใน พิพิธภัณฑ์ทาจิบานะ (Tachibana Museum) เมืองยานากาวะ จังหวัดฟุกุโอกะ

Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ

Tachibana Museum

ความน่าสนใจในเชิงข้อเท็จจริงทางโบราณคดีคือ เมื่อนักวิชาการและช่างตีดาบญี่ปุ่นสมัยใหม่ได้ทำการตรวจสอบโครงสร้างของดาบไรคิริเล่มนี้อย่างละเอียด พบว่าบริเวณส่วนปลายของตัวใบดาบ (Kissaki) และฝักดาบ มีร่องรอยของการสึกหรอและรอยไหม้ที่เกิดจากความร้อนสูงกระทันหันในลักษณะที่สอดคล้องกับปรากฏการณ์ทางกายภาพของการถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงหรือฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง ซึ่งรอยแผลเป็นบนเนื้อเหล็กโบราณนี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ช่วยยืนยันว่า ตำนานขุนพลผู้ชักดาบฟันสายฟ้าใต้ร่มไม้ใหญ่แห่งยุคเซนโกคุนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ถูกแต่งเติมขึ้นมาลอยๆ เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อทางการทหาร แต่มีมูลฐานมาจากเหตุการณ์จริงระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างแน่นอนครับ

บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com

เรื่องแนะนำ :
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 4: มรดกพระนางดันริง และการแตกแขนงสู่หัวเมืองภูมิภาค
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 3: โศกนาฏกรรมกบฏนารามาริ และกงล้ออำนาจที่ล่มสลาย
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 2: ยุคทองของ ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ และเกียรติยศแห่ง ‘เก็มเปโตคิตสึ’
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 1: กำเนิดส้มศักดิ์สิทธิ์แห่งราชสำนักนารา

ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :
• Tachibana Museum Official Website (บันทึกประวัติและข้อมูลดาบไรคิริของทาจิบานะ โดเซ็ตสึ): http://www.tachibana-museum.jp/
• Japanese Wiki Corpus (Biography of Tachibana Dōsetsu): https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20Dosetsu.html
• Samurai Archives (Military Campaigns of the Ōtomo Clan and retainers in Kyushu): https://samurai-archives.com/wiki/Tachibana_Dosetsu
• Kyushu Tourism Promotion Organization (Historical assets of Yanagawa and the Tachibana family): https://www.welcomekyushu.com/
https://www.wowu.travel/spots/tachibana-museum

#Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ #Tachibana Clan

Tags :

  • Gekokujo
  • Raikiri
  • Sengoku Jidai
  • Tachibana Clan
  • Tachibana Dosetsu (Bekki Akitsura)
  • ตระกูลทาจิบานะ