SWC ผนึกเซ็นทรัล ฟู้ดฯ เปิดตัว The Goody รุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ดันรายได้ 100 ลบ.ปีนี้!

บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC เดินหน้าขยายธุรกิจสัตว์เลี้ยงเชิงรุก ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ “The Goody” อย่างเป็นทางการ ณ ท็อปส์ สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายผ่านเครือข่าย TOPS และ PET’N ME รวมกว่า 155 สาขาทั่วประเทศ และมีแผนเพิ่มเป็น 200 สาขา เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงไทย
นายชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ (คุณโทบี้) ผู้อำนวยการธุรกิจสัตว์เลี้ยง บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC กล่าวว่า ความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัลถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายช่องทางจัดจำหน่ายของธุรกิจสัตว์เลี้ยง เนื่องจากเครือข่าย TOPS และ PET’N ME ช่วยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและสร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าแบบครบวงจร ทั้งช่องทางหน้าร้านและออนไลน์ ภายใต้กลยุทธ์ Omni-channel
เบื้องต้นบริษัทจะเน้นการขยายจุดจำหน่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วง 3 เดือนแรก ก่อนขยายไปยังหัวเมืองสำคัญและจังหวัดท่องเที่ยว เพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปีหน้า โดยตั้งเป้ายอดขายจากธุรกิจสัตว์เลี้ยงไว้ที่ 100 ล้านบาทภายในปีนี้
ปัจจุบันรายได้จากธุรกิจสัตว์เลี้ยงแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ประมาณ 90% และผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาด เช่น แชมพู ประมาณ 10% โดยกลุ่มอาหารสัตว์เน้นผลิตภัณฑ์อาหารเม็ดสำหรับแมวเป็นหลัก พร้อมเดินหน้าพัฒนาอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) และอาหารเปียก เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
ขณะที่ผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาด บริษัทพัฒนามานานกว่า 2 ปี โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์แชมพูสำหรับแมวที่มีปัญหาด้านสุขภาพผิวหนัง ซึ่งมีศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์แชมพูมีการส่งออกแล้ว ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์อยู่ระหว่างดำเนินการด้านทะเบียนและข้อกำหนดเกี่ยวกับวัตถุดิบ โดยมีประเทศจีนเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายสำคัญ
สำหรับโครงสร้างรายได้ตามประเภทสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันธุรกิจมีสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์สำหรับแมวประมาณ 65% และสุนัขประมาณ 35% สะท้อนถึงการเติบโตของตลาดสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตและเตรียมพิจารณาการสร้างโรงงานแห่งใหม่ภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ รวมถึงมองโอกาสขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV
บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศให้อยู่ที่ 40-45% ภายใน 3 ปี โดยจะให้ความสำคัญกับการขยายช่องทางจัดจำหน่าย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่ม Pet Parent ในวงกว้างมากขึ้น
ทั้งนี้ ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2568-2569 คาดว่าตลาดรวมมีมูลค่าประมาณ 90,000-100,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าประมาณ 40,000-45,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าพรีเมียมและอัลตราพรีเมียมที่มีอัตราการเติบโตระดับ Double Digit ตามเทรนด์ Pet Humanization ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกของครอบครัว และพร้อมลงทุนกับโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น
Back to top button