"ศุภจี" ติดตามผลกระทบน้ำท่วมรง.โตโยต้า เร่งช่วย Supply Chain อุตสาหกรรม ลดผลกระทบต่อการผลิต-ส่งออก : อินโฟเควสท์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่โรงงานประกอบชิ้นส่วนโตโยต้า จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อภาคการผลิตและการส่งออก โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลภาคเศรษฐกิจควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ระบบการผลิต การขนส่ง การค้า และการส่งออกสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้าง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการขยายการติดตามมาที่ “ต้นทาง” คือ ภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของไทย และมี Supply Chain เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ประกอบการจำนวนมาก เนื่องจากหากโรงงานหรือผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานได้รับผลกระทบ อาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงการผลิต การจ้างงาน การขนส่ง และการส่งออก
นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับกรณีโตโยต้า โรงงานทั้ง 3 แห่งไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง แต่การผลิตได้รับผลกระทบจากผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่การผลิตบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ ทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ตามปกติ จึงได้กำชับกระทรวงอุตสาหกรรมให้ติดตามทั้งระบบว่า มีโรงงานหรือซัพพลายเออร์จุดใดได้รับผลกระทบ มีวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนใดที่อาจกลายเป็นคอขวด และภาครัฐสามารถเข้าไปช่วยประสานหรือแก้ข้อจำกัดในจุดใดได้บ้าง เพื่อให้การผลิตกลับมาดำเนินการได้เร็วที่สุด
“วันนี้เรามาดูที่โตโยต้า เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้มีเฉพาะโรงงานประกอบรถยนต์ แต่มีผู้ผลิตและซัพพลายเออร์เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ ถ้าจุดใดจุดหนึ่งหยุด ผลกระทบอาจต่อเนื่องไปทั้งระบบ เราจึงต้องรู้ให้เร็วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และเข้าไปช่วยประสานแก้ไข” นางศุภจี กล่าว
สำหรับภาคเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมมีภารกิจเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยกระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องสินค้า การกระจายสินค้า การค้าและการส่งออก
ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลภาคการผลิต โรงงาน และห่วงโซ่อุปทาน การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการติดตามอีกด้านหนึ่งของสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้มั่นใจว่าไม่เพียงสินค้าจะไม่ขาดแคลน แต่ต้นทางการผลิตต้องสามารถเดินต่อได้ และผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกต้องเกิดขึ้นน้อยที่สุด
“ตอนนี้ทุกฝ่ายแบ่งหน้าที่กันทำ ทัพหน้าดูแลผู้ประสบภัยและสถานการณ์ในพื้นที่ ส่วนเราทำหน้าที่เป็นทัพหลัง ทำอย่างไรให้ระบบข้างหลังยังเดินต่อได้ ของต้องไม่ขาด โรงงานต้องผลิตได้ การขนส่งและการส่งออกต้องไม่สะดุด เพราะทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียว” นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้ง Single Command และวอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์สินค้าและการกระจายสินค้าทั่วประเทศ รวมถึงลงพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าเพื่อติดตามการทำงานหลังจากสั่งการไปแล้ว

สำหรับแนวทางระยะสั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อตรวจสอบปัญหาของซัพพลายเออร์ที่ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ รวมทั้งประสานนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตสำคัญในพื้นที่อื่น เพื่อรวบรวมข้อมูลผลกระทบและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือให้ตรงกับปัญหา โดยการติดตามจะไม่จำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่จะครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นสถานการณ์ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่โรงงาน การขนส่ง คลังสินค้า การกระจายสินค้า ไปจนถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ส่วนแนวทางระยะยาว จะนำข้อเสนอของผู้ประกอบการไปพิจารณาในระดับนโยบาย ได้แก่ การขอให้ภาครัฐพิจารณายกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่ที่จำเป็นต้องนำเข้ามาเพื่อซ่อมแซมโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และการพิจารณาลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเครื่องจักรและโรงงาน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวจะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดให้สถานประกอบการใช้ช่วงที่จำเป็นต้องหยุดการผลิตชั่วคราวในการพัฒนาทักษะพนักงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเร่งการผลิตเมื่อการส่งชิ้นส่วนเข้าสู่โรงงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และนำแนวทางดังกล่าวไปเป็นตัวอย่างให้โรงงานอุตสาหกรรมอื่นสามารถปรับตัวในช่วงที่ได้รับผลกระทบได้
นางศุภจี กล่าวว่า อีกด้านหนึ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน คือ การรักษาความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยนอกจากเร่งแก้ปัญหาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว จะรวบรวมตัวอย่างพื้นที่อุตสาหกรรม คลังสินค้า และผู้ประกอบการที่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี เพื่อสะท้อนให้คู่ค้า นักลงทุน และผู้ประกอบการต่างประเทศเห็นว่า ระบบการผลิตและโลจิสติกส์ของไทยยังมีความพร้อมและสามารถบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์นี้ได้
“การเป็นทัพหลังไม่ได้หมายถึงรอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แต่ต้องมองให้ครบทั้งระบบว่า จุดไหนมีความเสี่ยง จุดไหนต้องเข้าไปช่วย และจุดไหนที่ยังเดินได้ดี เราต้องทำให้เดินต่อ เพื่อให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การผลิต และการส่งออกของประเทศเกิดขึ้นน้อยที่สุด” นางศุภจี กล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน