SUN เร่งฟื้นมาร์จิ้น! ลุย RTE-RTC ออกสินค้าใหม่


นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เปิดเผยภาพรวมธุรกิจผ่านงาน Opportunity Day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมี รายได้จากการขาย 848.7 ล้านบาท ลดลง 11.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 5.1 ล้านบาท ลดลง 94.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ได้รับแรงกดดันจากเงินบาทแข็งค่า การแข่งขันด้านราคาในตลาดส่งออก รวมถึงต้นทุนพลังงาน โลจิสติกส์ และบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อการขนส่งสินค้า โดยตลาดตะวันออกกลางมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 8-10% และบางคำสั่งซื้อยังไม่สามารถส่งมอบได้ตามแผน

อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินค้าของลูกค้ายังคงอยู่ โดยยอดส่งออกในเชิงมูลค่าลดลงประมาณ 19.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปริมาณขายลดลงเพียงประมาณ 1.9% สะท้อนว่ารายได้ที่ลดลงมีสาเหตุหลักจากอัตราแลกเปลี่ยนและข้อจำกัดด้านการส่งมอบ มากกว่าการลดลงของความต้องการสินค้า

สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 SUN มีรายได้จากการขายรวม 1,747.16 ล้านบาท โดยบริษัทเริ่มเห็นทิศทางการบริหารต้นทุนภายในดีขึ้นในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก จากการเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่องและการควบคุมต้นทุนในโรงงาน แม้ยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนโลจิสติกส์และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ ซึ่งครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 36 ล้านบาท

สำหรับโครงสร้างธุรกิจปัจจุบัน SUN แบ่งรายได้ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจข้าวโพดหวาน (Sweet Corn Group) ซึ่งยังเป็นธุรกิจหลัก คิดเป็นประมาณ 70-80% ของรายได้รวม ครอบคลุมข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง (Canned) ข้าวโพดหวานบรรจุถุงสุญญากาศ (Pouch) และข้าวโพดหวานแช่แข็ง (Frozen) โดยส่วนใหญ่จำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศ

ส่วน กลุ่มสินค้าพร้อมรับประทาน (Ready to Eat: RTE) มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันคิดเป็น กว่า 20% ของรายได้รวม โดยเน้นตลาดในประเทศและช่องทางร้านสะดวกซื้อ ปัจจุบันมีสินค้าทำตลาดรวม 17 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มธัญพืชพร้อมรับประทาน กลุ่มขนมไทย เช่น ข้าวต้มมัดและขนมข้าวโพด รวมถึงกลุ่มสินค้าพร้อมปรุง (Ready to Cook: RTC) ซึ่งได้รับการตอบรับดีและบริษัทมีแผนเพิ่มรายการสินค้าในอนาคต

ด้านสถานะในตลาดโลก บริษัทระบุว่า ตลาดซื้อขายข้าวโพดหวานทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 61,824 ล้านบาท โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มีส่วนแบ่งประมาณ 16% รองจากฮังการีที่ 18% และสูงกว่าจีนที่ 14% ขณะที่ SUN มีส่วนแบ่งตลาดโลกประมาณ 4.8% คิดเป็นมูลค่าราว 2,994 ล้านบาท

ปัจจุบัน SUN ส่งออกสินค้าไป 54 ประเทศทั่วโลก มีฐานลูกค้ามากกว่า 200 ราย โดยเอเชียเป็นตลาดหลัก คิดเป็นมากกว่า 50% ของยอดส่งออกทั้งหมด ญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงสุดมากกว่า 30% ตามด้วยไต้หวันและเกาหลีใต้ ส่วนตลาดยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 10% และยังมีตลาดตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมถึงกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกา

เดินเกม Q3/69 เร่งฟื้นมาร์จิ้น-ออกสินค้าใหม่

สำหรับไตรมาส 3/2569 บริษัทให้ความสำคัญกับการฟื้นอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิกลับเข้าสู่ระดับปกติ ผ่านการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น เพิ่ม Productivity ในสายการผลิต พร้อมนำระบบอัตโนมัติ AI และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพสินค้า

ขณะเดียวกัน SUN เริ่มทยอยเจรจา ปรับราคาคำสั่งซื้อใหม่ ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 หลังที่ผ่านมาเลือกยึดราคาตามสัญญาเดิมเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและคู่ค้าในช่วงที่ต้นทุนได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการเร่งขยายธุรกิจ RTE, RTC, Chilled และสินค้าอาหารสด ซึ่งเป็นกลุ่มมูลค่าเพิ่มและมีโอกาสสร้างมาร์จิ้นสูงกว่าสินค้าพื้นฐาน โดยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทเตรียมเปิดตัวและพัฒนาสินค้าใหม่ มากกว่า 10 รายการ หรือประมาณ 3-4 รายการต่อไตรมาส ทั้งสินค้าใหม่ในตลาดเดิม สินค้าใหม่สำหรับตลาดใหม่ และการต่อยอดสินค้าเดิม

SUN ยังอยู่ระหว่างพัฒนา RTE สำหรับตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเพิ่มอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อรองรับการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์บางรายการเริ่มเข้าสู่การผลิตและส่งมอบให้ลูกค้าแล้ว

เร่งเปิดตลาดใหม่ช่วงครึ่งปีหลัง

ด้านตลาดต่างประเทศ บริษัทเดินหน้ากระจายฐานลูกค้าเพื่อลดผลกระทบจากตะวันออกกลาง โดยในช่วงที่ผ่านมาได้เข้าทำตลาดที่ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และเริ่มได้รับความสนใจจากลูกค้าใหม่ทั้งผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานและสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน

สำหรับแผนช่วงถัดไป SUN เตรียมเข้าร่วมงานแสดงสินค้าใน ออสเตรเลียช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน เพื่อขยายยอดขายสินค้าแช่แข็งไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ก่อนเดินหน้าทำตลาดที่ ฮ่องกงช่วงปลายเดือนกันยายน

จากนั้นในช่วง เดือนตุลาคม บริษัทเตรียมเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับพบผู้ซื้อจากยุโรป เอเชีย แอฟริกา และอเมริกา รวมถึงติดตามเทรนด์การบริโภค เทคโนโลยีการผลิต และนวัตกรรมใหม่ ก่อนปิดท้ายแผนขยายตลาดปีนี้ที่ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยเน้นผลักดันกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานเข้าสู่ตลาดที่มีฐานประชากรและกำลังซื้อขยายตัว

Q4/69 เดินเครื่อง Tetra Recart-รับไฮซีซัน

ด้านความคืบหน้าโครงการลงทุน Tetra Recart Sweet Corn ซึ่งเป็นการยกระดับการผลิตข้าวโพดหวานสู่บรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารและติดตั้งเครื่องจักรรวมถึงระบบอัตโนมัติ โดยบริษัทตั้งเป้าเริ่ม ทดสอบระบบและนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในไตรมาส 4/2569

นอกจากนี้ SUN ยังลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตสินค้าแช่แข็งผ่าน Freezer ขนาด 300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง พร้อมระบบ Thermoforming + Cooling เพื่อรองรับการขยายกำลังผลิต RTE และสินค้ามูลค่าเพิ่ม

ด้านโครงการพลังงานทดแทน บริษัทคาดว่า Solar Rooftop จะทยอยติดตั้งและนำมาใช้งานได้ในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน

นายองอาจ ระบุอีกว่า ช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ของปีถัดไป ตามปกติเป็นฤดูกาลที่คำสั่งซื้อและการบริโภคอยู่ในระดับสูง ทำให้บริษัทคาดหวังว่าจะเห็นยอดขายและความสามารถในการทำกำไรทยอยฟื้นตัวในช่วงปลายปี จากทั้งการปรับราคาคำสั่งซื้อใหม่ มาตรการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง

ขณะเดียวกัน หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายและระบบโลจิสติกส์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ บริษัทคาดว่าคำสั่งซื้อจากตลาดดังกล่าวมีโอกาสกลับมาเร่งตัว เนื่องจากความต้องการของลูกค้ายังคงอยู่ โดยตะวันออกกลางเป็นตลาดที่เคยสร้างรายได้ให้ SUN เกือบ 10%

คงเป้าปี 69 แตะ 4-4.5 พันล้าน ก่อนขึ้น 5-6 พันล้านปี 71

สำหรับเป้าหมายทั้งปี 2569 SUN ยังคงตั้งเป้ารายได้ที่ 4,000-4,500 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการรักษาฐานธุรกิจข้าวโพดหวาน การขยายตลาดส่งออก การเปิดตัวสินค้าใหม่ การเดินเครื่องโครงการ Tetra Recart และการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจ RTE-RTC รวมถึงสินค้ามูลค่าเพิ่ม

ส่วนเป้าหมายระยะกลาง บริษัทตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นสู่ 5,000-6,000 ล้านบาทในปี 2571 จากการเพิ่มกำลังผลิต ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพภายในโรงงาน โดยจะพิจารณาการลงทุนในโครงการที่สามารถเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ SUN ยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผล ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามกฎหมาย โดยขึ้นอยู่กับผลประกอบการในแต่ละงวด พร้อมเดินหน้ารักษาฐานธุรกิจเดิม ควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่จากอาหารพร้อมรับประทานและสินค้ามูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

Company Snapshot