SRICHA ตุนแบ็กล็อกโครงการ “CFP” 3.9 พันลบ. พร้อมลุ้นงานเพิ่มมูลค่า 1.6 พันล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉัตรมงคล เขมาภิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีราชาคอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SRICHA เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ว่า บริษัทฯ ยังคงมีงานจากโครงการ Clean Fuel Project (CFP) ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ทั้งงานตามสัญญาเดิมและงานเพิ่มเติม ขณะเดียวกันเตรียมต่อยอดไปสู่งานในช่วง Completion, Commissioning, Maintenance และ Task Force พร้อมติดตามโอกาสจากโครงการใหม่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
สำหรับโครงการ CFP ในส่วนงาน BF, HCU และ ERU มีมูลค่างานตามสัญญาเดิมประมาณ 7,800 ล้านบาท ขณะที่บริษัทฯ ได้รับสัญญางานเพิ่มเติมแล้วประมาณ 600 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่างานรวมอยู่ที่ประมาณ 8,400 ล้านบาท โดยรับรู้รายได้ไปแล้วจนถึงไตรมาส 2/2569 ประมาณ 4,500 ล้านบาท และเหลือเป็นงานในมือ (Backlog) ของโครงการ CFP อีกประมาณ 3,900 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่าอาจมีงานเพิ่มเติมในช่วงท้ายของกรอบงานเดิม ซึ่งต้องเจรจากับเจ้าของโครงการ (Owner) และผู้รับผิดชอบงานด้านวิศวกรรม จัดซื้อ และบริหารงานก่อสร้าง (EPCM) อีกประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลให้ SRICHA จบงานโครงการ CFP ด้วยมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม งานเพิ่มเติมบางส่วนยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบ รับรอง และเจรจากับผู้เกี่ยวข้อง จึงยังไม่ถือเป็น Backlog ที่ได้รับการยืนยันทั้งหมด ขณะเดียวกัน เมื่อโครงการ CFP เข้าสู่ช่วง Completion และ Commissioning บริษัทฯ ยังมองเห็นโอกาสต่อยอดงานในรูปแบบ Mechanical Task Force เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในช่วงท้ายของโครงการ
ส่วนโครงการ Ambatovy ประเทศมาดากัสการ์ SRICHA ได้ต่อยอดจากงานก่อสร้างขนาดใหญ่ไปสู่งาน Maintenance, Operation Support, Mechanical Task Force และ Small Projects อย่างต่อเนื่องมากกว่า 14 ปี สะท้อนความสามารถของบริษัทฯ ในการสร้างรายได้ต่อเนื่องภายหลังงานก่อสร้างหลักเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีล่าสุด บริษัทฯ มีรายได้จากโครงการ Ambatovy รวมประมาณ 614 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 205 ล้านบาทต่อปี และมองว่ารูปแบบธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) เช่นนี้จะมีบทบาทมากขึ้นในยุทธศาสตร์ของ SRICHA ในอนาคต
ขณะเดียวกัน SRICHA อยู่ระหว่างพูดคุยและติดตามโอกาสจากงานใหม่หลายโครงการในประเทศไทย เช่น โครงการโรงงานปิโตรเคมีในจังหวัดระยองและโครงการโรงไฟฟ้าบางแห่ง รวมถึงโครงการในต่างประเทศ ได้แก่ โรงงาน LNG ที่ประเทศแคนาดา โมซัมบิก และปาปัวนิวกินี ตลอดจนโรงงานอลูมินาที่ประเทศกินี ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์หลักของบริษัทฯ ด้าน Mechanical, Piping, Petrochemical และ Power Plant
สำหรับงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง บริษัทฯ เริ่มติดต่อและพูดคุยถึงโอกาสทางธุรกิจในประเทศบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ โดยเฉพาะโครงการฟื้นฟูความเสียหาย ตลอดจนโครงการใหม่ด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และงานอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้น และต้องรอความชัดเจนด้านการลงทุนภายหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคคลี่คลาย จึงยังไม่ได้รวมเป็น Backlog หรือประมาณการรายได้ของบริษัทฯ
SRICHA มีประสบการณ์ในตลาดตะวันออกกลาง โดยเคยดำเนินงานโครงการ Qatar Dolphin Project มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท รวมถึงมีประสบการณ์ในโครงการ Refinery, Petrochemical และ Power Plant ร่วมกับผู้รับเหมา EPC ระดับนานาชาติมาอย่างยาวนาน
นายฉัตรมงคล กล่าวว่า บริษัทฯ วางยุทธศาสตร์ “Recurring Revenue + New Project Pipeline” โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากงาน Maintenance, Task Force, Shutdown & Turnaround, Commissioning และ Fabrication ควบคู่กับงาน Construction พร้อมคัดเลือกโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีผลตอบแทนและเงื่อนไขความเสี่ยงเหมาะสม เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น และลดการพึ่งพาโครงการขนาดใหญ่เพียงโครงการเดียว
“CFP เป็นโครงการสำคัญของ SRICHA แต่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเติบโต บริษัทฯ กำลังเตรียมเข้าสู่รอบธุรกิจถัดไป โดยมีทั้งงานต่อเนื่องจากโครงการปัจจุบัน ฐานรายได้ประจำจาก Maintenance และ Task Force รวมถึง Pipeline โครงการใหม่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยบริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของรายได้ ผลตอบแทน และการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก” นายฉัตรมงคล กล่าว