'Spider-man: Brand New Day' รายได้ทะลุ 3.3 หมื่นล้าน! ครองใจ Gen Z ชีวิต Coming of Age

คู่รักซูเปอร์สตาร์แห่งยุค “เซนเดอา” และ “ทอม ฮอลแลนด์” พาสไปเดอร์แมนกวาดรายได้มหาศาลทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 6 วัน ต้อนรับสุดสัปดาห์ฮอลลีวูด จากผลงานภาพยนตร์ “Spider-Man: Brand New Day” ภาพยนตร์ไอแมงมุมภาคล่าสุดไม่ได้มีดีแค่ฉากแอ็กชันฟอร์มยักษ์ แต่ชนะใจคนรุ่นใหม่ด้วยการเข้าถึงอารมณ์ความเจ็บปวด ความเหงา และการก้าวเข้าสู่วิถีชีวิตวัยผู้ใหญ่

สุดสัปดาห์ประวัติศาสตร์ของวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูดต้องสั่นสะเทือน เมื่อคู่รักซูเปอร์สตาร์แห่งยุคอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) และ เซนเดอา (Zendaya) ดึงดูดผู้ชมกลุ่ม Gen Z เข้าสู่โรงหนังอย่างล้นทะลัก ผลงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Spider-Man: Brand New Day ได้สร้างปรากฏการณ์ทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศระดับโลกด้วยรายได้มหาศาล

HYPEBEAST ระบุว่า ก้าวสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการทะลุทะลวงระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมูลค่าเกิน 3.3 หมื่นล้านบาท ได้ในเวลาเพียง 6 วันหลังเปิดฉากเข้าฉาย ซึ่งส่งผลให้ Brand New Day คว้าตำแหน่งภาพยนตร์ที่ทำเงินแตะหลักพันล้านดอลลาร์ได้เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์

โดยเป็นรองเพียงแชมป์เก่าอย่าง Avengers: Endgame ที่ทำได้ภายใน 5 วัน เมื่อปี 2019 เท่านั้น พร้อมทั้งก้าวข้ามสถิติเดิมของ Avengers: Infinity War และภาพยนตร์ภาคก่อนหน้าอย่าง Spider-Man: No Way Home ที่เคยต้องใช้เวลาถึง 11 วัน

“Spider-Man: Brand New Day” ได้เข้าไปนั่งในใจของกลุ่ม Gen Z ผ่านประเด็นเรื่องความอกหัก ความเหงา ตัวตน อารมณ์ขัน และการรับมือกับชีวิตวัยผู้ใหญ่ที่ก้าวข้ามความเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรทั่วไป

ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรไม่ได้เป็นเพียงแค่การโชว์มนุษย์ที่มีพลังเหนือมนุษย์ให้ยิ่งใหญ่เกินจริงเท่านั้น เพราะนับตั้งแต่ภาพยนตร์รุ่นบุกเบิก ภาพยนตร์ประเภทนี้มักจะสะท้อนถึงความหวัง ความปรารถนา และความกังวลของคนรุ่นที่กำลังรับชมอยู่เสมอ

ขณะที่ภาพยนตร์ Spider-Man ภาคก่อนๆ มักได้รับการจดจำจากความอลังการ ฉากมัลติเวิร์ส หรือตอนจบที่สะเทือนอารมณ์ แต่ “Spider-Man: Brand New Day” นำแสดงโดย ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) และ เซนเดอา (Zendaya) กลับเข้าถึงความรู้สึกของผู้ชมกลุ่ม Gen Z ทั่วโลกด้วยมุมมองที่ต่างออกไป

แทนที่จะพูดถึงแค่เรื่องแอ็กชัน ซึ่งสื่อหลายที่ก็แสดงความเห็นว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับระดับท็อป ผู้ชมรุ่นใหม่จำนวนมากกลับกำลังถกเถียงกันถึงประเด็นเรื่องความอกหัก ความเหงา การแสวงหาตัวตน อารมณ์ขัน และความไม่แน่นอนของการเป็นผู้ใหญ่จากภาพยนตร์ภาคนี้ของสไปเดอร์แมน

การรับบทเป็น ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ ครั้งล่าสุดของ ทอม ฮอลแลนด์ ส่งผลให้ปฏิกิริยาของผู้ชมหลายคนได้เปิดเผยเหตุผลว่า

ทำไม Brand New Day ถึงเข้าถึงใจผู้คนได้มากกว่าแค่การเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์แบรนด์ซูเปอร์ฮีโร่ไอแมงมุมที่ทรงพลัง

เคล็ดลับเข้าสู่หัวใจผู้ชมของสไปเดอร์แมน

อ้างอิงจากการสัมภาษณ์ผู้ชมรายหนึ่งของสื่อ TIMES NOW ระบุไว้ว่า ศัษวาตะ (Shashwata) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 แขนงวิชาวารสารศาสตร์ วิทยาลัย Maharaja Agrasen มหาวิทยาลัยเดลี วัย 19 ปี ได้แสดงความเห็นเผยถึงสิ่งที่กระแทกเข้าถึงจิตใจเขาแรงที่สุดจากภาพยนตร์

ถ้าคุณเพิ่งเลิกกับแฟนมา หนังเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องที่ทำให้คุณเหลือบตามองจอได้ยากมากในบางช่วง เพราะหนังเล่นกับประเด็นความเหงาและความโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนรุ่นพวกเรา แสดงให้เห็นถึงเหตุผลเลยว่าทำไมสไปเดอร์แมนถึงเป็นหนึ่งในซูเปอร์ฮีโรที่เข้าถึงง่ายที่สุดตลอดกาล”

การวิเคราะห์ของศัษวาตะก็สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพราะนับตั้งแต่การถือกำเนิดขึ้นในปี 1962 สไปเดอร์แมนมีความนิยมโดดเด่นกว่าซูเปอร์ฮีโรรายอื่นมาโดยตลอด

ปีเตอร์ต้องดิ้นรนกับความสัมพันธ์ การสงสัยในตัวเอง และการรักษาสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับความรับผิดชอบอยู่เสมอ หนังภาคนี้นำโดยผู้กำกับ เดสติน แดเนียล เครตตัน (Destin Daniel Cretton) ซึ่งเขาพยายามลงลึกในความเปราะบางทางอารมณ์นั้น และนั่นกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงหัวใจของเหล่าวัยรุ่นได้ดีอย่างยิ่ง วัยรุ่นวัย 19 ปีอย่างศัษวาตะก็เป็นหนึ่งในผู้ชมที่กำลังรับมือกับช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิต ซึ่งคล้ายคลึงกันกับตัวละครหลักอยู่เช่นกัน

ความสมจริงนั้นยังเข้าถึงความรู้สึกของ อังคิตา มาซุมดาร์ (Ankita Mazumdar) นักวิเคราะห์เนื้อหาวัย 26 ปี ผู้รู้สึกว่า ภาพยนตร์สะท้อนสภาวะทางอารมณ์ของคนรุ่นนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอเปิดเผยว่า Brand New Day เริ่มต้นด้วยการให้ “สไปดี้มีความเป็น Gen Z” พุ่งเข้าใส่หน้าผู้ชมอย่างจัง

ทั้งความเหงาเรื้อรัง การแอบส่องโซเชียลมีเดียของเพื่อนสนิทและคนรัก รวมถึงโผล่ไปงานปาร์ตี้ของพวกเขาด้วยความโหยหาแบบไม่ได้ตั้งใจ”

SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY – Official Trailer

สิ่งที่อังคิตาได้รับจากภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ไม่ว่าใครกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ “ไม่ว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล หรือความเหงา” เราต้อง

“อ้าแขนรับความอึดอัดต่างๆ แทนที่จะต่อต้านความรู้สึกเหล่านั้น”

ยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น อยู่กับมันให้ได้ และเรียนรู้ที่จะเติบโตผ่านมันไป ต่อให้คุณจะอกหักหรือคนที่คุณรักที่สุดจะไม่ได้รักคุณตอบ จงจำเอาไว้ว่า คุณกล้าหาญพอที่จะรัก และนั่นต้องใช้ความกล้าอย่างยิ่ง ท้ายที่สุดแล้วคุณจะคือผู้ชนะ เพราะคนที่รักเป็น เป็นฝ่ายชนะเสมอ”

อังคิตา ยังเน้นย้ำเสริมอีกว่า

ความรักคือดาบสองคม แต่ถ้าคุณรู้จักที่จะเข้าใจในความรัก คุณก็จะเป็นฝ่ายชนะ และเพื่อนนั้นนับเป็นอัญมณีในชีวิตของคุณ เลือกอัญมณีของคุณให้ดี”

ความคิดเห็นของอังคิตา ชี้ให้เห็นว่าผู้ชมรุ่นใหม่ไม่ได้มอง Brand New Day เป็นแค่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรแบบเดิมๆ แต่เป็นเรื่องราวการก้าวข้ามผ่านวัย Coming-of-age ที่สนับสนุนให้ผู้ชมเผชิญหน้ากับอารมณ์ที่อึดอัด และค้นหาความแข็งแกร่งผ่านความเปราะบาง มิตรภาพ และการเติบโตของตัวเอง

ทว่าสำหรับผู้ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขารู้ดีว่าเรื่องราวไม่ได้มีเพียงแค่ความอกหักและการค้นหาตัวตนเท่านั้นที่กินใจพวกเขา

‘ทอม ฮอลแลนด์’ กับ ‘แฟชั่นชวนอมยิ้ม’

น่าประหลาดใจที่ฉากหนึ่งได้กลายเป็นฉากโปรดของแฟนๆ ทันที ด้วยเหตุผลที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง อูดิต ชาร์มา (Udit Sharma) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 แขนงวิชาวารสารศาสตร์ วัย 20 ปี จากวิทยาลัย Maharaja Agrasen ไม่สามารถหยุดพูดถึงมุกตลกทางสายตาที่น่าขำที่สุดฉากหนึ่งของเรื่องได้

มีช่วงเวลาที่ตลกๆ หลายฉาก แต่ฉากที่โดดเด่นมากคือ ตอนที่ปีเตอร์ใส่เสื้อสายเดี่ยวและกางเกงของเพื่อนบ้านหญิง แต่แปลกมากที่เขายังคงดูดีในชุดที่มีความเป็นผู้หญิงมากขนาดนั้น”

ฉากดังกล่าวเริ่มถูกพูดถึงแพร่กระจายอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย โดยแฟนๆ ต่างชื่นชมจังหวะตลกอันลื่นไหลของฮอลแลนด์ พร้อมเน้นย้ำว่า Brand New Day ไม่เคยลืมอารมณ์ขันที่เป็นเครื่องหมายการค้าของสไปเดอร์แมน

และที่น่าสนใจคือ ฉากนี้กลายเป็นไวรัลด้วยอีกเหตุผลหนึ่ง โดยแฟนๆ หลายคนมองว่าฉากนี้อาจเป็นการเปิดตัว กเวน สเตซี (Gwen Stacy) เข้าสู่จักรวาลสไปเดอร์แมนด้วยเช่นกัน

แต่สำหรับบางคนนั้นสิ่งที่ดึงดูดใจที่สุด คือประสบการณ์การชมในโรงภาพยนตร์ที่สมจริง

ผมดูในระบบ 3D และฉากโหนใยเหล่านั้นมันโคตรเท่ เป็นส่วนที่ดีที่สุดของหนังสำหรับผมเลย”

เอาร์สฮัด (Arshad) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขากายภาพบำบัด วัย 21 ปี จาก NIMT แบ่งปันความคิดเห็นของเขา พร้อมเสริมว่า

พล็อตเรื่องสนุกและเนื้อหาดี ผมรู้สึกว่ามันยืดไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้แย่ การพัฒนาตัวละครของปีเตอร์และฌอนทำได้ตรงจุด ตอนจบก็อยู่ในระดับที่โอเค”

ไม่ใช่ ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ แต่เป็น MJ?

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เดินออกจากโรงโดยพูดถึงสไปเดอร์แมนเพียงอย่างเดียว สำหรับ อามิชา (Amisha) ผู้จัดการฝ่ายการตลาดวัย 25 ปี เผยว่า สิ่งที่เข้าถึงอารมณ์ของเธอ คือเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง พีเตอร์ พาร์กเกอร์ กับ MJ

การปรากฏตัวบนหน้าจอของเซนเดอาและเคมีของเธอกับทอม ฮอลแลนด์ ช่วยอุ้มหนังเรื่องนี้ไว้มากสำหรับฉันเลยค่ะ”

อามิชาสารภาพ พร้อมกล่าวเสริมว่า

การรับบทตัวละคร MJ ของเซนเดอาทำได้ยอดเยี่ยมมาก แม้ว่าเธอจะไม่มีความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับปีเตอร์เลย แทนที่จะเป็นความรักของซูเปอร์ฮีโรแบบทั่วไป เรากลับได้เห็นความปรารถนาที่แสนเศร้าและห่างเหิน มันเป็นการนำเสนอเรื่องความสัมพันธ์และการมูฟออนที่แปลกใหม่และสมจริงมาก”

ทว่าปฏิกิริยาที่เป็นส่วนตัวที่สุดอาจมาจาก ชเรยัช โสมยา (Shreyash Saumya) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขากายภาพบำบัด วัย 23 ปี จาก NIMT ซึ่งตั้งใจหลีกเลี่ยงตัวอย่างและทีเซอร์ทุกตัวของภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนเข้าโรง และปรากฏว่าการตัดสินใจของเขานั้นช่างส่งผลได้คุ้มค่าตามที่หวัง

ผมเดินเข้าโรงภาพยนตร์ไปแบบไม่รู้อะไรเลย ผมไม่ได้ดูตัวอย่างหรือทีเซอร์ใดๆ ที่ปล่อยออกมาทั้งสิ้น ช่วงนี้ผมสังเกตเห็นว่าสิ่งต่างๆ ในชีวิตเปลี่ยนไปเร็วมาก และมันยากมากที่จะรับมือกับมัน หนังเรื่องนี้เข้าถึงตัวตนของผมอย่างจัง”

ชเรยัชกล่าว พร้อมให้เหตุผลเสริมว่า

เพราะหนังแสดงให้เห็นถึงปีเตอร์ในฐานะคนรุ่นใหม่ ที่พยายามจะควบคุมเรื่องราวในชีวิตของตัวเอง และทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบทั้งหมดที่ถาโถมประดังประเดเข้ามา ผมชอบที่โทนเรื่องมีความสมจริง ทำให้ผมรู้สึกว่านี่คือการเอาชีวิตของผมไปใส่ในตัวละครนั้น ผมเกือบจะร้องไห้ตอนใกล้จบด้วยครับ”

คำตอบของชเรยัชอาจอธิบายได้ดีที่สุดว่า ทำไม Brand New Day ถึงเป็นภาพยนตร์ที่ครองใจ Gen Z ของปีได้ขนาดนี้ แทนที่จะนำเสนอ ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ เป็นซูเปอร์ฮีโรที่สดใสเฟรนลี่แบบเดิมๆ ภาพยนตร์กลับไฮไลต์เขาในฐานะคนรุ่นใหม่ที่พยายามทำความเข้าใจโลกที่ไม่เคยชะลอความเร็วลง ความกดดันเรื่องการงาน ความกังวลในชีวิต ปัญหาความสัมพันธ์ ปัญหาทางการเงิน และความโดดเดี่ยวทางอารมณ์

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนรุ่นใหม่ และการทำให้ปีเตอร์มีประสบการณ์ชีวิตที่เหมือนกับผู้ชม มากกว่าให้เป็นแค่ตัวละครไอคอนจากหนังสือการ์ตูน ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

‘สไปเดอร์แมน’ กับ ‘การเข้าไปถึงขั้วหัวใจของผู้คน’

พูดกันตามตรง การเข้าถึงไปหัวจิตหัวใจของผู้ชม คือซูเปอร์พาวเวอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสไปเดอร์แมนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นชุดคอสตูม เครื่องยิงใย และฉากแอ็กชันสุดอลังการที่ดึงดูดแฟนๆ เสมอมา แต่ความมีมุมเป็นมนุษย์แสนธรรมดาของ ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ ต่างหากที่ทำให้แฟนๆ ยังคงผูกพันอย่างลึกซึ้ง

ในยุคที่หลายภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรให้ความสำคัญกับความอลังการมากกว่ามิติของตัวละคร “Spider-Man: Brand New Day” ดูเหมือนจะค้นพบความสมดุลที่ถูกต้อง เพราะสำหรับบางคนแล้ว นี่เป็นหนังที่เตือนให้ระลึกถึงการเลิกราอันเจ็บปวด หรือจะเป็นการได้เห็นปีเตอร์ใส่เสื้อสายเดี่ยวอย่างมั่นใจ หรือจะเป็นการมอบบทเรียนอันมีค่าเกี่ยวกับ “การยอมรับความเหงา” และ “การยอมรับที่จะพึ่งพามิตรภาพ”

สำหรับหลายๆ คน ภาพยนตร์เรื่องนี้คงเป็นเพียงเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่พยายามจะประคองชีวิตให้ดีที่สุดกับการเป็นผู้ใหญ่ในแต่ละวัน พร้อมต้องแบกรับความรับผิดชอบที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ที่เราจะก้าวข้ามผ่านมันไปในหลายๆ ครั้ง

ผลงานภาคใหม่ล่าสุดชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าการเติบโตของสไปเดอร์แมน โดย ทอม ฮอลแลนด์ กำลังสร้างแรงสะเทือนอย่างมหันต์ให้กับผู้ชม Gen Z เพราะภายใต้ฉากแอ็กชันสุดตระการตา คือเรื่องราวการก้าวผ่านจากวัยรุ่นไปสู่วัยผู้ใหญ่อันสมจริง ซึ่งเตือนผู้ชมให้พึงระลึกว่า

แม้แต่ซูเปอร์ฮีโรเอง ก็ใช่ว่าจะจัดการชีวิตได้ราบรื่นสมบูรณ์แบบเสมอไป จงเรียนรู้ที่จะโอบรับความทุกข์ ความผิดพลาด ความล้มเหลวต่างๆ แล้วลุกขึ้นมายืนใหม่ให้ได้ในทุกๆ วัน”