มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 2: หมากกระดานแรกบนเวทีโลก

มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 2: หมากกระดานแรกบนเวทีโลก… การก้าวสู่มหาอำนาจอินเทอร์เน็ต และการเดิมพันประวัติศาสตร์ใน Alibaba
บทความโดย : Morika www.marumura.com
หลังจากที่สามารถยึดครองส่วนแบ่งตลาดจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในประเทศญี่ปุ่นได้เบ็ดเสร็จกว่า 80% ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 อาณาจักร Nihon SoftBank ของ ซัน มาซาโยชิ ก็ก้าวขึ้นสู่สถานะเสาหลักที่มั่นคงของวงการไอทีญี่ปุ่น หากเป็นนักธุรกิจทั่วไป การได้ครอบครองอู่ข้าวอู่น้ำที่ผลิตกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ คงเป็นช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวผลกำไรและใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่สำหรับชายที่เคยยืนบนลังผลไม้แล้วประกาศว่าจะสร้างบริษัทแสนล้านเยน ความสำเร็จในประเทศบ้านเกิดเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น
เพราะสายตาของซันกำลังจับจ้องไปยังคลื่นลูกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นที่อีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิก คลื่นลูกใหญ่ที่จะทลายกำแพงพรมแดนของทุกประเทศ และเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษยชาติไปตลอดกาล สิ่งนั้นคือ “อินเทอร์เน็ต”

ลองนึกภาพตามดูง่ายๆ ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โลกภายนอกยังคงมองอินเทอร์เน็ตเป็นเพียงระบบเครือข่ายสำหรับนักวิจัยหรือมหาวิทยาลัย การส่งอีเมลยังเป็นเรื่องไกลตัว และหน้าเว็บเพจก็มีแต่ตัวอักษรสีดำบนพื้นหลังสีเทาที่ดูจืดชืด แต่ในสมองของซัน มาซาโยชิ เขากลับมองเห็นโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ชนิดใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ถนน สายเคเบิล หรือแม้กระทั่งท่อส่งซอฟต์แวร์เดิมที่เขาเคยสร้างไว้ ซันตระหนักดีว่าหากเขาต้องการจะสร้างจักรวรรดิระดับโลก เขาต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้ ซึ่งก็คือ “ซิลิคอนแวลลีย์” ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามครั้งใหญ่ ซันตัดสินใจนำบริษัท SoftBank เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นในปี 1994 การระดมทุนครั้งนั้นทำให้เขามีกระสุนเงินสดมหาศาล พร้อมที่จะเดินหน้าล่าอาณานิคมดิจิทัลในทันที
หมากกระดานแรกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นในปี 1995 เมื่อซันได้พบกับ เจอร์รี หยาง (Jerry Yang) และ เดวิด ฟิโล (David Filo) สองนักศึกษาหนุ่มจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ผู้สร้างเว็บไซต์ที่เป็นเหมือนสมุดโทรศัพท์รวบรวมรายชื่อเว็บต่างๆ ในโลกออนไลน์ เว็บไซต์นั้นมีชื่อว่า Yahoo!
ในเวลานั้น Yahoo! ยังเป็นเพียงสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่มีพนักงานไม่ถึง 20 คน ทำงานกันอยู่ในห้องทดลองแคบๆ ซันใช้เวลาพูดคุยกับพวกเขาไม่นานก็เกิดสัญชาตญาณแรงกล้าว่านี่คือประตูด่านแรกที่ทุกคนต้องเปิดผ่านหากจะเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต เขาตัดสินใจควักเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อแลกกับหุ้น 5% ของบริษัท ท่ามกลางเสียงเตือนจากที่ปรึกษาทางการเงินว่าเขากำลังซื้อดัชนีรายชื่อเว็บที่ใครๆ ก็สร้างขึ้นมาเลียนแบบได้
แต่แล้วในอีกเพียงไม่กี่เดือนต่อมา ซันก็ทำในสิ่งที่ทุกคนต้องอ้าปากค้าง เมื่อเขาเดินกลับไปหา เจอร์รี หยาง อีกครั้ง พร้อมกับข้อเสนอที่จะทุ่มเงินลงทุนเพิ่มอีกถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขอซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 33%
ลองคิดดูนะครับว่าใน ปี 1996 เงิน 100 ล้านดอลลาร์สำหรับบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ยังไม่รู้ว่าจะหารายได้จากโฆษณาอย่างไร มันคือจำนวนเงินที่บ้าคลั่งมาก เจอร์รี หยาง ถึงกับเอ่ยปากเตือนซันว่า “คุณซันครับ เงินจำนวนนี้มันมากเกินไปสำหรับพวกเราในตอนนี้ เรายังไม่รู้เลยว่าจะเอาไปใช้ทำอะไรตั้งมากมายขนาดนั้น”
แต่ประโยคตอบกลับของซัน มาซาโยชิ คือสิ่งสะท้อนกรอบความคิดที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาอย่างแท้จริง เขายิ้มแล้วพูดว่า “เจอร์รี ถ้าคุณไม่อยากได้เงิน 100 ล้านของผมก็ไม่เป็นไร แต่ผมจะเอาเงินก้อนนี้ไปให้คู่แข่งของคุณแทน และขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า เงินแสนล้านเยนที่ผมจะทุ่มลงไปน่ะ มันจะสร้างพายุใหญ่ที่พัดถล่มคุณจนราบคาบแน่นอน”
สุดท้าย Yahoo! ยอมรับเงินลงทุนก้อนนั้น และดีลนี้กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญ สองบริษัทร่วมกันก่อตั้ง Yahoo! Japan ในปี 1996 นำเอาโมเดลพอร์ทัลเว็บไซต์ไปเปิดตลาดในญี่ปุ่น ซึ่งในเวลาต่อมา Yahoo! Japan ได้กลายเป็นหน้าแรกของอินเทอร์เน็ตสำหรับคนญี่ปุ่น ครองความเป็นเจ้าตลาดอย่างยาวนานนับทศวรรษ สร้างผลกำไรและกระแสเงินสดกลับคืนสู่ SoftBank อย่างมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น หุ้นของ Yahoo! ในอเมริกาที่ซันถืออยู่ก็พุ่งทะยานขึ้นหลายร้อยเท่าในช่วงฟองสบู่ดอตคอม ทำให้ SoftBank กลายเป็นบริษัทที่เนื้อหอมที่สุดในโลก และส่งให้ ซัน มาซาโยชิ ก้าวขึ้นไปเป็นชายที่รวยที่สุดในโลกอยู่ช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 3 วัน โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละหมื่นล้านดอลลาร์
แต่โลกธุรกิจไม่มีคำว่าสวรรค์ถาวร ในปี 2000 วิกฤตการณ์ฟองสบู่ดอตคอม (Dot-com Crash) ได้ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกดิ่งลงเหวอย่างไม่มีชิ้นดี หุ้นของ SoftBank ได้รับผลกระทบหนักที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเงิน มูลค่าบริษัทลดลงไปถึง 99% ทรัพย์สินส่วนตัวของซันหายวับไปกับตาเกือบ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารและนักลงทุนที่เคยห้อมล้อมกลับหันหลังให้ สื่อมวลชนต่างพาดหัวข่าวว่านี่คือจุดจบของราชาอินเทอร์เน็ตผู้บ้าบิ่น
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความเชื่อมั่นในอนาคตของซันลดลงเลย แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของการดำเนินธุรกิจ ในช่วงปลายปี 1999 ถึงต้นปี 2000 ก่อนที่ฟองสบู่จะแตกสลายอย่างสมบูรณ์ ซันได้เดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อเข้าร่วมงานพบปะกับสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ท่ามกลางผู้ประกอบการจีนนับสิบคนที่พยายามเข้ามานำเสนอไอเดีย สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นกลายเป็นมหากาพย์ที่ถูกเล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้
ชายร่างเล็ก อดีตครูสอนภาษาอังกฤษที่มีใบหน้าแปลกตาและเต็มไปด้วยพลังงานอันพลุ่งพล่าน เดินเข้ามาในห้องประชุม เขาไม่มีแผนธุรกิจที่สวยหรู ไม่มีตัวเลขทางการเงินมาโชว์ และบริษัทของเขาก็เพิ่งก่อตั้งมาได้ไม่กี่เดือน แถมยังไม่มีรายได้เลยแม้แต่เซนต์เดียว ชายคนนั้นชื่อ แจ็ค หม่า (Jack Ma) และบริษัทของเขาชื่อ Alibaba

แจ็ค หม่า เริ่มต้นเล่าวิสัยทัศน์ของเขาเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม E-commerce ที่จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กในจีนสามารถค้าขายกับคนทั้งโลกได้ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แววตาฉายประกายแห่งความทะเยอทะยานอย่างไม่กลัวเกรงสิ่งใด ซัน มาซาโยชิ นั่งฟังอยู่เพียงแค่ 6 นาที เขาก็ยกมือขัดจังหวะแล้วพูดคำที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องตกตะลึงว่า “พอแล้วแจ็ค… ผมเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการจะทำแล้ว และผมจะลงทุนในบริษัทของคุณ”
ในตอนแรก แจ็ค หม่า ต้องการเงินทุนเพียงแค่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเอาไปประทังระบบและจ่ายเงินเดือนพนักงาน แต่ซันกลับส่ายหัวแล้วบอกว่า “5 ล้านมันน้อยเกินไป ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนโลกและสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้ประเทศจีน คุณต้องใช้เงินมากกว่านั้นเยอะ ผมจะให้คุณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับหุ้นประมาณ 30%”
คำถามที่นักวิเคราะห์ทางการเงินยุคนั้นถามกันอย่างหนักคือ อะไรทำให้ซัน มาซาโยชิ กล้าเอาเงิน 20 ล้านดอลลาร์ไปโยนใส่บริษัทจีนที่เพิ่งตั้งไข่ ในประเทศที่ระบบกฎหมายอินเทอร์เน็ตยังไม่ชัดเจน และระบบขนส่งโลจิสติกส์ยังล้าหลัง?
ซันเคยให้สัมภาษณ์ในภายหลังถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า มันไม่ใช่เรื่องของตัวเลขหรือแผนงานบนหน้ากระดาษ แต่ธุรกิจสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “กลิ่นอายและจิตวิญญาณของผู้ก่อตั้ง” ซันบอกว่าเขามองเห็นแววตาของแจ็ค หม่า แล้วรู้สึกเหมือนกำลังส่องกระจกมองดูตัวเองในวันแรกที่ยืนบนลังผลไม้ มันคือสายตาของ “สัตว์ป่า” ที่มีความกระหายในการเปลี่ยนแปลงโลก มีทักษะในการโน้มน้าวใจคน และมีความบ้าบิ่นพอที่จะฝ่าฟันทุกอุปสรรค ซึ่งเงิน 20 ล้านดอลลาร์ในวันนั้น คือการเดิมพันกับตัวบุคคลอย่างแท้จริง
และการเดิมพันครั้งนั้นก็กลายเป็นดีลการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนสูงที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
เวลาผ่านไปกว่า 14 ปี จากบริษัทในห้องอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่เมืองหางโจว Alibaba เติบโตขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ที่ผูกขาดการช้อปปิ้งออนไลน์ของประเทศจีนที่มีประชากรนับพันล้านคน และในเดือนกันยายน ปี 2014 Alibaba ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) เป็นการทำ IPO ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ณ เวลานั้น มูลค่าบริษัทพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้หุ้นที่ SoftBank ถืออยู่มีมูลค่าทะลุ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และในจุดสูงสุดมันเคยมีมูลค่ามากกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตขึ้นกว่า 6,500 เท่าจากเงินก้อนแรกที่ซันควักให้ไป

ดีล Alibaba ไม่ได้แค่สร้างความร่ำรวยให้กับ SoftBank แต่เป็น “กงสีและคลังแสง” สำคัญที่สุดที่ช่วยชุบชีวิตอาณาจักรของซันขึ้นมาจากเถ้าถ่านของวิกฤตดอตคอม เม็ดเงินและมูลค่าหุ้นของ Alibaba กลายเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันชั้นดีที่ทำให้ SoftBank สามารถเดินหน้ากู้เงินและระดมทุนไปทำสงครามล้มยักษ์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการลงทุนขั้นสูงในระดับโลกต่อไปได้ในอนาคต
บทเรียนจากตอนที่ 2 นี้สอนให้เราได้เห็นถึงแก่นแท้ของจิตวิญญาณนักลงทุนสไตล์ SoftBank นั่นคือ การมองข้ามความผันผวนระยะสั้นของตลาด และมุ่งเน้นไปที่การค้นหา “ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์เปลี่ยนโลก” ในวันที่คนทั้งโลกพากันเข็ดขยาดกับอินเทอร์เน็ตหลังจากฟองสบู่แตก ซัน มาซาโยชิ กลับใช้ช่วงเวลานั้นในการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต เพราะเขารู้ดีว่าตัวเทคโนโลยีไม่ได้ล่มสลายไปพร้อมกับราคาหุ้น และฟังก์ชันที่แท้จริงของอินเทอร์เน็ตกำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก
เมื่อหมากกระดานแรกในสมรภูมิอินเทอร์เน็ตระดับโลกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ซัน มาซาโยชิ ก็เริ่มมองหาข้อจำกัดต่อไปที่เขาต้องทำลาย และเขาก็ค้นพบว่า โลกอินเทอร์เน็ตที่อยู่แค่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมันยังไม่เพียงพอ อนาคตที่แท้จริงต้องอยู่ในกระเป๋ากางเกงของทุกคน มันคือยุคของ “Mobile Internet” และนั่นบีบให้เขาต้องยอมเสี่ยงชีวิตเดินเข้าสู่สมรภูมิที่อันตรายที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เพื่อท้าชนกับยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีใครเคยล้มได้มาก่อน…
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน
ในคืนก่อนที่การเจรจาระหว่าง ซัน มาซาโยชิ และ แจ็ค หม่า จะสิ้นสุดลง ทีมงานของทั้งสองฝ่ายได้ร่างข้อตกลงที่ระบุวงเงินลงทุนไว้ที่ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่หลังจากที่แจ็ค หม่า กลับไปนอนคิดทบทวน เขาเกิดความกังวลว่าการรับเงินมากเกินไปในขณะที่บริษัทยังไม่พร้อม อาจทำให้สูญเสียอำนาจการควบคุมและสปิริตดั้งเดิมไป เขาจึงโทรศัพท์หาซันเพื่อขอลดวงเงินเหลือ 20 ล้านดอลลาร์ ซึ่งซันก็ยอมตกลง นับเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ผู้ประกอบการเป็นฝ่ายขอเงินลงทุน “น้อยลง” กว่าที่ราชาเงินทุนเสนอให้
บทความโดย : Morika www.marumura.com
เรื่องแนะนำ :
– มหากาพย์ SoftBank จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 1: เด็กหนุ่มจากลังผลไม้ และการปฏิวัติที่ไม่มีใครเชื่อ
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 8… รุ่งอรุณใหม่ในศตวรรษที่ 21: การกำเนิดของ Mizuho และมรดกที่ไม่มีวันตาย
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 7… ฟองสบู่แตกและทศวรรษที่หายไป บททดสอบที่เจ็บปวดที่สุดของสายเลือด Yasuda
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 6… นกฟีนิกซ์คืนชีพ: การก่อร่างสร้างตัวใหม่ในนาม Fuyo Group
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 5… สงครามโลกและการล่มสลาย เมื่อ “ไซบัตสึ” ถูกพิพากษาจากผู้ชนะสงคราม
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 4… วันที่ฟ้าผ่ากลางใจเมือง โศกนาฏกรรมการลอบสังหาร และการผลัดแผ่นดิน
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
– https://group.softbank/en/about/history
– https://asia.nikkei.com/business/softbank/
– https://finance.yahoo.com/news/japans-softbank-concludes-run-alibabas-093000078.html?
– https://www.mobileworldlive.com/softbank/mobile-powers-softbank-corp-growth/
– SoftBank Group Corp. Chronology of International Investments (https://group.softbank/en/about/history)
– Harvard Business Review: The 6-Minute Deal — How SoftBank Spotted Alibaba (https://hbr.org)
– Stanford FSI: Masayoshi Son and the Yahoo! Japan Venture (https://spice.fsi.stanford.edu)
– Bloomberg Business: The Anatomy of the Dot-Com Crash and SoftBank’s Resilience (https://www.bloomberg.com)
– Nikkei Asian Review: Inside the historic meeting between Masayoshi Son and Jack Ma (https://asia.nikkei.com)
มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 2: หมากกระดานแรกบนเวทีโลก… การก้าวสู่มหาอำนาจอินเทอร์เน็ต และการเดิมพันประวัติศาสตร์ใน Alibaba #Softbank Group
Tags :
- Alibaba
- Nihon SoftBank
- SoftBank
- SoftBank Group


