SET ปิดเช้าบวก 7 จุด DELTA-ธีม Data Center หนุน บ่ายลุ้นไปต่อ

10 หุ้นดันดัชนีเช้านี้
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (25 ก.ย.69) ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,609.18 จุด เพิ่มขึ้น 6.60 จุด หรือ 0.42% ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 36,834 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (25 ก.ย.69) ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,609.18 จุด เพิ่มขึ้น 6.60 จุด หรือ 0.42% ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 36,834 ล้านบาท โดยระหว่างการซื้อขายดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,613.45 จุด และต่ำสุดที่ 1,603.46 จุด
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวได้ดีกว่าตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาค โดยได้รับแรงหนุนจาก บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีม Data Center เช่น บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON และ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL
แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอยู่ในระดับสูงและกดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แต่ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยยังมีจำกัด เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศในระดับสูง ประกอบกับวัฏจักรดอกเบี้ยในประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าสหรัฐ จึงไม่ได้ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจปรับขึ้นในระดับเดียวกัน
นอกจากนี้ โครงสร้างตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานค่อนข้างสูง โดยคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของกำไรบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด จึงช่วยให้ตลาดหุ้นไทยมีคุณสมบัติเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สามารถรับมือกับแรงกดดันจากเงินเฟ้อ หรือ Inflation Hedge ได้ในระดับหนึ่ง ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง ราคาพลังงาน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน การเดินทางโรดโชว์ของนายกรัฐมนตรีไทยในตลาดการเงินสำคัญทั้ง นิวยอร์ก ลอนดอน และโตเกียว มีส่วนช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ หลังตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนต่างประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติยังมองไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ไต้หวัน และมาเลเซีย โดยเฉพาะการลงทุนในศูนย์ข้อมูลและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนหุ้นในธีม Data Center
สำหรับแนวโน้มช่วงบ่าย คาดว่าดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวในแดนบวกต่อ โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,600-1,620 จุด ขณะที่ภาพรวมช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมยังมีโอกาสผันผวน ซึ่งอาจเป็นจังหวะทยอยเข้าซื้อ โดยประเมินกรอบใหญ่ของดัชนีไว้ที่ 1,580-1,650 จุด
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก

Back to top button