“กัณฑรา” ชี้ฟันด์โฟลว์ยังอยู่ แนะ Selective Buy


นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ยังได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากกระแสเงินทุนต่างชาติ หรือ Fund Flow โดยการที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้เกือบ 2,000 ล้านบาท ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยยืนยันว่าเม็ดเงินต่างชาติยังไม่ได้ไหลออกจากตลาดไทย

แม้ระหว่างวันดัชนีจะมีแรงขายจากนักลงทุนรายย่อยกดดัน แต่การที่ต่างชาติยังกลับเข้าซื้อช่วยเพิ่มความมั่นใจว่า SET Index ยังมีโอกาสเดินหน้าต่อได้ อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดในระยะสั้นยังมีลักษณะแกว่งตัว Sideways เนื่องจากนักลงทุนยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

สำหรับแรงซื้อผ่านบัญชี NVDR ที่เข้ามาโดดเด่นในหุ้น บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS นายกัณฑรามองว่า สะท้อนความสนใจของนักลงทุนที่กลับเข้ามาหาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล หลังราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ FSS ให้ราคาเป้าหมาย BDMS ที่ 28.75 บาท โดยมองว่าโมเมนตัมกำไรไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นยังมี Upside เปิดกว้าง จึงกลับมาเป็นหุ้นที่น่าสนใจและได้รับคำแนะนำ “ซื้อ” ขณะที่หุ้นโรงพยาบาลอื่นอย่าง BH ยังเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นประจำเดือน ก.ย.ของ FSS เช่นกัน

ส่วนภาพรวมตลาดจนถึงการประชุมเฟดช่วงกลางเดือน ก.ย. นายกัณฑรามองว่า SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ เนื่องจากตลาดยังให้น้ำหนักต่อโอกาสปรับขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ยในลักษณะใกล้เคียงกัน ทำให้นักลงทุนยังไม่กล้าเลือกทิศทางอย่างชัดเจน

ดังนั้น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะมีความสำคัญต่อทิศทางตลาด เนื่องจากหากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาไม่ร้อนแรงจนเกินไป อาจช่วยลดแรงกดดันต่อเฟดในการขึ้นดอกเบี้ย และเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนในช่วงนี้ แนะนำ Selective Buy เน้นหุ้นที่ราคาปรับลงจากปัจจัยข่าวเฉพาะหน้า แต่ปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลง โดยยกตัวอย่าง บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งราคาหุ้นได้รับแรงกดดันจากประเด็น Data Center แต่ในมุมมองของ FSS ปัจจัยดังกล่าวยังไม่ได้กระทบต่อพื้นฐานธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ จึงมองว่าเป็นจังหวะทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงถึงบริเวณแนวรับ

เช่นเดียวกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ซึ่งราคาหุ้นอาจถูกกดดันจากความกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 และประเด็นเกี่ยวกับ Data Center แต่ประเมินว่าส่วนใหญ่เป็นผลกระทบต่อ Sentiment และราคาหุ้น มากกว่าปัจจัยพื้นฐานระยะยาว

ด้านกลุ่มธนาคาร นายกัณฑรายังมีมุมมองเชิงบวก โดยมองว่า ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ยังเป็นหุ้นที่น่าจับตา และมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดีต่อเนื่อง

ส่วนกลุ่มค้าปลีก ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐในระยะถัดไป หากมีมาตรการลักษณะ “60:40” หรือโครงการกระตุ้นกำลังซื้อรอบใหม่ในไตรมาส 4/2569 จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อยอดใช้จ่ายและผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มดังกล่าว

สำหรับเป้าหมายดัชนี SET Index ที่ 1,710 จุด นายกัณฑราชี้ว่า เป็นเป้าหมายสำหรับปี 2570 ขณะที่ในระยะใกล้ หากดัชนีปรับขึ้นเหนือบริเวณ 1,600 จุด ยังจำเป็นต้องมีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะความชัดเจนจากเฟดเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน หากตลาดวันนี้รีบาวด์แรงประมาณ 15-16 จุด หรือราว 1% นักลงทุนระยะสั้นอาจพิจารณาขายทำกำไรบางส่วน เนื่องจากมีโอกาสเกิดแรงขายหลังดัชนีปรับขึ้น ขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ยังต้องการรอความชัดเจนจากการประชุมเฟดในช่วงกลางเดือน ก.ย.ก่อนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนอีกครั้ง