SCGD สุขภัณฑ์อัจฉริยะ

ประกาศงบไตรมาส 2/2569 ออกมาสักพักแล้ว สำหรับบริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ซึ่งนอกจากกำไรไม่โตแล้ว ยังเป็น Negative Surprise ที่ทำให้นักลงทุนเกิดอาการเซ็งเป็ดไปตาม ๆ กัน เนื่องจากพลิกไปขาดทุนสุทธิ 282 ล้านบาท ลดลง 227% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 222 ล้านบาท ส่งผลให้งวดครึ่งแรกของปี 2569 มีตัวเลขขาดทุนอยู่ที่ 35 ล้านบาท ลดลง 108% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 439 ล้านบาท
แม้จะเป็นรายการทางบัญชี ซึ่งเกิดจากปรับโครงสร้างธุรกิจ (Plant Consolidation) เพื่อลดต้นทุนระยะยาว ทำให้ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างรวม 690 ล้านบาทก็เถอะ…
จะบอกว่าเป็นการยอมเจ็บในวันนี้…เพื่อซื้ออนาคตในวันข้างหน้าว่างั้น..!?
ขณะที่หนึ่งในโครงการซื้ออนาคตของ SCGD เห็นจะเป็นการส่งบริษัทลูกที่ชื่อ บริษัท สยาม ซานิทารีแวร์ จำกัด (SSW) ลงนามสัญญาร่วมทุนกับ Axent Switzerland AG (Axent) เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในการดำเนินธุรกิจผลิต และประกอบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ด้วยทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท แบ่งเป็น SSW ถือหุ้นสัดส่วน 51% และ Axent ถือหุ้น 49% คาดจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือน เม.ย. 2570
โอเค…ส่วนหนึ่งก็ตามเทรนด์โลกแหละ…นึกอะไรไม่ออกก็ AI ไว้ก่อน
แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น เป็นการผนึกกำลังกันของสองยักษ์ใหญ่ด้านผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์ของจีนและไทย..!!
โดย Axent เป็นบริษัทในเครือ Xiamen Axent Corporation ผู้ผลิตชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ 5 อันดับแรกของจีน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและมีทรัพย์สินทางปัญญาในสินค้าสุขภัณฑ์อัจริยะ ขณะที่ SSW เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ในห้องน้ำ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ COTTO มีกำลังการผลิตสุขภัณฑ์อยู่ที่ 2.3 ล้านชิ้นต่อปี
การร่วมมือครั้งนี้ จึงถือเป็นการใช้จุดเด่นของแต่ละฝ่ายมาเสริมจุดโตของกันและกัน…
โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตชิ้นส่วนและสุขภัณฑ์อัจฉริยะของ Axent ผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและเครือข่ายจัดจำหน่ายของ SSW ในประเทศไทย ลาว เมียนมา และกัมพูชา เพื่อผลิตและประกอบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart toilet) และสุขภัณฑ์ไร้ถังพักน้ำ (tankless toilet) ภายใต้กำลังการผลิต 96,000 ชิ้นต่อปี โดยคาดจะใช้เงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 80 ล้านบาท
แหม๊…พอพูดถึงสุขภัณฑ์อัจฉริยะ หรือส้วมอัจฉริยะ…ทำให้อดนึกถึงพัฒนาการของส้วมในบ้านเราไม่ได้ งั้นย้อนไปดูส้วมแบบไทย ๆ กันหน่อยดีกว่า…
เริ่มจากยุคแรก ๆ จะเป็นส้วมซึมคอห่านใช้น้ำราด ซึ่งถือเป็นยุคบุกเบิกระบบสุขาภิบาลไทย ช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคอหิวาตกโรคและพยาธิของคนไทยในสมัยนั้น
กระทั่งช่วงปี 2520 เป็นต้นมา เมื่อเศรษฐกิจเติบโตและวิถีชีวิตแบบคนเมืองแพร่หลาย ส้วมแบบนั่งยองเริ่มถูกแทนที่ด้วย “ส้วมชักโครก” (Flush Toilet) เพื่อตอบโจทย์ความสบายของสรีระและการแต่งบ้านสมัยใหม่ และกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของบ้านจัดสรร โรงแรม และอาคารสำนักงาน
ขณะที่ปัจจุบัน ส้วมไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ปลดทุกข์ แต่กลายเป็นพื้นที่แห่งการผ่อนคลายด้วยเทคโนโลยีไร้สัมผัส (Touchless) และระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ โดยโถสุขภัณฑ์ดีไซน์สไตล์โมเดิร์น ฝังระบบอิเล็กทรอนิกส์และเซนเซอร์รอบตัว ด้านฝาเปิด-ปิดอัตโนมัติ เมื่อมีคนเดินเข้าใกล้ ฝารองนั่งจะอุ่นสบาย และน้ำฉีดชำระปรับอุณหภูมิได้
ส่วนก้านฉีดอัจฉริยะ สามารถปรับทิศทาง แรงดันน้ำ และมีลมเป่าแห้งในตัว มีการคำนวณปริมาณน้ำตามการใช้งานจริง (ฟลัชหนัก/ฟลัชเบา) พร้อมระบบกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV
สถานที่ที่เริ่มเห็นส้วมอัจฉริยะหรือสุขภัณฑ์อัตโนมัติ เช่น บ้านและคอนโดมิเนียมยุคใหม่ โรงแรมชั้นนำ ห้างสรรพสินค้า และสนามบินนานาชาติ
ที่น่าจับตา เมื่อเป็นสุขภัณฑ์อัจริยะ มี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นหมายถึงสามารถอัพราคาได้สูงขึ้น สิ่งที่ตามมามาร์จิ้นก็จะสูงตามไปด้วย โอกาสที่จะเห็นกำไรของ SCGD เติบโตก็มีมากขึ้น…
อุ๊ย..ไม่แน่การหันมาขายส้วมอัจฉริยะอาจเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้ SCGD กลับมาโตระเบิดระเบ้อก็ได้…ใครจะไปรู้
…อิ อิ อิ…