SC ปรับเกมบ้านอัลตร้าลักชัวรี ปั้น One of a Kind สร้างเหตุผลใหม่เร่งตัดสินใจซื้อ

SC ประเมินตลาดบ้านหรูไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่การแข่งขันแย่งกำลังซื้อเข้มข้นขึ้น เหตุผู้บริโภคมีทางเลือกมาก ทำให้ไม่รีบตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้ต้องปรับเกมด้วยการเพิ่มออปชัน พร้อมยกระดับตลาดอัลตร้าลักชัวรีสู่โมเดล One of a Kind ผ่าน 3 แบรนด์ในกลุ่ม Master of Luxury ที่ไม่ทำซ้ำในทำเลอื่น พร้อมปั้น LINTON ดูแลส่วนกลาง พร้อม จับมือ Boundary เปิดประสบการณ์ Luxury Living ผ่าน “The Longevity Residence” บ้าน 180 ล้านบาท หลังเดียวในโครงการ

นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการสายงานการตลาดและนวัตกรรม และฝ่ายพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์แนวราบ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า ภาพตลาดบ้านในปัจจุบันไม่ได้เป็นตลาดที่ขยายตัวขึ้นอย่างชัดเจน แต่เป็นตลาดที่ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกันเพื่อชิงกำลังซื้อที่มีอยู่ เนื่องจากผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น และสามารถเลื่อนการซื้อบ้านออกไปได้

โจทย์ของ SC จึงไม่ใช่เพียงการทำบ้านให้มีคุณภาพ แต่ต้องทำให้เกิด “เหตุผลใหม่” ที่กระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาสนใจและตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะซื้อในทันที

กลยุทธ์สำคัญคือการเพิ่มทางเลือก ทั้งแบบบ้าน ขนาด ฟังก์ชัน และออปชันภายในบ้าน รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีสินค้าใหม่เข้ามาตอบโจทย์อยู่เสมอ และเพิ่มโอกาสในการพบ “บ้านที่ใช่” สำหรับแต่ละคน

“ลูกค้าปัจจุบันเปลี่ยนเร็ว ความชอบของแต่ละคนแตกต่างกัน การเสนอทางเลือกให้มากขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ” นายณัฏฐกิตติ์กล่าว

3 แบรนด์ Master of Luxury วางเกม One of a Kind

กลยุทธ์ดังกล่าวชัดเจนขึ้นในกลุ่ม SC Master of Luxury ซึ่งประกอบด้วย 3 แบรนด์ ได้แก่ 95E1 (ไนน์ตี้ไฟว์ อีสต์วัน), Connoisseur (คอนนาเซอร์) และ SONLE RESIDENCES (ซันเล เรสซิเดนเซส) โดยแต่ละแบรนด์จะมีเพียงโครงการเดียว ไม่มีการนำชื่อแบรนด์เดิมไปเปิดโครงการที่ 2 หรือ 3 ในทำเลอื่น ทำให้แบรนด์ถูกผูกเข้ากับตัวโครงการ ทำเล และประสบการณ์ของโครงการนั้นโดยเฉพาะ

แนวคิดนี้ช่วยสร้างความรู้สึก “หายาก” ให้กับสินค้า ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าลักชัวรีที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องราคาและขนาดบ้าน แต่ให้คุณค่ากับความเป็นส่วนตัว ความแตกต่าง และสินค้าที่ไม่สามารถพบได้ทั่วไป

ขณะเดียวกัน จำนวนยูนิตของโครงการในกลุ่มนี้จะไม่มาก เนื่องจาก SC ต้องการรักษาความเป็นส่วนตัวและความเฉพาะตัวของโครงการ มากกว่าการมุ่งพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เพื่อสร้างปริมาณ

LINTON บริการเฉพาะอัลตร้าลักชัวรี

นอกจากการสร้างความแตกต่างของตัวสินค้า SC ยังแยกโมเดลการบริหารจัดการสำหรับกลุ่ม Master of Luxury โดยให้ LINTON เข้ามาดูแลการบริหารจัดการนิติบุคคลบ้านจัดสรรโดยเฉพาะ ขณะที่โครงการทั่วไปของ SC จะยังคงใช้ SC ABLE

“การมีทีมเฉพาะสำหรับตลาดลักชัวรีทำให้การดูแลสามารถลงรายละเอียดด้านไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้มากขึ้น ทั้ง คอนเซียร์จ และบริการอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงการรองรับกิจกรรมหรือความต้องการเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นมากกว่าการบริหารจัดการและดูแลพื้นที่ส่วนกลาง แต่ขยายไปสู่การสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มลักชัวรี”

95E1 x Boundary เปลี่ยนพื้นที่บ้านเป็น Wellness

หนึ่งในตัวอย่างของการพัฒนาสินค้าแบบเฉพาะตัวคือ 95E1 x Boundary “The Longevity Residence” บ้านที่ SC ร่วมกับ Boundary พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด The Longevity Residence โดยมีเพียง 1 หลัง จากทั้งหมด 10 หลัง ในโครงการ 95E1 (ไนน์ตี้ไฟว์ อีสต์วัน) บ้านเดี่ยว 3 ชั้น พร้อมลิฟต์ส่วนตัว และสระว่ายน้ำ

พื้นที่ใช้สอย 846 ตร.ม. 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ และหัวใจสำคัญอยู่ที่การออกแบบพื้นที่ชั้น 2 ให้เป็น เวลเนสส่วนตัว (Private Wellness Club) เชื่อมโยงกับฟิตเนส , ห้องสปา , ซาวน่า และ พื้นที่เพื่อการพักผ่อน ไว้ภายในบ้านหลังเดียว

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า เมื่อบ้านมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ขณะที่จำนวนผู้อยู่อาศัยจริงอาจมีเพียง 2-4 คน SC จึงมองว่าพื้นที่ที่เหลือสามารถนำมาออกแบบให้ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตได้มากกว่าการเพิ่มห้องหรือพื้นที่ใช้สอยแบบเดิม

แนวคิด Longevity จึงถูกนำมาเป็นแกนในการออกแบบ โดยมองว่า “บ้าน” เป็นพื้นที่ที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด หากสามารถทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้ภายในบ้านและกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน

Longevity Wellness เพียงหลังเดียว

จุดที่ SC ต้องการสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนคือ การออกแบบบ้านในรูปแบบ Longevity Wellness เป็นเพียงหลังเดียวในโครงการ ไม่ได้ทำเป็นฟังก์ชันมาตรฐานที่มีอยู่ในบ้านทุกหลัง

แนวทางนี้ทำให้บ้านทำหน้าที่เสมือน Masterpiece ของโครงการ โดยนำทั้ง Wellness Technology งานสถาปัตยกรรม วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และ Design Icon มาประกอบเป็นประสบการณ์เดียวกัน และทำให้สินค้ามีความเฉพาะตัวมากขึ้น

โดยนายภานรินทร์ มนุญากร ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร Boundary กล่าวว่า โจทย์สำคัญคือการนำประสบการณ์ Wellness ระดับ International Luxury Hospitality ที่ปกติลูกค้าต้องเดินทางไปใช้บริการในโรงแรมหรือเวลเนส เซ็นเตอร์ เข้ามาอยู่ภายในบ้าน เพื่อให้สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

หนึ่งในไฮไลต์คือการนำ Effe Wellness System จากอิตาลี ซึ่งเชี่ยวชาญด้าน ซาวน่า และ สตรีม มาใช้ รวมถึงอุปกรณ์ออกกำลังกาย NOHrD จากเยอรมนี โดยออกแบบให้กลมกลืนกับงานตกแต่งภายใน

จาก Longevity of Life สู่ Longevity of Design

อีกมิติของโครงการคือการนำแนวคิด Longevity of Design มาใช้กับการตกแต่ง โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์และ Design Icon ที่มีทั้ง Craftsmanship, Heritage และ Story เพื่อให้การออกแบบสามารถอยู่เหนือกระแสและไม่หมดคุณค่าไปตามเวลา

ขณะที่ พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี หรือ “หมอเพื่อน” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและเวชศาสตร์ชะลอวัย กล่าวว่า Longevity ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุยืน หรือ Lifespan ที่ยาวขึ้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับ Healthspan หรือการมีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิตด้วย

แนวคิดดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การเคลื่อนไหว อาหาร การนอน Recovery การจัดการความเครียด สุขภาวะทางใจ และ Preventive Healthcare โดยสภาพแวดล้อมที่ดีควรช่วยให้กิจวัตรเล็กๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

สร้างความต่าง เพื่อเปลี่ยนความสนใจเป็นการซื้อ

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวในช่วงท้ายว่า ทิศทางของ SC จึงสะท้อนการปรับกลยุทธ์จากการ “ขายบ้าน” ไปสู่การสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า บ้านแต่ละหลังมีเหตุผลเฉพาะในการเลือกซื้อ ตั้งแต่การเพิ่มทางเลือกในตลาดแมส ไปจนถึงการสร้างความหายากในตลาดลักชัวรี

สำหรับ SC Master of Luxury ความเป็น One of a Kind ถูกวางตั้งแต่ระดับแบรนด์ ขณะที่ LINTON เข้ามาเติมบริการที่มีความเฉพาะตัว และ The Longevity Residence เป็นจุดขายที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโครงการ

“ทั้งหมดจึงเป็นอีกวิธีในการรับมือกับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้ขาดทางเลือก แต่ขาด “เหตุผลที่จะตัดสินใจตอนนี้” โดย SC เลือกสร้างความแตกต่างให้มากพอที่จะทำให้บ้านแต่ละหลังไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องราคา พื้นที่ หรือโปรโมชั่น แต่แข่งกันที่ว่าบ้านหลังนี้ให้อะไรที่หลังอื่นให้ไม่ได้”

ทั้งนี้ 95E1 เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 10 ยูนิต บนทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณซอยโยธินพัฒนา ระดับราคาเริ่มต้นที่ 100 ล้านบาท โดยที่จะมี 95E1 x Boundary “The Longevity Residence” เพียงยูนิตเดียวในโครงการราคาพร้อมตกแต่ง 180 ล้านบาท