Sati App มีสติ แอปรับฟังปัญหาสุขภาพจิตฟรี พื้นที่ปลอดภัย
มีสติ คือแนวคิดที่ อมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ ใช้ตั้งชื่อ Sati App แอปพลิเคชันที่เปิดตัวในเดือนเมษายน 2564 ช่วงที่สังคมไทยตึงเครียดจากวิกฤตโควิด-19 แอปนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพจิต และใช้ได้ฟรี ไม่จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า ผู้ที่เครียดและต้องการคนรับฟังก็เข้ามาใช้ได้
อมรเทพเริ่มมีภาวะซึมเศร้าในปี ค.ศ. 2015 และเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์ ปริมาณยาเพิ่มจากไม่กี่เม็ดเป็น 16 เม็ดต่อวัน และเขายังผ่านการบำบัดด้วยไฟฟ้า ขณะอยู่โรงพยาบาลเขารู้สึกปลอดภัยเพราะบุคลากรรู้วิธีพูดคุย แต่เมื่อกลับสู่ชีวิตปกติ เขาต้องเจอประโยคซ้ำๆ จากคนรอบข้าง เช่น “คิดบวกไว้สิ” หรือ “มีคนที่แย่กว่าอีกเยอะ” ซึ่งทำให้เขารู้สึกไร้ค่าและเป็นภาระมากขึ้น
เขาผ่านช่วงวิกฤตของชีวิตมาถึงสองครั้ง ครั้งหนึ่งหลังจากโทรไปศูนย์สายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตายแต่ไม่มีใครรับสาย สิ่งที่เขาพบคือหลังเหตุการณ์เหล่านั้นแทบไม่มีใครถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับใจเขา มีแต่คำตำหนิ เขาจึงออกจากโรงพยาบาลพร้อมคำถามว่า ทำไมสังคมไทยยังไม่คุยเรื่องสุขภาพจิตอย่างจริงจัง
ฐานล่างของพีระมิดที่ยังขาด
อมรเทพเปรียบการดูแลสุขภาพจิตเป็นพีระมิด ยอดบนคือจิตแพทย์และการรักษาในโรงพยาบาล ถัดลงมาคือนักจิตวิทยา ส่วนฐานล่างสุดควรเป็นผู้รับฟังที่เข้าใจ (Peer Support) ซึ่งสังคมไทยยังขาดอยู่
เขาชี้ตัวเลขว่าไทยมีจิตแพทย์ราว 1 คนต่อประชากร 250,000 คน และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นราว 1 คนต่อเยาวชน 10,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองใหญ่ ผู้ที่อยู่นอกเมืองจึงเข้าถึงการรักษาได้ยาก ขณะที่ค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนสูง และโรงพยาบาลรัฐต้องเสียเวลารอทั้งวัน เขาเล่าว่าเคยรอเจ็ดชั่วโมงเพื่อพบแพทย์ไม่นาน
เขาเริ่มจากเพจ “คุยกัน” เพื่อชวนคนพูดเรื่องสุขภาพจิต แต่เห็นว่ายังไม่พอ จึงพัฒนาเป็น Sati App เพื่อแก้สองปัญหา คือค่าใช้จ่ายที่สูงและการขาดผู้ฟัง
ระบบทำงานอย่างไร

ผู้ใช้สร้างโปรไฟล์ในแอปและใช้ชื่อสมมติได้หากไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน จากนั้นระบบจับคู่กับผู้ฟังอาสาสมัคร (Listener) หากผู้สมัครเป็นจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาอยู่แล้ว ต้องส่งหลักฐาน แต่หากไม่มีประสบการณ์ต้องผ่านการอบรมและทำแบบทดสอบ 20 ข้อ เพื่อให้มีความรู้และเข้าใจจิตใจผู้อื่น
หลักการทำงานของทีมมี 3 ข้อ คือ Care ใส่ใจ Connect ช่วยเหลือด้วยความเข้าใจ และ Communicate สื่อสารและรับฟังอย่างเข้าใจ
แผนต่อไปคือจับคู่ผู้ใช้กับผู้ฟังในภูมิภาคเดียวกันเพื่อให้เข้าใจวัฒนธรรมและภาษาถิ่นตรงกัน เพิ่มการจับคู่ตามเพศ และรองรับผู้ใช้ที่ต้องการสื่อสารสองภาษา รวมถึงคนต่างชาติที่ทำงานในไทย
ให้ความรู้ควบคู่การรับฟัง
แอปยังทำหน้าที่สร้างความเข้าใจแก่คนทั่วไปว่าปัญหาสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องความคิดอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับชีววิทยา เช่น การส่งสัญญาณของสารเคมีในสมอง รวมถึงสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจ อมรเทพยกตัวอย่างว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มประสบปัญหาสุขภาพจิตมากกว่า แต่ผู้ชายเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมากกว่า
เขาทำงานร่วมกับมูลนิธิสติ (SATI Foundation) ลงพื้นที่อบรมการปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้นให้ชุมชน เพื่อให้คนรอบข้างรู้วิธีช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญภาวะนี้
โมเดลธุรกิจเพื่อสังคม
อมรเทพจดทะเบียนสองรูปแบบ Sati App เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ให้บริการฟรี 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกิจการเพื่อสังคมมีสองส่วน ได้แก่ แพลตฟอร์ม E-learning อบรมการปฐมพยาบาลทางใจที่ชำระเงินเพื่อรับใบประกาศนียบัตรได้ และบริการให้คนเข้าถึงจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา รายได้ส่งกลับไปพัฒนาแอป
พันธมิตรของเขาได้แก่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่สนับสนุนงบประมาณและคำปรึกษา สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา… ไม่ใช่ครับ ตามต้นทางคือ จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ซึ่งเป็นศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติ และไมโครซอฟท์ผ่านโครงการ AI for Good นอกจากนี้ เขายังได้รับเลือกเป็น 1 ใน 50 วิทยากรของ World Economic Forum Annual Meeting 2020 ที่เมืองดาโวส
ตัวเลขและแผนในอนาคต
ณ เดือนพฤศจิกายน 2564 แอปมีผู้ใช้เกือบ 5,000 ราย และผู้ฟังอาสาสมัครเกือบ 300 คน แผนถัดไปคือเปิดตัวในสาธารณรัฐเช็กร่วมกับรัฐบาลที่นั่น และขยายไปทั่วยุโรป พร้อมพัฒนาระบบ AI ที่ช่วยจัดลำดับความเร่งด่วนของผู้ใช้ ส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเข้าสู่กระบวนการรักษา และช่วยดูแลอาสาสมัครหากถูกผู้ใช้พูดจารุนแรงใส่
อมรเทพมองว่าโควิด-19 เป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้คนตระหนักเรื่องนี้มากขึ้น และแม้สังคมจะยังเข้าใจไม่มาก แต่ความต้องการที่จะเข้าใจเพิ่มขึ้นกว่าเดิม