Samsung Health อัปเดตโค้ชนอน เริ่มใช้ข้อมูลเพียง 3 วัน
24 ตุลาคม 202624 ตุลาคม 2026
ซัมซุงอัปเดตแอป Samsung Health ให้เริ่มใช้ Sleep Coaching หรือโค้ชการนอนหลับได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อมูลการนอนเพียง 3 วัน พร้อมปรับคำแนะนำให้เหมาะกับผู้ใช้ในแต่ละสัปดาห์ ส่วน Running Coach เพิ่มระดับการฝึกเป็น 12 ระดับ และรองรับการนำเส้นทางจาก Strava มาใช้งาน โดยจะทยอยเปิดให้ใช้ผ่านการอัปเดตแอปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
Sleep Coaching เริ่มจากข้อมูล 3 วัน พร้อมโปรแกรม 4–8 สัปดาห์
Sleep Coaching ใช้ข้อมูลการนอน 3 วันในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อเริ่มโปรแกรม จากเดิมที่ต้องสะสมข้อมูล 7 วันในช่วงหนึ่งเดือน แล้วนำเป้าหมายร่วมกับข้อมูลการนอนของแต่ละคนมาสร้างกิจวัตรที่ทำได้ในแต่ละวัน
ระหว่างตั้งค่า ผู้ใช้จะตอบแบบสอบถามเรื่องความสม่ำเสมอของการนอน การตื่นหรือถูกรบกวนระหว่างนอน การบริโภคแอลกอฮอล์และคาเฟอีน รวมถึงความพึงพอใจต่อการนอน จากนั้นแอปจะใช้คำตอบร่วมกับข้อมูลการนอน 3 วัน เพื่อกำหนดสัญลักษณ์ Sleep Animal และสร้างโปรแกรมระยะเวลา 4–8 สัปดาห์ตามเป้าหมายของแต่ละคน
คำแนะนำจะปรับในแต่ละสัปดาห์ตามรูปแบบการนอนที่เปลี่ยนไป พร้อมติดตามความพึงพอใจต่อการนอนรายวันและการเปลี่ยนแปลงด้านไลฟ์สไตล์ เพื่อให้กิจวัตรในโปรแกรมสอดคล้องกับผู้ใช้มากขึ้น
โปรแกรมนำหลักวิทยาศาสตร์การนอนมาใช้กับเช็กลิสต์พฤติกรรมประจำวันและคำแนะนำที่ปรับตามความคืบหน้า ตัวอย่างกิจวัตรในโปรแกรม ได้แก่ การหลีกเลี่ยงหน้าจอ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน งดคาเฟอีนช่วงดึก และยืดเหยียดร่างกายกลางแจ้งหลังตื่นนอน
Sleep Balance รวมข้อมูล 5 ด้าน พร้อม Daily Insight และรายงานสรุป
รายงานวิเคราะห์การนอนเพิ่มกราฟ Sleep Balance ทรงห้าเหลี่ยม เพื่อแสดงภาพรวมจากข้อมูลที่บันทึกหรือป้อนผ่าน Sleep Coaching โดยรวบรวมตัวชี้วัดสำคัญ 5 ด้าน
- ระยะเวลาการนอน (Sleep Time)
- ความสม่ำเสมอของการนอน (Sleep Regularity)
- ช่วงเวลาที่ตื่นระหว่างดึก (Awake Time during the Night)
- ความพึงพอใจต่อการนอน (Sleep Satisfaction)
- คะแนนพลังงาน (Energy Score)
การดู Energy Score ต้องเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพจาก Galaxy Watch หรือ Galaxy Ring กับแอป Samsung Health โดยผลลัพธ์มีไว้สำหรับอ้างอิงส่วนบุคคล และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ทางการแพทย์
ในช่วงเช้า ข้อความ Daily Insight จะทบทวนข้อมูลการนอนจากคืนที่ผ่านมาและให้คำแนะนำ พร้อมเชื่อมโยงกับรายงานประจำสัปดาห์และรายงานสรุปเมื่อจบโปรแกรม เพื่อให้เห็นทั้งแนวโน้มการนอนและความเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับกิจวัตรในแต่ละวัน
Running Coach เพิ่มเป็น 12 ระดับ พร้อมนำเข้า Strava Routes

Running Coach ขยายการฝึกจาก 10 เป็น 12 ระดับ โดยระดับที่เพิ่มเข้ามารองรับนักวิ่งระดับกลางและระดับสูง ผู้ใช้ยังได้รับแผนฝึกส่วนบุคคลจากการประเมินด้วยการทดสอบวิ่ง 12 นาที หรือใช้ข้อมูลการวิ่งเดิม เพื่อกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายขึ้นและพัฒนาฟอร์มการวิ่งต่อเนื่อง
การแชร์ผลออกกำลังกายลงโซเชียลมีเดียทำได้ผ่านเทมเพลตพร้อมแชร์ ซึ่งออกแบบให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม สามารถส่งออกทั้งเป้าหมายที่ทำสำเร็จ สถิติส่วนตัว และไฮไลต์เส้นทางวิ่งไปยังคอมมิวนิตี้ฟิตเนส
ความร่วมมือกับ Strava ยังช่วยให้ผู้ใช้ดึงเส้นทางโปรดสำหรับการวิ่ง วิ่งเทรล และปั่นจักรยานจาก Strava เข้ามาใช้งานบน Samsung Health ได้โดยตรง เพิ่มทางเลือกในการใช้เส้นทางข้ามแพลตฟอร์ม
อุปกรณ์ที่รองรับและช่วงทยอยเปิดใช้งาน
ฟีเจอร์ที่อัปเกรดจะเริ่มทยอยเปิดให้ใช้ผ่าน Samsung Health ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 โดยบางรายการอาจต้องรอการอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคต ความพร้อมและกำหนดเวลาอาจต่างกันตามตลาด รุ่นอุปกรณ์ และเงื่อนไขอื่น ๆ ส่วนข้อกำหนดของโค้ชการนอนและโค้ชวิ่งมีความแตกต่างกันดังนี้
- Sleep Coaching: ใช้ Samsung Health เวอร์ชัน 6.24 ขึ้นไป เชื่อมต่อสมาร์ตโฟน Samsung Galaxy ที่ใช้ Android 11 ขึ้นไป และมีข้อมูลการนอนอย่างน้อย 3 วันภายในช่วง 7–14 วัน รองรับ Galaxy Watch4 Series และรุ่นใหม่กว่า, Galaxy Fit3 และรุ่นใหม่กว่า รวมถึง Galaxy Ring
- Running Coach: ใช้โทรศัพท์ Android 10 ขึ้นไป พร้อม Samsung Health เวอร์ชัน 6.30.2 ขึ้นไป และต้องเข้าสู่ระบบด้วย Samsung account โดยใช้งานได้เฉพาะ Galaxy Watch8 Series หรือ Galaxy Watch ที่วางจำหน่ายหลังซีรีส์นี้เท่านั้น
Strava ให้บริการทั่วโลก ยกเว้นเบลารุส จีน คิวบา อิหร่าน เกาหลีเหนือ ซีเรีย รัสเซีย บางพื้นที่ของยูเครน และเกาหลีใต้
ฮอน ปัก รองประธานอาวุโสและหัวหน้าทีม Digital Health ธุรกิจ Mobile eXperience ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวถึงแนวทางของระบบโค้ชส่วนบุคคลว่า มุ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลสุขภาพของตนเองและนำไปสนับสนุนสุขภาวะในชีวิตประจำวัน พร้อมเดินหน้าผสาน Galaxy Ecosystem และเทคโนโลยีของซัมซุงเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มสุขภาพที่ผู้ใช้ไว้วางใจ
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok