ดาวโจนส์/S&P 500/Nasdaq บวก ขานรับผลประกอบการแกร่ง : อินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุด สอดคล้องกับดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ที่ดีดตัวขึ้น ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ณ เวลา 20.34 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 187.80 จุด หรือ 0.36% สู่ระดับ 52,395.86 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 [SP500.X] และ Nasdaq [NASDAQ.X] บวก 0.67% และ 1.18% ตามลำดับ
หุ้นของแอมะซอนพุ่งขึ้น 14% หลังบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
แม้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรงตลอดทั้งสัปดาห์ แต่ดัชนีหุ้นหลักยังคงมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้น 0.5% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.4% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 0.6%
นักลงทุนยังคงจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งลงมติให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ กล่าวในวันนี้ว่า พวกเขาสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อกลับมารุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติ 9-3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 29 ก.ค. ตามการคาดการณ์ของตลาด
สมาชิก FOMC จำนวน 9 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ยในวันดังกล่าว ขณะที่ 3 รายลงมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยสนาชิกทั้ง 3 รายได้แก่ นางเบธ แฮมแม็ก ประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์ นายนีล แคชแครี ประธานเฟด สาขามินนิอาโปลิส และนางลอรี โลแกน ประธานเฟด สาขาดัลลัส แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ซึ่งอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเป็นเวลากว่า 5 ปี
ทั้งนี้ เฟดคงอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกัน หลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งติดต่อกันในปี 2568 โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย., ต.ค. และธ.ค.
นางแฮมแม็กกล่าวในวันนี้ว่า “ในมุมมองของดิฉัน ขณะนี้เป็นเวลาที่ FOMC ควรดำเนินการ เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อ PCE กลับสู่เป้าหมายที่ 2% และทำตามพันธกิจของเราในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาให้แก่ประชาชนชาวอเมริกัน ยิ่งเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานเท่าใด การนำเงินเฟ้อกลับลงมาก็จะยิ่งยากและมีต้นทุนสูงขึ้นเท่านั้น”
ด้านนายแคชแครีกล่าวเช่นกันว่า เขาเชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยตั้งแต่ตอนนี้ จะช่วยหลีกเลี่ยงความจำเป็นที่เฟดจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในภายหลัง
“ในมุมมองของผม การปรับนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป จะดีกว่าการรอไปก่อน แล้วสุดท้ายจึงสรุปว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดอย่างมาก” เขากล่าว
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ