ว่าที่ผบ.ทร. เซ็นข้อตกลงจีน รับความช่วยเหลือแบบให้เปล่า จัดหาเรือดำน้ำ S-26T อะไหล่-ซิมูเลเตอร์-ฝึกครบ

‘รมว.กลาโหม’ ถก รมว.กลาโหมจีน กระชับสัมพันธ์ไทย-จีน ลุยเทคโนโลยี ไซเบอร์-AI พร้อมเป็นสักขีพยาน ‘ว่าที่ ผบ.ทร.’ ลงนามจีน รับความช่วยเหลือแบบให้เปล่า หนุนเรือดำน้ำ S-26T ลำแรกไทย อะไหล่-ซิมูเลเตอร์-การฝึกครบ หลังแก้สัญญาเปลี่ยนเครื่องยนต์
เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้หารือทวิภาคีกับ พล.ร.อ.ต่ง จวิน (Dong Jun) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างไทย-จีน รวมถึงโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือในมิติใหม่ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ความมั่นคงทางไซเบอร์ และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่
ภายหลังการหารือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงระหว่างกองทัพเรือ โดย พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ กับผู้แทนสำนักงานความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศ (Office of International Military Cooperation : OIMC) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางทหารแบบให้เปล่า เพื่อสนับสนุนโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย

การเข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมระหว่างการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนครั้งนี้ สะท้อนแนวทางของกระทรวงกลาโหมในการดำเนินความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงอย่างสร้างสรรค์กับมิตรประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถและเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของไทย และมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า การลงนามดังกล่าวนับเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญของโครงการจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T และเป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของความร่วมมือทางทหารระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ ซึ่งต่างให้ความสำคัญและร่วมกันสนับสนุนการดำเนินโครงการ เพื่อให้กองทัพเรือไทยมีเรือดำน้ำที่มีประสิทธิภาพ มีความพร้อมในการปฏิบัติการ และสามารถเข้าประจำการได้ตามเป้าหมาย อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในระยะยาว

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือได้กำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการประสานงานกันของทั้งสองประเทศ การแก้ไขประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อแผนงาน และการรักษาผลประโยชน์ของกองทัพเรือและประเทศชาติเป็นสำคัญ เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและบรรลุผลตามกรอบเวลาที่กำหนด
ภายหลังการลงนาม กองทัพเรือจะได้เดินหน้าติดตามการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดการบริหารโครงการในทุกด้าน ทั้งด้านเทคนิค การก่อสร้าง การทดสอบระบบ การฝึกอบรมกำลังพล และการเตรียมความพร้อมด้านการส่งกำลังบำรุง โดยมีเป้าหมายให้สามารถส่งมอบเรือดำน้ำได้ทันตามกำหนด หรือหากสามารถดำเนินการได้ ให้เร็วกว่ากำหนด ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา มาตรฐานทางเทคนิค และหลักความปลอดภัยอย่างครบถ้วน

กองทัพเรือยืนยันว่าจะบริหารโครงการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เรือดำน้ำแบบ S26T มีประสิทธิภาพและความพร้อมสูงสุดก่อนเข้าประจำการ สามารถเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตย และการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความสำเร็จของโครงการครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ