รมว.ดีอี เปิดงาน RUNWAY TO SLUSH 2026: FINAL PITCHING เฟ้นหา 8 สตาร์ทอัพไทยเป็นตัวแทนประเทศร่วมงาน SLUSH 2026

                     <ol>
  • หน้าหลัก 
  • เศรษฐกิจ-ธุรกิจ 
  • ข่าวธุรกิจการตลาด 
  • รมว.ดีอี เปิดงาน RUNWAY TO SLUSH 2026: FINAL PITCHING เฟ้นหา 8 สตาร์ทอัพไทยเป็นตัวแทนประเทศร่วมงาน SLUSH 2026

    เผยแพร่: 18 ก.ย. 2569 19:19   ปรับปรุง: 18 ก.ย. 2569 19:19   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569, กรุงเทพมหานคร - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เป็นประธานเปิดกิจกรรม RUNWAY TO SLUSH 2026: FINAL PITCHING (Thai Digital Startup Round) เฟ้นหา 8 ดิจิทัลสตาร์ทอัพ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมงาน SLUSH 2026 ระหว่างวันที่ 18–19 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ พร้อมระบุว่า การเข้าร่วมงาน SLUSH ไม่ได้เป็นเพียงการร่วมกิจกรรมนานาชาติ แต่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศ ชี้ดิจิทัลสตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยได้รับโอกาสสัมผัสระบบนิเวศนวัตกรรมระดับสากล และหวังว่าจะนำสิ่งที่ได้รับกลับมาต่อยอดนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อคนไทยต่อไป

    นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรม RUNWAY TO SLUSH 2026: FINAL PITCHING (Thai Digital Startup Round) ที่จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า โดยมี นางสาวกษมา กองสมัคร รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงดิจิทัลสตาร์ทอัพทั้ง 15 ทีมที่ผ่านการพิจารณาเข้มข้นในรอบ Pre-screen เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียง ณ อาคารดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร

     
    สำหรับกิจกรรม RUNWAY TO SLUSH 2026: FINAL PITCHING (Thai Digital Startup Round) เป็นการเฟ้นหาดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทยจำนวน 8 ทีม เพื่อเป็นตัวแทนประเทศร่วมงาน SLUSH 2026 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ภายใต้การดำเนินโครงการส่งเสริมระบบนิเวศดิจิทัลสตาร์ทอัพ ควบคู่กับการส่งเสริมผ่านมาตรการ depa Internationalization Voucher โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้สามารถขยายตลาดสู่ระดับสากล ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการสร้างความร่วมมือและดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ พันธมิตรทางธุรกิจ และเครือข่ายนวัตกรรมจากทั่วโลก

     
    นายไชยชนก กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหาดิจิทัลสตาร์ทอัพ แต่เป็นการหาตัวแทนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมงานสำคัญระดับโลก ซึ่งสิ่งสำคัญที่ภาครัฐต้องให้การสนับสนุนคือ ‘โอกาส’ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายนักลงทุนและตลาดใหม่ โอกาสที่สตาร์ทอัพไทยจะได้เรียนรู้จากระบบนิเวศดิจิทัลระดับสากล รวมไปถึงโอกาสในการแสดงศักยภาพสู่สายตาชาวโลก และนี่คือเหตุผลว่า การเข้าร่วมงาน SLUSH ไม่ได้เป็นเพียงการเข้าร่วมกิจกรรมระดับนานาชาติ แต่เป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับธุรกิจที่จะก้าวไปอีกขั้น โดยที่ผ่านมา ดีป้า ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยเข้าร่วมงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลสตาร์ทอัพที่กระทรวงดีอี โดย ดีป้า ให้ความสำคัญในปีนี้ได้แก่ การเกษตรอัจฉริยะและเทคโนโลยีสีเขียวเพื่อความยั่งยืน (Smart Agriculture & Green Technology for Sustainability) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) การท่องเที่ยวและการส่งเสริมสุขภาวะเมือง (Tourism & Urban Wellness) และการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งทั้งหมดเป็นสาขาที่มีโอกาส และสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ตอบโจทย์ที่ท้าทายระดับโลกได้อย่างแท้จริง

    “อีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญของภาครัฐคือการเป็น ‘ผู้เชื่อมโยง’ ที่เชื่อมโยงดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยเข้ากับโอกาสระดับโลก ช่วยสร้างช่องทางที่จะนำไปสู่การขยายความร่วมมือ ทลายข้อจำกัดที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของนวัตกรรมและผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน ดิจิทัลสตาร์ทอัพที่ผ่านคัดเลือกในวันนี้ถือเป็นตัวแทนประเทศไทยที่ได้รับโอกาสไปสัมผัสระบบนิเวศนวัตกรรมระดับสากล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกทีมจะนำสิ่งที่ได้รับจาก SLUSH 2026 กลับมาต่อยอดสู่นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อคนไทยต่อไป ซึ่งประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ควรเป็นประเทศที่สามารถสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์คนในประเทศ อีกทั้งส่งออกสู่เวทีโลกได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

     
    นายไชยชนก กล่าวปิดท้ายภายหลังร่วมรับฟังการนำเสนอโครงการของดิจิทัลสตาร์ทอัพในช่วงเช้าว่า กิจกรรมในวันนี้ทำให้เห็นถึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย นอกจากนี้ยังได้มอบข้อเสนอแนะสำคัญแก่สตาร์ทอัพที่จะก้าวไปสู่สากลว่า การขยายตลาดสู่ต่างประเทศต้องให้ความสำคัญกับข้อมูล ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศเป้าหมาย อีกทั้งฝากถึงผู้พัฒนาบริการด้าน AI รวมถึงดิจิทัลโซลูชัน โดยขอให้คำนึงถึงประเด็นเรื่องของความปลอดภัย ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือเป็นสำคัญ

    RUNWAY TO SLUSH 2026: FINAL PITCHING (Thai Digital Startup Round) ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิจารณาคัดเลือกประกอบด้วย นางสาววิภาวี กิตติเธียร คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี Mr. Kimmo Pekari, Special Advisor for Trade and Economic Affairs, Embassy of Finland in Bangkok นายธนวัฒก์ บุญปัญญา Head of Investor, Krungsri Finnovate, Mr. Ankit Upadhyay, Co-Founder & General Partner, A2D และ นางสาวกษมา กองสมัคร รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า โดย 8 ทีมดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยที่ผ่านการคัดเลือกในกิจกรรมวันนี้คือ
    • Alto CERO 2026 โดย บริษัท อัลโต้เทค โกลบอล จำกัด
    • CloverX โดย บริษัท โคลเวอร์เอ็กซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด
    • Omplatform บริษัท ออมแพลทฟอร์ม จำกัด
    • PLOOK โดย บริษัท ปลูก เวนเจอร์ส จำกัด
    • SABLE โดย บริษัท เซเบิล จำกัด
    • Spacely AI โดย บริษัท สเปซลี่ เอไอ จำกัด
    • Enterprise Loyalty Platform โดย บริษัท พรีโมเวิร์ล จำกัด
    • Talking Jelly โดย บริษัท ไอบอทน้อย จำกัด

    ทั้งนี้ ดิจิทัลสตาร์ทอัพทั้ง 8 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการส่งเสริมค่าใช้จ่ายในการออกบูธและบัตรเข้าร่วมงาน SLUSH 2026 รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม Accelerator & Networking ระหว่างวันที่ 17–19 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ในส่วนของค่าเดินทางและที่พักจะได้รับการส่งเสริมสูงสุด 150,000 บาทในรูปแบบ Matching Fund ภายใต้มาตรการ depa Internationalization Voucher