Razer เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งระดับตำนาน Naga V3 Pro ปรับร่างได้ดั่งใจ - Thisisgame Thailand

Razer ได้ประกาศเปิดตัว Naga V3 Pro ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดของเมาส์เกมมิ่งซีรีส์ระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องปุ่มกดละลานตา โดยรอบนี้กลับมาพร้อมกับการอัปเกรดแบบจัดเต็มเพื่อเน้นการปรับตัวให้เข้ากับเกมทุกแนวและทุกสไตล์การเล่น จุดเด่นคือการคงรูปทรงที่จับถนัดมือตามสไตล์คลาสสิกของตระกูล Naga เอาไว้ แต่ยัดเทคโนโลยีและความยืดหยุ่นในการใช้งานเข้ามาแบบแน่นๆ ชนิดที่ว่าซื้อตัวเดียวเหมือนได้เมาส์สามตัวมาใช้งานเลยทีเดียว
หากย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ปี 2009 เมาส์ตระกูล Naga ถือเป็นผู้กำหนดนิยามของเมาส์สำหรับเกมแนว MMO มาโดยตลอด ด้วยแผงปุ่มกด 12 ปุ่มตรงนิ้วโป้งที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้คอเกมสามารถกดใช้สกิล ออกคำสั่ง หรือกดมาโครได้อย่างรวดเร็วทันใจ และการมาของ Naga V3 Pro ในครั้งนี้ Barrie Ooi ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย PC Gaming ของ Razer ได้เปิดเผยว่า ตัวเมาส์รุ่นนี้คือคำตอบสำหรับชุมชนคนเล่นเกมที่อยากได้เมาส์เพียงตัวเดียวแต่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับเกมได้ทุกประเภท โดยมีการนำฟีเจอร์เด็ดๆ ที่ผู้เล่นเรียกร้องกลับมาใส่ไว้ และเพิ่มความแม่นยำรวมถึงความเร็วในการเชื่อมต่อไร้สายให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้น
หัวใจสำคัญของเมาส์รุ่นนี้คือการออกแบบแผ่นด้านข้างตัวเมาส์ให้เป็นระบบแม่เหล็กที่สามารถถอดสลับสับเปลี่ยนได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่วินาทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ ช่วยให้ผู้เล่นเลือกปรับร่างได้ตามแนวเกมที่เล่น ไม่ว่าจะเป็นแบบ 12 ปุ่มสำหรับเกมแนว MMO ที่ต้องใช้สกิลเยอะๆ หรือจะเปลี่ยนเป็นแบบ 6 ปุ่มสำหรับเกมแนว MOBA และ Battle Royale ไปจนถึงแบบ 2 ปุ่มมาตรฐานที่เหมาะสำหรับเกมแนว FPS และการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ตัวปุ่มกดด้านข้างยังใช้กระบวนการผลิตแบบ Double-shot ทำให้ตัวอักษรและสัญลักษณ์บนปุ่มมีความทนทานสูง ไม่ลอกหรือเลือนหายไปง่ายๆ แม้จะผ่านการกดอย่างหนักหน่วงมาอย่างยาวนาน

ความพิเศษที่ทำเอาแฟนๆ รุ่นเก๋าต้องยิ้มแก้มปริคือการนำปุ่มตรงบริเวณนิ้วนางกลับมาใช้งานอีกครั้งตามคำเรียกร้อง หลังจากที่เคยถูกถอดออกไปในรุ่นก่อนหน้าเพราะผู้เล่นมักจะเผลอไปกดโดนโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ในรอบนี้ทางค่ายได้แก้เกมด้วยการออกแบบให้มีสวิตช์ล็อกปุ่มนี้ได้ หากอยากใช้งานก็เปิดไว้ หรือถ้ากลัวกดพลาดก็แค่สั่งล็อกปิดการใช้งานไปได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มปุ่มเข้าถึงด่วนตรงขอบปุ่มคลิกซ้ายอีกสองปุ่มสำหรับปรับค่า DPI ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนตัวลูกกลิ้งสกรอลล์เมาส์ก็อัปเกรดเป็นระบบ HyperScroll Tilt Wheel Gen-2 ที่เลือกปรับโหมดการหมุนได้หลากหลาย ตั้งแต่แบบเป็นจังหวะ 24 ขั้น ไปจนถึงแบบละเอียดพิเศษ 48 ขั้นสำหรับเลือกอาวุธหรือไอเทม และยังมีโหมดหมุนฟรีสำหรับไถหน้าเว็บยาวๆ ได้อย่างลื่นไหล
เมื่อเจาะลึกไปถึงขุมพลังภายใน เมาส์รุ่นนี้ทำงานด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะ Focus Pro 50K Optical Sensor Gen-3 ที่ให้ความแม่นยำสูงสุดถึง 50,000 DPI พร้อมระบบ Frame Sync ที่ช่วยซิงก์การทำงานของเซ็นเซอร์ให้ตรงกับหน้าจอเพื่อลดความหน่วงระหว่างการขยับมือและการตอบสนองในเกม ส่วนสวิตช์คลิกซ้ายขวาก็เลือกใช้ระบบ Optical Mouse Switches Gen-4 ที่รองรับการกดได้มากกว่า 100 ล้านครั้ง แถมยังปรับปรุงให้ใช้แรงกดน้อยลง 12 เปอร์เซ็นต์ ทำให้รู้สึกคลิกได้อย่างเด้งสู้มือและตอบสนองได้ฉับไวทันใจในทุกจังหวะไฟต์สำคัญ
ปิดท้ายด้วยระบบการเชื่อมต่อไร้สายผ่านเทคโนโลยี HyperSpeed Wireless ที่ให้ความเสถียรและความเร็วไม่ต่างจากการเสียบสาย โดยแบตเตอรี่ในโหมดไร้สายนี้สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 155 ชั่วโมง และหากเปลี่ยนไปเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth สำหรับการใช้งานทั่วไปก็จะลากยาวได้สูงสุดถึง 280 ชั่วโมงเลยทีเดียว แถมยังรองรับการเสียบสาย USB Type-C เพื่อเล่นเกมไปด้วยชาร์จไฟไปด้วยได้ หรือจะเลือกอัปเกรดระบบชาร์จไร้สายร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง HyperFlux V2 หรือ Mouse Dock Pro ก็ได้ตามความสะดวก ตัวเมาส์ยังมีหน่วยความจำในตัวที่บันทึกโปรไฟล์การตั้งค่าได้ถึง 5 โปรไฟล์ ทำให้สามารถพกพาเมาส์ตัวโปรดนี้ไปเสียบใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นหรือโน้ตบุ๊กคู่ใจได้ทันทีโดยไม่ต้องมานั่งตั้งค่าใหม่ให้เสียเวลา
Back to top button