ธปท. ชี้เศรษฐกิจครึ่งปีหลังฟื้น รับงบรัฐ-ท่องเที่ยว ลุ้นจีดีพี Q2


นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ยังมีโอกาสขยายตัวได้ดี ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3/2569  เศรษฐกิจไทยยังคงมีแรงส่งจากการเบิกจ่ายของมาตรการภาครัฐ

ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 4/2569 ยังต้องรอดูสถานการณ์การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเด็นความกังวลเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่อาจไม่ได้โดดเด่นมากในปีนี้ ส่วนเศรษฐกิจจีนน่าจะยังประคองตัวได้ เนื่องจากสามารถบริหารจัดการด้านซัพพลายได้ดี

ขณะที่ก่อนหน้านี้ทาง ธปท. ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2/2569 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดนั้น เบื้องต้นมองว่าแม้ไตรมาส  3/2569 เศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วแบบเบ็ดเสร็จ เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีความผันผวนตลอดเวลา

“การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2569 ยังมีปัจจัยบวกสนัลสนุน ทั้งมาตรการภาครัฐ และปัจจัยตามช่วงไฮซีวั่นของภาคการท่องเที่ยวไทย อย่างไรก็ตามทาง ธปท. ยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการ และอยู่ระหว่างรอพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)” นางสาวชญาวดี กล่าว

นอกจากนี้ทาง ธปท.คาดการณ์ว่าในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 จะเริ่มเห็นการประกาศตัวเลขของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ(GDP)ของไตรมาส 2 ออกมา และในส่วนของทาง ธปท. จะมีการประกาศทิศทางเศรษฐกิจ และปรับตัวเลขGDP อีกครั้งในวันที่ 26 สิงหาคม 2569

ด้านสถานการณ์เงินเฟ้อพบว่าตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีต่ำกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย แต่ยังต้องเฝ้าระวังปัญหาด้านซัพพลายอย่างใกล้ชิด ส่วนภาคการส่งออกค่อนข้างดี ตามกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัว แต่ภาคการนำเข้าที่สูงควบคู่กันไป ทำให้ผลลบสุทธิอาจไม่ได้ช่วยผลักดันตัวเลข GDP ให้เพิ่มขึ้นมากนัก

ขณะเดียวกันสถานการณ์ค่าเงินบาทที่มีความผันผวนในปัจจุบันน่าจะเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก และ ธปท. ยังคงทำหน้าที่ดูแลความผันผวน เพื่อให้ภาคธุรกิจปรับตัวได้ ส่วนประเด็นตลาดแรงงาน และการเปิด-ปิดโรงงานนั้นในภาพรวมยังไม่ได้มีความน่าเป็นห่วง

สำหรับ ประเด็นกำแพงภาษีมาตรา 301 ของสหรัฐอเมริกาภายใต้เหตุผลการบังคับใช้แรงงาน (Forced Labor) นั้น ประเทศไทยโดนเรียกเก็บภาษีที่ระดับ 12.5% ซึ่งถือว่าดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 19% โดย ตัวเลข 12.5% ยังใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคที่โดนเรียกเก็บภาษีประมาณ 10% ทำให้ต้นทุนสินค้าไทยไม่ได้เสียเปรียบจนเกินไป พร้อมมองว่าภาคส่งออกไทยยังได้รับผลกระทบในวงจำกัด และแข่งขันได้

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูการประกาศภายในเดือนสิงหาคม 2569 เกี่ยวกับเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) ว่าไทยจะถูกบวกภาษีเพิ่มเท่าไร และเมื่อรวมกับภาษีเดิมจะกดดันต้นทุนแพงกว่าประเทศคู่แข่งจนเสียความสามารถในการแข่งขันหรือไม่

Back to top button