PTTEP อวสาน ‘เจ้าเอี้ยง’.!

รู้ยังว่าเจ้าเอี้ยงตายแล้วนะ..เจ้าเอี้ยงตายแล้ววว..!! แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะเจ้าเอี้ยงในที่นี้ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของใคร แต่เป็นโดรน “เจ้าเอี้ยง” ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ต่างหากล่ะที่ซี้แหงแก๋ไปแล้ว…จากกรณีการแจ้งยกเลิกบริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้าที่กลุ่ม ปตท.สผ.ถือหุ้นในสัดส่วน 50% เนื่องจากการปรับแผนการดำเนินธุรกิจ
โดย PTTEP ยืนยันว่า การยกเลิกบริษัทดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด…ซึ่งเข้าใจได้
หลายคนน่าจะลืมไปแล้วว่า โดรน “เจ้าเอี้ยง” มีที่มาที่ไปยังไง..??
งั้นไปย้อนความกันหน่อยดีมั้ย…บริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งช่วงกลางปี 2563 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่ม PTTEP ในนามบริษัทลูก ชื่อบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (เออาร์วี) กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ดำเนินการผ่านบริษัทลูกชื่อบริษัท ไทย แอดวานซ์ อินโนเวชั่น จำกัด (ไทย เอไอ)
“เอทีไอ เทคโนโลยีส์” มีเงินขวัญถุง…อุ๊ย ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท โดย “เออาร์วี” และ “ไทย เอไอ” ถือหุ้นคนละครึ่งเท่ากัน…
วัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนา ผลิต จำหน่ายอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) รวมถึงการให้บริการแบบครบวงจร โดยในระยะเริ่มต้นจะมุ่งช่วยเกษตรกรไทยเพื่อยกระดับผลผลิตด้านการเกษตร ตลอดจนพัฒนาองค์รวมแก่ภาคการเกษตรของไทย…โดรน “เจ้าเอี้ยง” เลยถือกำเนิดขึ้นมา ซึ่งเป็นยุคที่ ปตท.สผ. มีซีอีโอชื่อ “พงศธร ทวีสิน” ..!!
“เจ้าเอี้ยง” ถือเป็นโดรนเกษตรอัจฉริยะที่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรม เพื่อมาประยุกต์ใช้กับภาคเกษตรกรรมแบบหลากหลายมิติครอบคลุมทุกด้าน เน้นฟังก์ชันการใช้งาน เหมาะสมกับการใช้งานจริงในประเทศไทย สามารถเก็บและนำข้อมูลมาวิเคราะห์ต่อยอดเพื่อระบุพื้นที่ที่ควรใส่ปุ๋ยและทำการฉีดพ่นปุ๋ยน้ำได้สม่ำเสมอ แม่นยำและทั่วถึง ลดค่าใช้จ่ายประหยัดเวลาการทำงาน และเพิ่มความปลอดภัย
ที่สำคัญสามารถเก็บภาพและประมวลผลข้อมูล เพื่อพยากรณ์และแบ่งเกรดผลผลิตเพื่อวางแผนการเพาะปลูก และเก็บเกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย “เจ้าเอี้ยง” มีกำหนดวางจำหน่ายช่วงไตรมาส 1/2564 ราคาเริ่มต้นที่ 198,000 บาท
ในแง่ประสิทธิภาพการใช้งานไม่มีใครตั้งคำถามกับ “เจ้าเอี้ยง”…แต่ในแง่ของราคาจับต้องยาก กลายเป็นของแพงในสายตาเกษตรกร เลยไม่แพร่หลายเท่าที่ควร…
อ้อ…ภารกิจสำคัญที่ไม่เป็นข่าว คือ การส่ง “เจ้าเอี้ยง” ไปบินสำรวจถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ในภารกิจช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีนั่นแหละ
จากนั้นภารกิจก็เงียบหายไป จนเปลี่ยนซีอีโอจาก “พงศธร ทวีสิน” มาเป็น “มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล” ก็แล้ว และกำลังจะมีซีอีโอหญิงใหม่คนแรกเป็น “คณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ” ก็ไม่มีการพูดถึง “เจ้าเอี้ยง” อีกเลย จนนำมาสู่การดับขันธ์ของ “เจ้าเอี้ยง” นั่นเอง..!!
ถ้าให้วิเคราะห์เหตุแห่งการดับขันธ์ของ “เจ้าเอี้ยง”…ในมุมของ THCOM การไปทุ่มเทให้กับ “เจ้าเอี้ยง” ในตอนนี้ดูจะไม่สมเหตุสมผลเท่าใด เพราะมีเทคโนโลยีดาวเทียมที่ทันสมัยสำรวจได้ทุกพื้นที่อยู่แล้ว โดยเฉพาะดาวเทียมวงโคจรต่ำ ก็ไม่จำเป็นต้องมีแล้ว…
ขณะที่ PTTEP ในยุคนั้น อาจมีความจำเป็นต้องใช้โดรน “เจ้าเอี้ยง” สำรวจพื้นที่และทรัพยากรต่าง ๆ ในเบื้องต้น แต่มาวันนี้คงไม่มีความจำเป็นแล้วเช่นกัน
ประกอบกับการใช้โดรนในประเทศไทยมีข้อจำกัดและกฎหมายที่เข้มงวด อาทิ การขึ้นทะเบียนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และ กสทช. ก่อนใช้งาน, ต้องทำประกันภัยรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม, มีเขตห้ามบิน เป็นต้น
เลยทำให้ “เจ้าเอี้ยง” ไม่ซัคเซส ไม่เกิดอีโคโนมีออฟสเกล…
นำมาสู่การปิดฉากกัลปาวสานของ “เจ้าเอี้ยง” โดรนสัญชาติไทยที่หลงเหลือเพียงตำนานให้คนในแวดวงพลังงานกล่าวขานเท่านั้น
…อิ อิ อิ…