PTT ดันพอร์ต LNG แตะ 15 ล้านตันปี 78 เสริมมั่นคงพลังงานรับโลกผันผวน
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยภายในงาน “Gastech” ว่า ก๊าซธรรมชาติยังมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อระบบพลังงานของโลก ทั้งก๊าซธรรมชาติจากระบบท่อและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG โดยในระดับโลกมองว่าก๊าซธรรมชาติเป็น “Transition Fuel” หรือเชื้อเพลิงสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ทั้งนี้ สาเหตุที่ก๊าซธรรมชาติยังมีความสำคัญ เนื่องจากสามารถจัดหาได้จากหลายแหล่งทั่วโลก มีราคาไม่สูงเกินไป และถือเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลหรือไฮโดรคาร์บอนที่สะอาดกว่าถ่านหินและน้ำมันเมื่อเปรียบเทียบกัน
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยประมาณ 50% นำเข้าจากเมียนมาประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ และส่วนที่เหลืออีกราว 30 กว่าเปอร์เซ็นต์เป็น LNG ที่นำเข้า โดยก๊าซธรรมชาติมีบทบาทสำคัญทั้งในภาคผลิตไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลายประเภท
ดร.คงกระพันกล่าวว่า แม้โลกจะเดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือ Energy Transition แต่ในความเป็นจริงยังมีความจำเป็นต้องใช้ก๊าซธรรมชาติต่อเนื่องไปอีกประมาณ 20-30 ปี อย่างไรก็ตาม การใช้ก๊าซธรรมชาติจะต้องดำเนินควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน เนื่องจากก๊าซธรรมชาติยังมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการเผาไหม้
ดังนั้น ทิศทางของ ปตท. จึงต้องเดินหน้าทั้งการใช้ก๊าซธรรมชาติในระดับที่เหมาะสม และการลดคาร์บอนควบคู่กันไป โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี Carbon Capture หรือการดักจับคาร์บอนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อให้ก๊าซธรรมชาติยังสามารถเป็นเชื้อเพลิงหลักในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน
ดร.คงกระพันย้ำว่า ปตท. ในฐานะรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของประเทศ มีภารกิจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ทำให้แน่ใจว่าประเทศไทยมีพลังงานเพียงพอ ไม่เกิดภาวะขาดแคลน และมีราคาที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในวันเดียว ปีเดียว หรือแม้แต่ช่วงเวลา 10 ปี แต่ต้องค่อย ๆ ดำเนินไป โดยในระหว่างทางยังต้องรักษาความมั่นคงทางพลังงานไปพร้อมกับการลดการปล่อยคาร์บอน และส่งเสริมพลังงานสะอาดประเภทต่าง ๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์
สำหรับบทบาทของ ปตท. ในตลาดพลังงานโลก ดร.คงกระพันระบุว่า บริษัทดำเนินธุรกิจด้านก๊าซและน้ำมันมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี ตั้งแต่การสำรวจและผลิต การนำก๊าซขึ้นมาใช้ การลงทุนในแหล่งพลังงานต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจ Trading
เครือข่ายดังกล่าวช่วยให้ ปตท. มีความสามารถในการจัดหาพลังงานจากหลายแหล่งและสามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หรือเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อื่น ๆ
ปตท. ยังมีธุรกิจ Trading ในศูนย์กลางสำคัญของโลก อาทิ ลอนดอน สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฮิวสตัน ซึ่งทำให้บริษัทมีความพร้อมในการจัดหาและซื้อขายพลังงานจากหลายแหล่ง หากแหล่งใดประสบปัญหาก็สามารถหาจากแหล่งอื่นเข้ามาทดแทนได้
ดร.คงกระพันกล่าวว่า ในอดีตประเทศไทยพึ่งพาการจัดหาน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วนประมาณ 70% แต่ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 30% สะท้อนถึงการกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งจัดหา
ดังนั้น บทบาทด้านการสำรวจและผลิต รวมถึง Trading ของ ปตท. และกลุ่ม ปตท. จึงมีความสำคัญต่อการสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
สำหรับทิศทางการขยายธุรกิจในระยะต่อไป ดร.คงกระพันระบุว่า ปตท. ยังคงยึด 3 แกนหลัก ได้แก่ ความมั่นคง ราคาที่เหมาะสม และความยั่งยืน โดยในช่วงปัจจุบันจะให้น้ำหนักกับความมั่นคงมากขึ้น
บริษัทมีแผนลงทุนเพื่อหาแหล่งก๊าซและน้ำมันใหม่ ทั้งในอ่าวไทย พื้นที่ใกล้เคียง ประเทศเพื่อนบ้าน และแหล่งพลังงานทั่วโลกที่มีต้นทุนสามารถแข่งขันได้ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ Trading
อีกธุรกิจสำคัญคือ LNG ซึ่ง ปตท. แบ่งบทบาทออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การนำเข้า LNG เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ภายใต้กรอบกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการซื้อขาย LNG ในตลาดโลกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดหาและสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจ
ปัจจุบัน ปตท. มีปริมาณซื้อขาย LNG อยู่ประมาณ 3-4 ล้านตัน โดยไม่รวมปริมาณที่นำเข้าเพื่อใช้ภายในประเทศ และตั้งเป้าขยายเป็น 10 ล้านตันในปี 2573 และเพิ่มเป็น 15 ล้านตันในปี 2578
ดร.คงกระพันกล่าวว่า การขยายพอร์ตดังกล่าวจะช่วยให้ ปตท. มีความมั่นคงด้านการจัดหา LNG มากขึ้น รวมถึงสร้างการเติบโตของธุรกิจ ปตท. ในระดับโลก
นอกจากนี้ การจัดงาน Gastech ในประเทศไทยยังเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ ปตท. เจรจากับพันธมิตรและคู่ค้าจากทั่วโลก ทั้งเรื่องการลงทุน การร่วมกันหาแหล่งพลังงาน การซื้อขาย LNG และการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต
สำหรับบทบาทของ ปตท. ในฐานะรัฐวิสาหกิจและบริษัทจดทะเบียน ดร.คงกระพันระบุว่า บริษัทต้องสร้างสมดุลระหว่าง 2 บทบาทสำคัญ ได้แก่ การสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และการดูแลผู้ถือหุ้นให้บริษัทสามารถเติบโตและมีผลประกอบการที่ดี
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่โลกเผชิญวิกฤตพลังงาน ปตท. จะให้น้ำหนักกับภารกิจด้านความมั่นคงเป็นลำดับแรก โดยต้องทำให้แน่ใจว่าประเทศไทยมีทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบเพียงพอสำหรับการใช้งาน
ดร.คงกระพันระบุว่า ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา แม้เกิดปัญหาความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ประเทศไทยก็ไม่เคยขาดน้ำมันดิบ เนื่องจาก ปตท. สามารถจัดหาจากแหล่งอื่นเข้ามาทดแทนได้
แม้ต้นทุนการจัดหาจะเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว แต่ ปตท. ไม่ได้ส่งผ่านภาระต้นทุนทั้งหมดไปยังประเทศ โดยบริษัทต้องรับภาระต้นทุนบางส่วน รวมถึงต้นทุนทางการเงินและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพื่อให้ระบบพลังงานของประเทศยังสามารถดำเนินต่อไปได้
ในอีกด้านหนึ่ง ปตท. ยังต้องดูแลผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการสร้างการเติบโตและรักษาผลประกอบการ โดย ดร.คงกระพันระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทสามารถบริหารสมดุลระหว่าง 2 บทบาทดังกล่าวได้
สำหรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความตึงเครียดในเส้นทางขนส่งพลังงาน ปตท. มีการเตรียมแผนฉุกเฉินและมีการซักซ้อมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงลงทุนล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ
หนึ่งในนั้นคือการลงทุนในโรงกลั่นน้ำมันมูลค่ารวมระดับแสนล้านบาทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้โรงกลั่นสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบได้หลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่พึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ไปสู่การจัดหาจากสหรัฐฯ แอฟริกาตะวันตก และแหล่งอื่น ๆ
ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Trading ที่ ปตท. ลงทุนพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยังช่วยให้บริษัทสามารถจัดหาวัตถุดิบจากหลายภูมิภาคได้มากขึ้น
ดร.คงกระพันย้ำว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องภายในประเทศด้วย
เนื่องจากการกลั่นน้ำมันนอกจากจะได้ผลิตภัณฑ์อย่างดีเซลและเบนซินแล้ว ยังได้แนฟทา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวมถึงวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ข้างเคียงอื่น ๆ
ดังนั้น การรักษาความต่อเนื่องของการจัดหาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ จึงมีผลต่อการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมในประเทศโดยตรง
ดร.คงกระพันกล่าวด้วยว่า ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ปตท. สามารถรับมือกับความผันผวนด้านพลังงานได้ และในช่วงต่อจากนี้ก็ต้องรักษาความสามารถดังกล่าว โดยอาศัยการจัดหาแหล่งพลังงานที่หลากหลายและความยืดหยุ่นด้านโลจิสติกส์
ปัจจุบัน เส้นทางขนส่งพลังงานบางส่วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในทะเลแดง ทำให้เรือบางส่วนต้องเปลี่ยนเส้นทางและใช้เส้นทางอื่นแทน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่สะท้อนว่าระบบจัดหาพลังงานต้องมีความยืดหยุ่นสูง
สำหรับงาน Gastech ดร.คงกระพันระบุว่า ปตท. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สนับสนุนกระทรวงพลังงาน โดยกระทรวงพลังงานมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้มีบทบาทบนแผนที่ธุรกิจก๊าซของโลก
ปตท. ยังมีบทบาทในการเชิญพันธมิตร คู่ค้า และบริษัทพลังงานจากหลายประเทศเข้าร่วมงาน ทำให้เกิดกิจกรรมทางธุรกิจ การเจรจา และการสร้างความร่วมมือจำนวนมาก
ภายในบูธ ปตท. ยังนำเสนอศักยภาพธุรกิจหลายด้าน ทั้งการจัดหาก๊าซธรรมชาติ การดึงดูดพันธมิตรและผู้ร่วมทุน การสำรวจและผลิต รวมถึง CCS หรือเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน ซึ่งเป็นอีกเทคโนโลยีสำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่กับการใช้ก๊าซธรรมชาติในอนาคต
นอกจากนี้ ปตท. ยังนำเสนอการต่อยอดการใช้พลังงานผ่านการนำความเย็นที่เหลือทิ้งจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มาใช้ประโยชน์ในการปลูกดอกทิวลิปและสตรอว์เบอร์รีที่จังหวัดระยอง
ภายในงานยังมีการนำดอกทิวลิปและสตรอว์เบอร์รีจากระยองมาจัดแสดงภายในบูธ ปตท. เพื่อสร้างความน่าสนใจและดึงดูดผู้เข้าชม
ขณะเดียวกัน ปตท. ยังใช้จุดแข็งด้านอาหารและวัฒนธรรมของประเทศไทยมาช่วยสร้างสีสันภายในงาน โดยเชิญเชฟระดับมิชลินและเชฟจากรายการ MasterChef มาร่วมกิจกรรม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานนอกจากจะได้ความรู้และโอกาสทางธุรกิจแล้ว ยังได้สัมผัสเสน่ห์ด้านอาหารของไทยควบคู่กันไป