ไต้หวันออกคำเตือนพายุ ไต้ฝุ่นจำปีกำลังใกล้เข้ามา
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 ระบุว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติไต้หวัน (CWA) ออกคำเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือกับฝนตกหนัก, ลมแรง และคลื่นยักษ์ จากอิทธิของพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้าสู่เกาะแห่งนี้
คาดว่าไต้ฝุ่นจำปี (Champi) จะพัดผ่านชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวันในวันศุกร์และวันเสาร์ ในเส้นทางเคลื่อนตัวที่มุ่งหน้าไปยังจีนและญี่ปุ่น
ไต้ฝุ่นจำปีมีความเร็วลมสูงสุด 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามรายงานล่าสุดจากศูนย์เตือนภัยพายุไต้ฝุ่นร่วม
ก่อนหน้านี้ จำปีถูกจัดอยู่ในระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่น โดยมีรายงานความเร็วลมสูงสุดเกือบ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สถานะปัจจุบันความรุนแรงลดลงแล้ว
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน กล่าวในโพสต์เฟซบุ๊กว่า "ขอให้ทุกคนเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับลมแรงและฝนตกหนักจากพายุ"
จำปีเป็นพายุลูกล่าสุดในฤดูพายุแปซิฟิกที่ปั่นป่วนจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในมหาสมุทรบริเวณเส้นศูนย์สูตร
คาดว่าพายุจะทำให้เกิดฝนตกหนักถึง 900 มิลลิเมตร (35 นิ้ว) ในพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวันตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์ และก่อให้เกิดคลื่นสูงกว่า 6 เมตร (20 ฟุต)
กำลังทหารกว่า 23,000 นายเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือในภารกิจกู้ภัย ขณะที่เที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศกว่า 150 เที่ยวถูกยกเลิกในวันพฤหัสบดีก่อนที่พายุจะเข้าถล่ม
เจสัน เฉิง นักพยากรณ์อากาศจาก CWA ระบุว่า "พายุไต้ฝุ่นจำปีอาจจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุดเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ทั้งวันไปจนถึงช่วงครึ่งแรกของวันเสาร์"
"ปัจจุบัน พายุมีรัศมีวงพายุ 320 กิโลเมตร แต่ไม่ใหญ่เท่ากับพายุไต้ฝุ่นบาหวี่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้" เฉิงกล่าว
ประชาชนหลายล้านคนในภาคตะวันออกของจีนก็เตรียมรับมือกับฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนประกาศใช้มาตรการรับมือเหตุฉุกเฉินระดับ 4 ในวันพฤหัสบดี สำหรับน้ำท่วมในเซี่ยงไฮ้และจังหวัดชายฝั่ง เช่น เจียงซู, เจ้อเจียง และฝูเจี้ยน
ทั้งนี้ ระดับ 4 เป็นระดับต่ำสุดในลำดับชั้นการรับมือเหตุฉุกเฉินของจีน
กระทรวงฯ เตือนว่าพายุจำปีอาจนำมาซึ่งช่วงเวลาที่มีฝนตกหนักตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ โดยคาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงฝนตกหนักมากในบางพื้นที่ รวมถึงส่วนใหญ่ของเซี่ยงไฮ้และเจ้อเจียงตะวันออก
ด้านสายการบินหลัก 2 แห่งของญี่ปุ่นได้ยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 110 เที่ยวบินตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์
สหประชาชาติระบุว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังปกคลุมโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และประเทศต่างๆ ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
คาดว่าเอลนีโญจะถึงจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม แต่ผลกระทบต่อมนุษย์จะคงอยู่ไปจนถึงปี 2027 และหลังจากนั้น
เอลนีโญเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงขึ้นในวัฏจักรภูมิอากาศตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงขึ้นชั่วคราว, กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้งและน้ำท่วม และทำให้ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากฝีมือมนุษย์รุนแรงขึ้น.