พระศรีมา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช

พระศรีมา  หรือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นวัดที่ชาวใต้ถือเป็นศูนย์รวมใจมานาน และปัจจุบันมีสถานะใหม่ในระดับโลก เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี มีมติขึ้นทะเบียนวัดแห่งนี้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม เป็นลำดับที่ 9 ของไทย แหล่งที่ 6 ด้านวัฒนธรรม และแห่งแรกของภาคใต้ บทความนี้เล่าทั้งประวัติและเส้นทางเดินชมสำหรับผู้ที่วางแผนไปเยือน

ประวัติ ตำนานที่ยังไม่มีหลักฐานชัด

วัดตั้งอยู่เลขที่ 435 ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ภายในเขตกำแพงเมืองโบราณ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ซึ่งทั่วประเทศมีเพียง 6 วัด เดิมเรียกว่าวัดพระบรมธาตุหรือวัดพระธาตุ ชื่อทางการปรับเปลี่ยนมาตามประกาศของทางการ จนเป็น “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” ในปัจจุบัน

ตามตำนาน พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชทรงสร้างวัดพร้อมการตั้งเมืองนครศรีธรรมราช และมีการระบุปี พ.ศ. 1098 ว่าเป็นปีที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งวัด แต่คลังสารสนเทศวลัยลักษณ์ระบุตรงๆ ว่าความเป็นมาเริ่มแรกไม่มีหลักฐานแน่ชัด มีเพียงตำนาน หลักฐานที่ชัดเจนเริ่มในสมัยรัตนโกสินทร์ผ่านจดหมายเหตุการบูรณะ

ครั้งหนึ่งวัดไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา เจ้าเมืองและพระเถระจากวัดรอบข้างผลัดกันดูแลเป็นคราวๆ จนปี 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองนคร ทรงเห็นว่าควรมีพระสงฆ์ประจำ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ อุปราชปักษ์ใต้ จึงอาราธนาพระครูวินัยธร (นุ่น) จากวัดเพชรจริกมาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก นับแต่นั้นวัดมีพระสงฆ์อยู่ประจำและมีการดูแลซ่อมแซมอย่างสม่ำเสมอ กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2479

จุดไฮไลต์ที่ควรเดินชม

พระศรีมา

พระบรมธาตุเจดีย์ คือหัวใจของวัด เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ รอบฐานมีประติมากรรมช้างล้อม 22 เชือก ยอดเป็นปล้องไฉน 52 ชั้น และมีพระพุทธรูปปางลีลาประดับรอบเรียกว่า “พระเวียน” ปลียอดหุ้มทองคำ ซึ่งมาจากการถวายของพุทธศาสนิกชนทุกระดับ คำขวัญจังหวัดที่กล่าวถึง “พระธาตุทองคำ” ก็หมายถึงยอดเจดีย์นี้

วิหารทับเกษตรและวิหารคด ล้อมองค์เจดีย์ไว้ ส่วนที่ชาวบ้านเรียก “พระด้าน” มีพระพุทธรูปปั้นนั่งเรียงยาวรอบระเบียงรวม 173 องค์ ฝีมือช่างสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ทุกวันพระจะมีการแสดงพระธรรมเทศนาที่นี่ และมีการอ่านหนังสือเป็นภาษานครที่เรียกว่า “สวดด้าน”

วิหารสามจอม ด้านหน้ามีรูปปั้นพระธรณีบีบมวยผม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เรียกกันว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราช ฝีมือช่างสมัยอยุธยา

พระวิหารหลวง ตั้งอยู่ทางใต้ของพระบรมธาตุ เชื่อกันว่าสร้างในสมัยสุโขทัย และเป็นพระอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

วิหารเขียน วิหารพระทรงม้า และวิหารพระแอด รวมอยู่ในเส้นทางเดียวกัน วิหารเขียนได้ชื่อจากภาพลายเส้นบนเสาและผนังเดิม ส่วนวิหารพระแอดประดิษฐานพระกัจจายนะ

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ วิหารโพธิ์ลังกาล้อมต้นโพธิ์ที่เชื่อกันว่าได้พันธุ์มาจากลังกา และมีวิหารโพธิ์พระเดิมที่เรียงรูปแบบเดียวกันอยู่ทางเหนือสุดของวัด ทางใต้ของพระบรมธาตุยังมีต้นที่ระบุว่านำมาจากพุทธคยาในอินเดีย

อนุสาวรีย์และสถูปอื่นๆ ได้แก่ เจดีย์พระปัญญาที่เป็นสถูปของพระสารีบุตร เจดีย์หกหว้าซึ่งเป็นพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และอนุสาวรีย์พระนางเลือดขาว

ประตูเยาวราช คือซุ้มประตูกลางทางเข้าด้านหน้า สร้างด้วยอิฐถือปูนพร้อมลายปูนปั้นและจารึก ร.ศ. 128

พระศรีมา สถานะมรดกโลกคืออะไร

วัดเข้าสู่บัญชีเบื้องต้นก่อนเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมื่อปี 2556 และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเอกสารนำเสนอในต้นปี 2568 จนมีมติขึ้นทะเบียนในวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 รายงานข่าวระบุว่าเหตุผลสำคัญคือบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาเถรวาทของคาบสมุทรไทย และการสะท้อนการแลกเปลี่ยนศาสนา วัฒนธรรม และศิลปกรรมผ่านเส้นทางการค้ามหาสมุทร ซึ่งสอดคล้องกับร่องรอยอิทธิพลของลังกา อินเดีย และศาสนาพราหมณ์ที่ปรากฏในตำนานและสถาปัตยกรรมของวัด

เคล็ดลับวางแผนเที่ยว

เริ่มจากด้านหน้าวัดที่ประตูเยาวราช แล้วเดินเข้าพื้นที่พระบรมธาตุก่อน ค่อยไล่ชมวิหารรอบองค์เจดีย์ จากนั้นออกไปดูวิหารด้านเหนือและต้นโพธิ์ วัดนี้ยังเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษาและมีกิจกรรมทางศาสนา ผู้มาเยือนจึงควรแต่งกายสุภาพและให้ความเคารพพื้นที่ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเสียงดังในช่วงที่มีการสวดหรือแสดงธรรม