ตัดขาคู่แข่ง! ทรัมป์ส่ง “เอเจนต์เข้าเมืองสหรัฐฯ” บุกบ้านส.สเดโมแครตคนดังโปรปาเลสไตน์ “อิลฮาน โอมาร์” ตอนเช้ามืด รีพับลิกันขู่ถอดสัญชาติ
- หน้าหลัก
- ต่างประเทศ
- ข่าวต่างประเทศ
- สหรัฐอเมริกา
ตัดขาคู่แข่ง! ทรัมป์ส่ง “เอเจนต์เข้าเมืองสหรัฐฯ” บุกบ้านส.สเดโมแครตคนดังโปรปาเลสไตน์ “อิลฮาน โอมาร์” ตอนเช้ามืด รีพับลิกันขู่ถอดสัญชาติ
เผยแพร่: 14 ต.ค. 2569 01:39 ปรับปรุง: 14 ต.ค. 2569 01:42 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
รอยเตอร์/เอเจนซีส์ - เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯเปิดฉากบุกบ้านส.สคนดังพรรคเดโมแครต ฮิลฮาน โอมาร์ (Ilhan Omar)เมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้(12 ต.ค)อ้างสอบสวนว่าส.สปากกล้าโปรปาเลสไตน์เกิดโซมาเลียได้สัญชาติอเมริกันมาอย่างถูกต้องหรือไม่ พรรครีพับลิกันขู่แรงถอดสัญชาติ ด้านเจ้าตัวประกาศไม่กลัวระบุโดนคุกคามทางการเมืองก่อนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
รอยเตอร์รายงานวันจันทร์(12 ต.ค)ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯออกแถลงการณ์ว่า การบุกค้นบ้านส.สรัฐมินเนโซตาพรรคเดโมแครต อิลฮาน โอมาร์(Ilhan Omar) ที่มักออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวน
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดในการสอบสวนเปิดเผยว่า เกี่ยวข้องกันการเข้าเมืองสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมายที่เป็นส่วนหนึ่งในการสอบสวนเอกสารเข้าเมืองสหรัฐฯของโอมาร์ซึ่งเกิดในโซมาเลีย
เป็นเอกสารเข้าเมืองสหรัฐฯที่ถูกยื่นโดยพ่อของเธอที่เสียชีวิตไปแล้วเกิดขึ้นในขณะที่เธอยังเป็นเด็ก
การตรวจสถานะการอาศัยในสหรัฐฯของนักการเมืองฝ่ายเดโมแครตจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเกิดขึ้นหลายปีก่อนหน้าต่ออดีตผู้นำผิวสี บารัค โอบามา ที่ทรัมป์ออกมาถามหาสูติบัตรของเขาและเผยแพร่ทฤษฏีสมคบคิดว่า โอบามาเกิดในเคนยาไม่ใช่รัฐฮาวาย
ขณะเดียวกันโอมาร์ออกมาตอบโต้การกระทำของทำเนียบขาวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเล่นงานศัตรูทางการเมืองของประธานาธิบดี
“เป็นเวลาหลายสิบปีที่ทรัมป์จ้องเล่นงานดิฉันด้วยคำโกหกที่ไม่เป็นจริงและแคมเปญป้ายสีต่างๆนานา” ส.ส อิลฮาน โอมาร์ กล่าว
และเสริมต่อว่า “นี่เป็นแค่การยกระดับล่าสุดในแคมเปญการคุกคามทางการเมืองของเขา ดิฉันจะไม่ยอมถูกปิดปาก”
รอยเตอร์รายงานว่า หลังเกิดเหตุบุกค้นบ้านฟ้าผ่าสมาชิกพรรคเดโมแครตคนอื่นๆออกมาประณามทรัมป์และรัฐบาลของเขาในการใช้อำนาจโดยมิชอบ อิลฮาน โอมาร์ วัย 44 ปีปัจจุบันกำลังลงรับสมัครเลือกตั้งสำหรับสมัยที่ 5 สำหรับส.สเขตมีสมัยการดำรงตำแหน่ง 2 ปีที่จะตัดสินชะตาในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯเกิดขึ้นในวันที่ 3 พ.ย ที่จะถึง
การหาเสียงที่เมืองยังทาวน์(Youngstown) รัฐโอไฮโอ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน ไม่รอช้าโจมตี โอมาร์ที่เกิดในโซมาเลียก่อนได้สัญชาติอเมริกันในปี 2000 และตั้งหลักแหล่งในรัฐมินเนโซตา ซึ่งมีชุมชนชาวโซมาเลียใหญ่ที่สุดในอเมริกา
“เธอมาจากหนึ่งในประเทศที่เลวร้ายที่สุดกว่าที่ใดในโลกใบนี้” ทรัมป์ประกาศกลางเวทีหาเสียง
นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองพรรครีพับลิกันไม่กี่คนออกมาวิพากษ์วิจารณ์โอมาร์เช่นกัน เป็นต้นว่า ส.ส แนนซี เมซ(Nancy Mace) โพสต์บนโซเชียลกล่าวว่า “หากว่าการฉ้อโกงถูกพิสูจน์ได้ เธอจะถูกถอดสัญชาติและเนรเทศพ้นจากประเทศแห่งนี้ ‘ไม่มีใคร’ อยู่เหนือกฎหมาย”
รอยเตอร์รายงานว่า การส่งเอเจนต์บุกบ้านนักการเมืองพรรคเดโมแครตเกิดขึ้นไม่ถึง 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯที่พรรครีพับลิกันมีเป้าหมานเพื่อครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสต่อไป โอมาร์ถือเป็นเดโมแครตปีกก้าวหน้าเป็นตัวแทนเขตเดโมแครตที่ปลอดภัย โอมาร์ชนะการเลือกตั้งกลับเข้ามาในปี 2024 ด้วยคะแนน 74.37% หรือ 261,066คะแนนอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการผลการเลือกตั้งรัฐมินเนโซตา
ขณะที่ผู้นำเสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครตในสภาล่างสหรัฐฯ ฮาคีม เจฟฟรีส์ (Hakeem Jeffries) และแกนนำพรรคคนอื่นๆในสภาล่างสหรัฐฯออกมากล่าวว่า การบุกค้นบ้านส.สโอมาร์นั้นถือเป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจอย่างสูงพร้อมทำให้เกิดคำถามที่ร้ายแรงเกี่ยวกัยการใช้รัฐบาลกลางสหรัฐฯเป็นเครื่องมือเพื่อจัดการศัตรูของประธานาธิบดีทรัมป์
ด้าน ทิม วอลซ์ (Tim Walz)ผู้ว่าการรัฐมินเนโซตาและอดีตคู่ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯปี 2024 ร่วมกับอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กมลา แฮร์ริซ ออกมาประณามการบุกบ้านโอมาร์เช่นกันโดยออกแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดียกล่าวว่า “ชาวอเมริกันทั้งหลายมองเห็นว่าสิ่งนี้เป็นเช่นไร”
และเสริมว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังใช้อำนาจของเขาโดยมิชอบในการไล่ล่าคู่แข่งทางการเมืองไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง”